10 ประเด็นน่าจับตา 4 ลีกใหญ่หลังพ้นเบรคทีมชาติ

13 September 2019
109 VIEWS

สัปดาห์ที่แล้ว เว้นวรรคให้กับโปรแกรมทีมชาติ แต่พอมาสุดสัปดาห์นี้ ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอยเหมือนเดิม คือฟุตบอลลีกใหญ่ๆ ของยุโรปกลับมาซัดกันอีกแล้ว และมีหลากหลายคู่ที่น่าสนใจ 

ที่อังกฤษ ลิเวอร์พูล ต้องมาเจอกับ นิวคาสเซิ่ล หรือที่บุนเดสลีกา จ่าฝูงอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก โคจรมาเจอกับแชมป์เก่า บาเยิร์น มิวนิค ส่วนที่อิตาลี และ สเปน ก็มีโปรแกรมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

และนี่คือ 10 ประเด็นน่าจับตา 4 ลีกใหญ่หลังพ้นเบรคทีมชาติ

พรีเมียร์ลีก 

1.เริ่มต้นกันที่คู่แรก วันเสาร์ 18.30 น ลิเวอร์พูล จ่าฝูงที่ก่อนหน้านี้เก็บชัยเรียบวุธมาทุกนัด จะเปิดบ้านพบกับ นิวคาสเซิ่ล 

โดยลิเวอร์พูลมาเกมนี้แบบฟูลทีมที่ดีที่สุด ยกเว้นตำแหน่งผู้รักษาประตูคนเดียว ที่ยังขาด อลิซอน เบคเกอร์ แต่ อาเดรียน นายประตูสแปนิช ก็ยังพอไว้วางใจได้ จากเกมล่าสุดที่ลิเวอร์พูลบุกชนะ เบิร์นลี่ย์ อาเดรียน ก็สามารถรักษาคลีนชีทเอาไว้ได้ 

สถิติในการเจอกันของคู่นี้ที่แอนฟิลด์ เป็นฝั่งหงส์แดงที่เหนือกว่ามาก เพราะไม่แพ้นิวคาสเซิ่ลเลยติดต่อกันมาเป็นนัดที่ 23 แล้ว และแรงจูงใจการเล่นของลูกทีม เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็มีสูงมาก เพราะหากเก็บชัยได้ตั้งแต่หัววัน ก็จะยิ่งไปสร้างแรงกดดันให้กับฝั่ง แมนฯซิตี้ รองจ่าฝูงและแชมป์เก่าที่ต้องลงสนามทีหลัง เพราะ แมนฯซิตี้ ต้องไปเยือน นอริช เป็นคู่สุดท้ายในเกมวันเสาร์ในเวลา 23.30 น.

2. ไหนๆ ก็ไหนๆ มาเจาะกันที่คู่ นอริช VS แมนฯซิตี้ ต่อเลย …โดย แมนฯซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะขาดแกนหลัก อาทิ อายเมริก ลาปอร์ต, จอห์น สโตนส์ และ เลรอย ซาเน่ แต่ในส่วนของ กาเบรียล เฆซุส และ อิลคาย กุนโดกัน ยังบาดเจ็บอยู่แต่ก็มีลุ้นเล็กๆ ที่จะสอดแทรกอยู่บนม้านั่งสำรอง

สถิติในการเจอกันของคู่นี้ แมนฯซิตี้ เหนือกว่าอย่างชัดเจนเพราะ 13 นัดหลังสุดที่เจอกันในทุกรายการ แมนฯซิตี้ ไม่แพ้ถึง 12 เกม และในตอนนี้ถือว่า ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กำลังฟอร์มร้อนแรงสุดๆ ด้วย พอจะฝากผีฝากไข้และเป็นความหวังในเกมรุกของเรือใบได้

3. ต่อกันที่ อาร์เซน่อล ปืนใหญ่ที่รั้งอันดับ 5 อยู่ ณ ปัจจุบัน จะไปเยือน วัตฟอร์ด ในวันอาทิตย์ โดย อูไน เอเมรี่ อาจจะต้องปวดหัวกับการวางหมากในแดนกลาง เพราะว่า กรานิต ชาก้า และลูคัส ตอร์เรร่า บาดเจ็บพร้อมๆ กัน ดังนั้น อาจจะเป็นหน้าที่บทบาทของ มาเตโอ เก็นดูซี่ และเจ้าหนู โจ วิลล็อก

อาร์เซน่อล มีสถิติที่ดี ในการมาเยือนที่ วัตฟอร์ด ด้วย เพราะ 7 ครั้งหลังสุดที่มาเยือน ปืนใหญ่ ชนะถึง 6 เกม นอกจากนี้ 3 นัดล่าสุดที่เจอกัน อาร์เซน่อล ไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว

4. ด้าน แมนฯยูไนเต็ด ของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา สถานการณ์ยังไม่ค่อยสู้ดี ล่าสุดอยู่อันดับ 8 มี 5 คะแนน แถมสัปดาห์นี้ต้องมาเจอกับทีมฟอร์มแรงๆอย่าง เลสเตอร์ ที่รั้งอันดับ 3 อยู่ตอนนี้อีกด้วย

ปัญหาใหญ่คือ กองหน้าตอนนี้ ผีแดง ต้องขาดทั้ง อองโตนี่ มาร์กซิยาล และ เจสซี่ ลินการ์ด, แบ็กซ้ายอย่างลุค ชอว์ ก็บาดเจ็บ ส่วนแอร่อน วาน บิซซาก้า ที่ถอนตัวจากทีมชาติอังกฤษ อาจจะฟิตทันสำหรับเกมนี้ ขณะที่ฝั่งเลสเตอร์ เจมี่ วาร์ดี้ และ เจมส์ แมดดิสัน กำลังฟอร์มอันตรายสุดๆ 

อย่างไรก็ตาม 10 เกมหลังสุด ที่คู่นี้ดวลกันที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แมนฯยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเก็บชัยได้ถึง 9 นัด 

5. ฝั่ง สเปอร์ส ของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ตอนนี้อยู่ที่ 9 แต่ก็มี 5 คะแนนเท่าๆ กับ แมนฯยูไนเต็ด รวมถึง เชลซีด้วย โดยวีกเอนนี้ สเปอร์ส จะเปิดบ้านพบกับ คริสตัล พาเลซ อันดับ 4 ที่ฟอร์มดุมากในช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งเกมนี้ สเปอร์ส ต้องขาดกองหลังอย่าง ฮวน ฟอยธ์ และตัวใหม่อย่างโจวานนี่ โล เซลโซ่ ขณะที่ ต็องกี เอ็นด็องเบเล่ อาจจะฟิตทันมาคุมเกมแดนกลาง

โดย 7 นัดล่าสุดที่คู่นี้ดวลกัน สเปอร์ส ของ “พอช” เก็บชัยได้ถึง 6 เกม

6. เชลซี ของกุนซือซูเปอร์แฟรงค์ จะไปเยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน โดยปัญหาของเชลซีคือแบ็กซ้าย ซึ่งต้องมาเสีย เอเมอร์สัน ไปเพราะบาดเจ็บจากเกมทีมชาติของอิตาลี  ขณะที่ อันเดรส คริสเตนเซ่น อาจจะได้คืนตำแหน่งตัวจริงในคู่เซนเตอร์ ส่วนตัวดาวรุ่งความหวังของหมู่บ้านอย่าง แทมมี่ อบราฮัม และ เมสัน เมาท์ จะเป็น 11 ตัวจริงเช่นเดิม

บุนเดสลีกา

7. จ่าฝูง แอร์เบ ไลป์ซิก ซึ่งเป็นทีมเดียวในลีกที่เก็บชัย 3 นัดรวด จะได้เปิดบ้านกับ แชมป์เก่า บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งฝั่งเสือใต้ขาดแกนหลักแค่คนเดียว คือ เลออน กอเร็ตซ์ก้า ส่วน แซร์จ นาบี้ ที่ฟอร์มดีกับทีมชาติเยอรมนี น่าจะได้ลงเป็นตัวจริง ได้ทำเกมบุกริมเส้น 

สำหรับ บาเยิร์น ไม่แพ้ในบุนเดสลีกามา 17 เกมติดต่อกันแล้ว ส่วน ไลป์ซิกก็สถิติดีไม่เบา เพราะ 19 นัดหลังสุด พวกเขาไม่แพ้ถึง 18 เกม 

ด้าน ดอร์ทมุนด์ จะได้เปิดบ้านพบ เลเวอร์คูเซ่น ซึ่ง เสือเหลือง มีสถิติดีมากเวลาเจอนายห้างขายยา ที่ซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค เพราะ 4 นัดหลังสุด ดอร์ทมุนด์ ชนะทั้งหมด โดยเกมนี้ ยังมีตัวปั้นเกมสุดอันตราย ทั้ง จาดอน ซานโช่, มาร์โก้ รอยส์ และ ยูเลี่ยน บรันด์ 

กัลโช่ เซเรีย อา

8. จ่าฝูง อินเตอร์ มิลาน ของอันโตนีโอ คอนเต้ จะเปิดรังพบ อูดิเนเซ่ ในคู่ดึกคืนวันเสาร์ ทั้งนี้ คอนเต้ มีตัวให้ใช้งานแบบเต็มอัตราศึกสุดๆ ซึ่งเกมนี้ มีโอกาสสูงมากที่แฟนงูใหญ่ จะได้เห็น โรเมลู ลูกากู ได้ประสานงานกับอเล็กซิส ซานเชสในแดนหน้า และแนวรับของงูใหญ่ที่ผ่านมาจัดการกับกองหน้าของม่วงมหากาฬได้ดี เพราะ 3 นัดหลังสุดที่เจอกัน อินเตอร์ มิลานไม่เสียประตูเลย 

ส่วน ยูเวนตุส แชมป์เก่า จะไปเยือน ฟิออเรนติน่า โดย เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือของทีมมีแนวรุกให้เลือกใช้เต็มไปหมด ทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, กอนซาโล อิกวาอิน , ดักลาส คอสต้า นั่นหมายความว่า เปาโล ดีบาล่า จะต้องนั่งบนม้านั่งสำรองไปก่อน ส่วนฝั่งฟิออเรนติน่า มีตัวเก๋าประสบการณ์อย่างเควิน ปรินซ์-บัวเต็ง และ ฟรองค์ ริเบรี่ เป็นตัวชูโรง โดย ฟิออเรนติน่า ออกสตาร์ต 2 นัดแรก ด้วยการแพ้ทั้ง 2 นัด และตอนนี้หากนับรวมจากท้ายซีซั่นก่อนด้วย พวกเขาไม่ชนะเกมลีก มาติดต่อกัน 16 เกมแล้ว 

ลาลีกา

9. บาร์เซโลน่า จะได้เปิดบ้านพบกับ บาเลนเซีย ที่เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือเป็นคนแรกของลีกจาก มาร์เซลิโน่ มาเป็น อัลเบิร์ต เซลาเดส

สำหรับ บาร์ซ่า นั้น ยังหมดสิทธิ์ใช้งาน ลีโอเนล เมสซี่ที่บาดเจ็บ และบาร์ซ่า ชนะเกมลีก ในคัมป์ นู มา 8 นัดติดต่อกันแล้ว หากนับจากซีซั่นก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ทีมนั้น มีพะวงกับโปรแกรมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลางสัปดาห์รออยู่ด้วย 

10. ปิดท้ายที่ เรอัล มาดริด จะเปิดบ้านพบ เลบันเต้ ซึ่งเกมนี้ ราชันชุดขาว จะหมดสิทธิ์ใช้งาน แกเร็ธ เบล ที่ติดโทษแบน แต่ เอเด็น อาซาร์ ซูเปอร์สตาร์อีกคน มีสิทธิ์ที่จะได้ประเดิมสนามกับต้นสังกัดใหม่เสียที หลังจาก 3 นัดแรก ยังไม่ได้ลงเลยเพราะบาดเจ็บ 

สำหรับเฮดทูเฮดของคู่นี้ 13 นัดหลังสุด ราชันชุดขาวไม่แพ้ถึง 12 นัด