10 ประเด็นต้องเกาะติด 4 ลีกใหญ่

สุดสัปดาห์ 4 ลีกใหญ่ของยุโรปทั้ง อังกฤษ, อิตาลี, สเปน และเยอรมนี มีโปรแกรมเตะเช่นเดิม แต่ที่สำคัญหลังจากผ่านพ้นสุดสัปดาห์นี้ไป ตลาดซื้อขายนักเตะทั่วยุโรปจะปิดฉากลงอย่างเป็นทางการด้วย 

นอกจากนี้ ยังมีอีกประเด็นสำคัญ นั่นคือ หลังจากฟาดแข้งเกมลีกกันแล้ว ยังมีโปรแกรมทีมชาติมาคั่นในช่วงกลางและปลายสัปดาห์หน้าด้วย 

ดังนั้น วีกเอนด์นี้ ทุกทีมคงจะใส่กันยับ เอาให้แหลกกันไปข้างหนึ่งแน่นอน 

และนี่คือ 10 ประเด็นที่น่าจับตามองในลีกใหญ่ยุโรป

พรีเมียร์ลีก

1.คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์นี้คงจะเป็นเกมในค่ำคืนวันอาทิตย์ เพราะมีศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ ในเวลา 22.30 น. อาร์เซน่อล อันดับ 3 จะเปิดบ้านพบกับคู่แค้นตลอดกาลอย่าง สเปอร์ส อันดับ 7

สำหรับเกมนี้ อูไน เอเมรี่ หมดสิทธิ์ใช้งาน เฮคตอร์ เบเญริน, คีแรน เทียร์นี่ย์ ที่มีอาการเจ็บ ขณะที่ เมซุต โอซิล อาจจะฟิตทันเกมนี้ อย่างไรก็ตาม 3 ประสานแดนหน้าอย่าง ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ และ นิโกลัส เปเป้ อยู่พร้อม

ฝั่ง สเปอร์ส จะขาดกองกลางตัวใหม่อย่าง ต็องกีย์ เอ็นดองเบเล่, ฮวน ฟอยธ์ ขณะที่ คริสเตียน เอริคเซ่น ต้องวัดใจกันว่า เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ จะส่งเป็นตัวจริงได้หรือยัง หลังจากเป็นตัวสำรองมาโดยตลอด 

ในเรื่องของสถิติ อาร์เซน่อล ไม่แพ้ในบ้านเกมลีก 18 จาก 19 นัดหลังสุด ส่วน สเปอร์ส เกมเยือนก็ไม่ดี เพราะไม่อาจเก็บชัยได้ใน 7 นัดหลังสุด ที่ออกนอกบ้านในลีก

2.ด้าน ลิเวอร์พูล จ่าฝูง ซึ่งเป็นทีมเดียวที่เก็บ 9 คะแนนเต็ม จะไปเยือน เบิร์นลี่ย์ คู่ดึกของวันเสาร์ เวลา 23.30 น. ซึ่งแน่นอนว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ ยังไม่มี อลิสซอน เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูตัวจริง รวมถึง นาธานเนี่ยล ไคลน์ และ นาบี เกอิต้า ขณะที่ฝั่ง เบิร์นลี่ย์ อาจจะต้องดร็อป แดนนี่ ดริ๊งวอเตอร์ และ โจ ฮาร์ท ที่ฟอร์มไม่ดีในเกมลีก คัพ 

สำหรับ ลิเวอร์พูล มีสถิติที่เทพสุดๆ ในเกมลีก เพราะพวกเขาเก็บชัย 12 นัดแล้ว (นับต่อมาจากฤดูกาลที่แล้ว) ส่วนสถิติในการเจอกันของคู่นี้ ลิเวอร์พูล เอาชนะเบิร์นลี่ย์ 8 จาก 10 นัดหลังสุด 

3.ฝั่งแชมป์เก่า แมนฯซิตี้ จะเปิดบ้าน เอติฮัด สเตเดี้ยม พบกับ ไบรท์ตัน ในวันเสาร์ โดย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังขาดแนวรุกที่เจ็บอยู่ก่อนแล้ว อาทิ เลรอย ซาเน่, กาเบรียล เฆซุส ส่วน ไบรท์ตัน ต้องขาดนักเตะคนสำคัญอย่าง ฟอลริน อันโดเน่ ที่ติดโทษแบน 

ความจริงแล้ว แมนฯซิตี้ มีสถิติที่ยอดเยี่ยมมากในพรีเมียร์ลีก เพราะ 17 นัดหลังสุด (นับจากฤดูกาลที่แล้วด้วย) พวกเขาเก็บชัยได้ถึง 16 นัด โดยนัดเดียวที่สะดุดก็คือเกมที่เสมอ สเปอร์ส 2-2 ในเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ผ่านมานั่นเอง 

4.แมนฯยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้ลงเล่นเป็นคู่แรกของสัปดาห์นี้ โดยจะไปเยือน เซนต์ แมรี่ ของ เซาแธมป์ตัน เวลา 18.30 น วันเสาร์ ซึ่งที่ผ่านมาในอดีต นักบุญ มักจะเป็นของแสลง ผีแดง แต่ทว่าในช่วงหลังๆ แมนฯยูไนเต็ด แก้อาถรรพ์ได้แล้ว เพราะ 11 นัดหลังสุดที่ผีมาเยือนถิ่นนักบุญ พวกเขา ‘ไม่แพ้’ เลย 

แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของ แมนฯยูไนเต็ด ตอนนี้คือเรื่องฟอร์ม และความมั่นใจ รวมถึงเรื่องตัวผู้เล่นบาดเจ็บ อาทิ อองโตนี่ มาร์กซิยาล, ลุค ชอว์, ดีโอโก้ ดาโลต์ รวมถึง อเล็กซิส ซานเชส ก็เพิ่งย้ายทีมไป 

5.ปิดท้ายลีกอังกฤษด้วย เชลซี ในยุคของซูเปอร์แฟรงค์ ที่สามารถปลดล็อกเก็บชัยได้แล้วในสัปดาห์ที่แล้ว ดังนั้นสัปดาห์นี้ความกดดันย่อมน้อยลงไป โดย เชลซี จะเจอกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ 

ดังนั้น เมื่อความมั่นใจกำลังมา เชลซี น่าจะผ่านทีมดาบคู่ไปได้ แต่ปัญหาของเชลซีก็คืออาจจะต้องเช็กสภาพร่างกายของดาวรุ่งอย่าง เจสัน เมาท์ และหัวใจใแดนกลางอย่าง เอ็นโกโล ก็องเต้  รวมถึง ตัวเก๋าอย่าง เปโดร ด้วย 

อย่างไรก็ตาม เชลซี ยังไม่แพ้เกมในบ้านในเกมลีกมา 10 นัดติดต่อกันแล้ว

ลา ลีกา

6.บาร์เซโลน่า แชมป์เก่า ที่เปิดฤดูกาลไม่สวย เพราะแพ้ไปแล้ว แต่ยังโชคดีนัดที่ 2 สามารถแก้ตัวเอาชนะ เรอัล เบติส ได้ และ อองตวน กรีซมันน์ ก็ได้กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ขึ้นมาทันที

สัปดาห์นี้ บาร์ซ่า จะไปเยือน โอซาซูน่า ซึ่ง เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ก็ยังคงต้องฝากความหวังไว้ที่ กรีซมันน์ ต่อไป เนื่องจาก หลุยส์ ซัวเรส และ ลีโอเนล เมสซี่ ยังบาดเจ็บอยู่พร้อมกัน  

แต่อย่างไรก็ตาม 13 นัดล่าสุดที่คู่นี้เจอกัน บาร์ซ่า เป็นฝ่ายเก็บชัยเหนือ โอซาซูน่า ได้ถึง 11 ครั้ง

7.ด้าน เรอัล มาดริด ของ ซีเนอดีน ซีดาน ต้องไปเยือน บียาร์เรอัล ในวันอาทิตย์ เป็นคู่สุดท้าย ซึ่งราชันชุดขาวต้องเจอกับปัญหานักเตะบาดเจ็บเพียบ อาทิ อิสโก้, ฮาเมส โรดรีเกวซ, มาร์โก อเซนซิโอ, เอเดน อาซาร์ ขณะที่ บียาร์เรอัล ไม่แพ้ในบ้านมา 6 นัดติดต่อกันแล้ว หากนับจากฤดูกาลก่อน ดังนั้นเกมนี้คงจะเป็นเรื่องยากของราชันชุดขาวไม่น้อย

สำหรับ ลา ลีกา มี 2 ทีมที่เก็บชัย 2 นัดรวด นั่นก็คือ เซบีย่า และ แอต.มาดริด โดย เซบีย่า จะดวลกับ เซลต้า  ขณะที่ แอต.มาดริด จะพบกับ เออิบาร์ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ ทั้ง 2 ทีม อาจจะเก็บชัยเพอร์เฟกต์ 3 นัดรวดได้ต่อไป

กัลโช่ เซเรีย อา

8.แชมป์เก่า ยูเวนตุส จะได้เจอบิ๊กแมตช์ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 เพราะจะต้องรับมือกับ นาโปลี ซึ่งยูเวนตุสอยู่ในสภาพที่พร้อมรบเป็นอย่างมาก มีทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เป็นตัวแกนหลัก ส่วน มัธไธจ์ เดอ ลิกต์ กองหลังดาวรุ่งที่เพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ของทีม อาจจะต้องรอโอกาสที่ม้านั่งสำรองไปก่อนอีกครั้งเหมือนนัดเปิดสนาม ขณะที่ฝั่ง นาโปลี จะได้ อาคาดิอุซ มิลิค หายเจ็บกลับมา ส่วน เออร์วิ่ง โลซาโน่ อาจจะต้องรอโอกาสที่ตัวสำรองไปก่อน

สำหรับ สถิติคู่นี้ ยูเวนตุส เจอกับ นาโปลี ในบ้านตัวเอง 6 นัดหลังสุด เจ้าม้าลายเก็บชัยไปถึง 5 เกม  

9.อินเตอร์ มิลาน ของ อันโตนีโอ คอนเต้ ที่เป็นจ่าฝูง จะไปเยือน กายารี่ โดยอินเตอร์เพิ่งได้ อเล็กซิส มาร่วมทีม แต่เขาน่าจะยังไม่ได้เป็นตัวจริง นอกจากนี้ งูใหญ่ ยังต้องลุ้นสภาพร่างกายของ 2 กองหลังอย่าง สเตเฟ่น เดอ ไฟรจ์ และ ดีเอโก้ โกดิน 

นอกจากนี้ ลีกอิตาลี ยังมีโรมดาร์บี้ โรม่า VS ลาซิโอ อีกด้วย ซึ่งคู่นี้เจอกันทีไร มีความดุเดือดเลือดพล่านทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม เกมนี้โรม่าของ เปาโล่ ฟอนเซก้า ต้องขาด ดีเอโก้ เปร็อตติ และ เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า ที่เจ็บ 

บุนเดสลีกา

10.บาเยิร์น แชมป์เก่า เพิ่งจับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ต่อสัญญามาหมาดๆ และเกมนี้ ที่จะเจอกับ ไมนซ์ 05 “เลวี่” ก็จะเป็นตัวหลักในแนวรุกแน่นอน ขณะที่ เจอโรม บัวเต็ง หายเจ็บแล้ว แต่ก็น่าจะเป็นสำรองไปก่อน  โดย 15 นัดหลังสุดที่คู่นี้เจอกับ บาเยิร์น เก็บชัยได้ถึง 13 นัด นอกจากนี้ บาเยิร์น ก็กำลังมั่นใจเพราะสัปดาห์ที่แล้ว บุกชนะชาลเก้ ได้ถึง 3-0

ปิดท้ายที่ ดอร์ทมุนด์ จ่าฝูง จะไปเยือนทีมน้องใหม่อย่างยูเนียน เบอร์ลิน เกมนี้ เสือเหลือง ถือว่ามาเต็มจัดเต็ม โดยแนวรุกประสานงานกันระหว่าง ยูเลียน บรันด์, มาร์โก รอยส์ และ จาดอน ซานโช่ โดยมี ปาโก้ อัลคาเซ่ เป็นคนปิดบัญชี ขณะที่ มัตต์ ฮุมเมิลส์ ก็ดูจะมีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่กลับมาเล่นให้เสือเหลืองอีกครั้ง 


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

การยิงประตูเปรียบเหมือนอะไร?

ไข่มุกดำ

ความรักเปรียบเหมือน “ต้นไม้”, เปรียบเหมือน “ปราสาททราย”, เปรียบเสมือน “กุหลาบ” หรือเปรียบเสมือนโน่น เหมือนนี่ได้เยอะแยะเต็มไปหมด หรือแม้กระทั่งระหว่างที่ผมปั่นต้นฉบับนี้ แล้วลองแกล้ง ๆ เสิร์ชดูก็เจอมุมครีเอต ๆ ว่ามีการเปรียบความรักเหมือน “ฟุตบอล” เช่นกัน นั่นคือ หลายคนวิ่งตาม แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้ “ครอบครอง” เฉียบ!!! หรือคุ้น ๆ ว่า “พี่ก้อง” สหรัฐ สังคปรีชา เคยพูดให้ฟังถึงแฟนว่า เปรียบเสมือนอากาศที่หายใจทุกวัน คือ เหมือนไม่สำคัญ แต่ขาดไม่ได้ แชมป์!!! วันนี้เขียนแบบนี้ เพราะผมอยากจะเล่าต่อเนื่องจากบทความ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ เมื่อวานนี้ที่พูดถึง 3 คุณลักษณะที่กองหน้าชั้นยอดควรมี (ลองไปอ่านย้อนหลังนะครับ เมื่อวานนี้ วันอาทิตย์ 27 ม.ค. ดูเหมือนจะเข้ามาอ่านกันน้อย หรือคนไทยไม่ค่อยเล่นเน็ตวันนั้นพอดีก็ไม่ทราบได้ :)) ประเด็นคือ มีการหยิบยกคำแนะนำที่ รุด ฟาน นิสเตอรอย หัวหอกรุ่นพี่พรีเมียร์ลีกแต่ต่างทีมกับ […]

Story

10 ประเด็น “ต้องไม่พลาด” ลีกใหญ่ยุโรปทิ้งทวนเดือน ก.ย.

SPORTDesk. Team

ฟุตบอลลีกใหญ่ของยุโรป เข้าสู่โปรแกรมสัปดาห์สุดท้ายของปลายเดือนกันยายนแล้ว ซึ่งปัจจุบัน ทุกลีกถือว่ากำลังเพิ่มดีกรีความร้อนแรงของการแย่งกลุ่มหัวตารางกันอย่างสนุก รวมถึงโปรแกรมฟาดแข้งที่จะเกิดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ด้วย โดยมีบิ๊กแมตช์ที่น่าสนใจทั้งในพรีเมียร์ลีก รวมถึง กัลโช่ เซเรีย อา และลีกอื่น ๆ ก็น่าติดตามเช่นกัน

Thought

ฤาท่านเลือกกุนซือจอม “ก้าวร้าว”?

ไข่มุกดำ

ผมคง “ไม่แตะ” เรื่องฝีมือ หรือผลงานในสนามทั้ง “อดีต” และ “ปัจจุบัน” ของโจเซ่ มูรินโญ่ นะครับในวันนี้ ประเด็นเพียงแค่อยากจะพูดถึง “พฤติกรรม” บางอย่างเฉย ๆ และต้องขออนุญาตแฟนปิศาจแดง แมนฯยูไนเต็ด ทุกคนด้วยว่า ผมไม่ได้มีเจตนาจะ “ลบหลู่” ดูแคลนสโมสร หรือแม้แต่ตัวมูรินโญ่ แต่อย่างใด เพียงแค่อยากนำเสนอ “มุมมอง” บางด้านเท่านั้นเองครับ