10 ประเด็นห้ามพลาด 4 ลีกใหญ่ยุโรปวีคนี้

27 September 2019
278 VIEWS

สุดสัปดาห์เดินทางมาถึงอีกครั้ง และในวีคนี้มีโปรแกรมเด็ดๆ สำคัญๆ มากมายใน 4 ลีกใหญ่ยุโรป 

โดยในพรีเมียร์ลีก มีเกม แมนฯยูไนเต็ด-อาร์เซน่อล ส่วนที่สเปน มีเกม มาดริด ดาร์บี้แมตช์ ขณะที่อิตาลีและเยอรมนี การขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งจ่าฝูงก็ยังเป็นไปอย่างเข้มข้น 

และนี่คือ 10 ประเด็นที่ควรรู้ก่อนปิดฉากผ่านพ้นเดือนกันยายน 

พรีเมียร์ลีก

1.เริ่มต้นกันที่จ่าฝูง ลิเวอร์พูล จะลงสนามเป็นทีมแรกในวันเสาร์ที่ 28 กันยายน เวลา 18.30 น. โดยจะไปเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 10

ก่อนแข่ง ลิเวอร์พูล เก็บชัยมาแบบเพอร์เฟ็กต์ 6 นัด รวด ซึ่งไม่ว่าผลนัดนี้จะออกมาเป็นแบบไหน ลิเวอร์พูลจะนำจ่าฝูงต่ออีก 1 สัปดาห์แน่นอน เพราะตอนนี้พวกเขาทิ้ง แมนฯซิตี้ อยู่ 5 คะแนน 

เรื่องสภาพความพร้อม ลิเวอร์พูล ขาดแค่ อลิสซอน เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูคนเดียว ขณะที่ ซาดิโอ มาเน่ เป็นอีกคนที่ร่างกายไม่เต็มร้อย แต่คาดว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ ส่งลงสนามแน่นอน ด้าน นาบี้ เกต้า กลับมาลงสนามได้แล้วในเกมลีก คัพ แต่คาดว่าเกมนี้ต้องกลับไปรอโอกาสที่ม้านั่งสำรอง ฝั่ง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด มี บิลลี่ ชาร์ป ที่ติดโทษแบน

สำหรับ ลิเวอร์พูล ตอนนี้ทำสถิติชนะในพรีเมียร์ลีก 15 นัดติดต่อกันแล้ว (นับรวมจากท้ายซีซั่นก่อนด้วย) อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เปลี่ยนเป็นยุค “พรีเมียร์ลีก” เป็นต้นมา ลิเวอร์พูล ไม่เคยบุกชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดเลย (เสมอ 2 แพ้ 1) และยิงประตูได้แค่ประตูเดียว 

2. ด้านรองจ่าฝูง แมนฯซิตี้ จะบุกไปเยือนกูดิสัน ปาร์คของ เอฟเวอร์ตัน 22.30 น. ในวันเสาร์

ฝั่ง แมนฯซิตี้ อย่างที่ทราบกันดีว่าขาด 2 แกนหลักในแนวรับ อย่าง อายเมริก ลาปอร์ต และ จอห์น สโตนส์ แต่ แฟร์นันดินโญ่ ก็ทำหน้าที่เซนเตอร์แทนได้อย่างไม่ขัดเขิน ส่วนฝั่ง เอฟเวอร์ตัน มี อังเดร โกเมส กองกลางห้องเครื่องที่ไม่พร้อมลง

คู่นี้เจอกัน 3 นัดหลังสุดในทุกรายการ แมนฯซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เก็บชัยได้หมด

3. ขณะที่อันดับ 4 อาร์เซน่อล สัปดาห์นี้มีบิ๊กแมตช์ไปเยือน แมนฯยูไนเต็ด ในคืนวันจันทร์

โดย อาร์เซน่อล ของอูไน เอเมรี่ อาจต้องขาดแนวรุกคนสำคัญอย่าง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ส่วน เอนสลีย์ เมตแลนด์ ไนล์ เพิ่งโดนใบแดงจากเกมลีกเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้เกมนี้หมดสิทธิ์ลง ส่วนฝั่ง แมนฯยูไนเต็ด มีนักเตะบาดเจ็บยาวเป็นหางว่าว อาทิ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, ลุค ชอว์, เอริค ไบยี่ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า พอล ป็อกบา จะหายเจ็บกลับมาได้แล้ว

คู่นี้เจอกันที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด 5 นัดหลังสุด ผีแดง ไม่แพ้เลย (ชนะ 2 เสมอ 3 ) 

4. เชลซี อันดับ 11 จะเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ พบกับไบรท์ตัน โดย แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี ต้องอดใช้งาน เอเมอร์สัน แบ็กซ้ายที่บาดเจ็บ ขณะที่ อันเดรส คริสเตนเซ่น ก็น่าจะฟิตไม่ทัน ดังนั้นตำแหน่งเซนเตอร์อาจจะเป็นปัญหาของเชลซี แต่แนวรุก แทมมี่ อบราฮัม ที่ซัดไปแล้ว 7 ประตู ยังยืนค้ำได้ และ เมสัน เมาท์ ปั้นเกมข้างหลังได้เหมือนเดิม โดยคู่นี้เจอกัน 4 นัดหลังสุด เชลซีเป็นฝ่ายชนะได้ทุกนัด

ขณะที่ สเปอร์ส จะได้เปิดบ้านพบกับ เซาแธมป์ตัน โดยไก่เดือยทองได้ตัวหลักกลับมาครบทีมแล้วทั้ง ซอง เฮือง มิน, แฮรี่ เคน, คริสเตียน อีริคเซ่น สำหรับ คู่นี้ 8 นัดล่าสุดที่เจอกันที่บ้านของสเปอร์ส ฝั่งสเปอร์สเป็นฝ่ายเก็บชัยได้ถึง 7 นัด

ลา ลีกา

5.ลีกสเปนสัปดาห์นี้มีบิ๊กแมตช์ เพราะเป็นการโคจรพบกันระหว่าง แอต.มาดริด กับ เรอัล มาดริด ที่เพิ่งทะยานขึ้นจ่าฝูงมาหมาดๆ จากการเก็บชัยได้ใน 3 นัดหลังสุด เอาเข้ากระเป๋ามา 9 คะแนนเต็มๆ

สำหรับเกมนี้ จะดวลกันที่บ้าน ตราหมี ในคืนวันเสาร์ 28 กันยายน เวลา 02.00 น.  โดยฝั่ง แอต.มาดริด ของดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ต้องขาดไม้เด็ดอย่าง อัลบาโร่ โมราต้า ที่ติดโทษแบน เพราะโดนใบแดงจากเกมล่าสุด แต่แนวรุกยังสามารถใช้งาน ดีเอโก้ คอสต้า คู่กับ เจา เฟลิกซ์ เจ้าหนูมหัศจรรย์ได้  ส่วนตำแหน่งอื่นๆอยู่กันครบครัน คีแรน ทริปเปียร์ ยึดตำแหน่งแบ็กขวาได้อย่างมั่นคงและลงสนามได้อย่างต่อเนื่อง 

ฝั่ง เรอัล มาดริด อาจจะต้องขาดห้องเครื่องอย่าง ลูก้า โมดริช ที่ยังเจ็บอยู่ เช่นเดียวกับ อิสโก้  และ มาร์เซโล่ก็ยังไม่เต็มร้อย ขณะที่ แฟร์ล็องด์ เมนดี้ ก็มาเจ็บอีก ดังนั้นแบ็กซ้ายอาจจะเป็นเรื่องหนักใจของ ซีเนอดีน ซีดาน แต่คาดว่าเขาจะจับ นาโช่ ไปยืนแก้ไขในนัดนี้    

โดยสถิติ 10 เกมล่าสุดที่ แอต.มาดริด ได้เล่นในบ้าน ในเกมลา ลีกา พวกเขาไม่แพ้ใครหน้าไหนเลย (นับรวมจากท้ายซีซั่นที่แล้วด้วย) 

6. ด้านแชมป์เก่า บาร์เซโลน่า ตอนนี้แต้มตามหลัง เรอัล มาดริด 4 คะแนนแล้ว โดยสัปดาห์นี้ บาร์ซ่า ต้องไปเยือน เคตาเฟ่ ซึ่งแน่นอนแล้วว่า เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ลีโอเนล เมสซี่ ที่บาดเจ็บอีกแล้ว ขณะที่ ซามูเอล อุมติตี้ ก็ยังบาดเจ็บยาว แต่ตำแหน่งอื่นๆอยู่กันครบ และทีมเริ่มลงตัวแล้ว 

โดย 15 นัดล่าสุดที่คู่นี้เจอกัน บาร์ซ่าไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลัง เคตาเฟ่ ผลงานดีในบ้าน เพราะพวกเขาไม่แพ้ในบ้านมา 8 เกมติดต่อกันแล้ว

กัลโช เซเรีย อา

7. อินเตอร์ มิลาน ภายใต้การดูแลของ อันโตนีโอ คอนเต้ ที่รั้งจ่าฝูงจากการชนะมา 5 นัดรวด จะออกไปเยือน ซามพ์โดเรีย อันดับสุดท้าย ในวันเสาร์ที่ 28 กันยายน 23.00 น. โดย โรเมลู ลูกากู ยังเป็นกองหน้าตัวเป้าและตัวหลักเช่นเดิม ขณะที่ อเล็กซิส ซานเชส น่าจะเป็นตัวสำรองไปก่อน และปล่อยให้ มัตเตโอ โปลิตาโน่ ได้ยืนคู่กับกองหน้าเบลเยียม 

โดย 4  นัดหลังสุดที่คู่นี้ดวลกัน เป็นฝ่าย อินเตอร์ มิลาน ที่มีสถิติข่มขวัญกว่า เพราะเอาชนะได้ทั้งหมด

8. ด้าน ยูเวนตุส แชมป์เก่า ตอนนี้ทำคะแนนขึ้นมาเป็นอันดับ 2 แล้ว โดยตามหลัง อินเตอร์ แค่ 2 คะแนน 

สัปดาห์นี้ ม้าลาย ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ จะเปิดบ้านพบกับ สปาล โดนเกมนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาจจะต้องเช็กสภาพความฟิตอีกครั้ง หลังจากชวดเกมกลางสัปดาห์ แต่หาก CR7 ลงเล่นไม่ได้ พวกเขาก็ยังมีเปาโล ดีบาล่า ที่พร้อมทำหน้าที่แทน ขณะที่ ดานิโล่ มีอาการบาดเจ็บและน่าจะลงสนามไม่ได้ 

ฤดูกาลที่แล้ว สปาล เป็นทีมหนึ่งที่เคยทำแสบไว้กับ ยูเวนตุส เพราะเปิดบ้านชนะ ม้าลาย ได้อย่างพลิกล็อก อย่างไรก็ตาม คราวนี้ ม้าลาย คงจะไม่มีประมาทให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกแล้ว 

บุนเดสลีกา 

แอร์เบ ไลป์ซิก จ่าฝูง จะได้เปิดบ้านพบกับ ชาลเก้ 04 ในวันเสาร์ 28 กันยายน 20.30 น. 

เกมนี้ ไลป์ซิก จะต้องขาด คอนราด ไลเมอร์ ที่ติดโทษแบน แต่กองหน้าอย่าง แพทริก ชิก พร้อมกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง ทว่า ติโม แวร์เนอร์ ยังสามารถยืนค้ำเป็นหน้าเป้าได้เหมือนเดิม 

สำหรับ ไลป์ซิก เหนียวแน่นมากๆ พวกเขา ไม่แพ้ใครในลีก 20 จาก 21 นัดหลังสุด 

10. บาเยิร์น มิวนิค แชมป์เก่า จะไปเยือน พาเดอร์บอร์น ทีมบ๊วยของตารางที่ยังไม่สามารถชนะใครได้เลย   โดยเสือใต้ ต้องขาดแกนหลัก 2 คน นั่นคือ เลออน กอเร็ตซ์ก้า และ ดาบิด อลาบา แต่คนอื่นๆ พร้อมสมบูรณ์ โดยคู่นี้เจอกัน 4 นัดหลังสุดในทุกรายการ เสือใต้เป็นฝ่ายเก็บชัยได้ทั้งหมด 

ปิดท้ายที่ ดอร์ทมุนด์ จะได้เปิดบ้านพบกับ แวร์เดอร์ เบรเมน  โดยดอร์ทมุนด์เพิ่งชวดเก็บชัยอย่างน่าเสียดายจากนัดล่าสุดที่เสมอกับ แฟรงค์เฟิร์ต เล่นเอานักเตะหัวเสียไปทั้งทีม รวมถึง มาร์โก้ รอยส์ ที่หงุดหงิดใส่นักข่าว อย่างไรก็ตาม เกมนี้พวกเขาคงต้องรวมสมาธิกลับมากันใหม่  ขณะที่ฝั่ง เบรเมน ก็มีนักเตะบาดเจ็บทั้งทีมตอนนี้รวมกัน 10 คนแล้ว