การเดินทางกลับบ้านหลังแรกบนดินแดนอาทิตย์อุทัยของ ธีราทร บุญมาทัน

19 July 2019
210 VIEWS

คงเป็นเรื่องยากที่จะปฎิเสธว่า ณ ขณะนี้นักเตะสัญชาติไทยที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดบนดินแดนอาทิตย์อุทัยก็คือ  “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน

หลังปรับตัวเข้ากับสไตล์ของต้นสังกัดใหม่ โยโกฮามะ มารินอส ได้ ดาวเตะวัย 29 ปี ก็สามารถยกระดับฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอ และดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยทำได้ดีทั้งในเกมรับ และเกมรุก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมรุกที่โดดเด่นมากๆ ด้วยจังหวะครอสลูกเข้ากรอบเขตโทษสร้างโอกาสในการทำประตูให้กับทีมได้บ่อยครั้ง โดยมีสถิติในการครอสบอล 3.2 ครั้งต่อเกม และการสร้างโอกาส 2.1 ครั้งต่อเกม (สถิติจากเจลีก) จนทำให้เจ้าตัวก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งแบ็คซ้ายตัวจริงของทีม โยโกฮามะ มารินอส ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมลีกมาติดต่อกันถึง 8 เกม

ไม่เพียงแค่นั้น ธีราทร ยังได้รับการยอมรับ และความไว้วางใจจากกุนซือของทีมอย่าง อังเก พอสเตโคกลู รวมทั้งเพื่อนร่วมทีม ให้เป็นผู้รับสัมปทานลูกนิ่งทั้งหลาย รวมทั้งการประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมก็มีความเข้าใจกันมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานงานกับแนวรุกทางฝั่งซ้ายของทัพกะลาสีอย่าง เคตะ เอ็นโดะ มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นก็เป็นไปอย่างเนียนตา

และล่าสุดยังได้รับรางวัล MVP หรือ ผู้เล่นยอดเยี่ยมจากแมทช์ล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมากับผลงานช่วยทำ 1 แอสซิสต์ให้ทีม “ กะลาสี” ต้นสังกัด คว้าชัยเหนือ อุราวะ เรดส์ ไดมอนส์  ทั้งหมดคือเครื่องยืนยันความยอดเยี่ยมของดาวเตะทีมชาติไทยวัย 29 ปีในเวลานี้ได้เป็นอย่างดี

นอกเหนือจากฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม อีกสิ่งที่น่ายกย่องสำหรับ ธีราทร คือ จิตใจที่แข็งแกร่ง และความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยม

ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล ดาวเตะวัย 29 ปี ดีกรีทีมชาติไทยต้องโชคร้ายเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อระหว่างช่วงฝึกซ้อมกับต้นสังกัด โยโกฮามะ มารินอส จนทำให้พลาดการลงสนามให้กับทีมกะลาสีในช่วงเปิดฤดูกาลเกมลีกไปถึง 2 เกม ก่อนจะได้โอกาสประเดิมสนามในเกมฟุตบอลถ้วย ลูวาน คัพ

โดยเจ้าตัวได้ประเดิมสนามในเกมเจลีก1 นัดแรกคือเกมที่พบกับ คาวาซะกิ ฟรอนทาเล แต่ด้วยความที่เพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ และต้องปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นของทีมที่ยังไม่คุ้นเคยนัก จึงทำให้ผลงานของ ธีราทร ยังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร และถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายเกม

เช่นเดียวกันกับเกมต่อมาที่พบกับ โออิตะ ทรินิตะ ก็ดูยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นของต้นสังกัดใหม่ได้ มีจังหวะจ่ายบอลพลาดให้คู่แข่งตัดไปทำประตุได้ และดูจะเป็นจุดอ่อนในแนวรับ ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายเกมอีกครั้ง

ณ เวลานั้น ดูเหมือนสถานการณ์ของดาวเตะทีมชาติไทยวัย 29 ปี จะยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง เมื่อในเกมลีกต่อๆ มาถูกลดบทบาทไปเป็นตัวสำรอง โดยกุนซือของทีมอย่าง อังเก ปอสเตโคกลู มีการปรับแนวรับขยับเอา ริคุโตะ ฮิโรเสะ ที่ยืนแบ็คขวามาโดยตลอด โยกไปยืนเป็นแบ็คซ้าย และส่งแบ็คขวาคนอื่นลงสนามแทนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ธีราทร ไม่ได้ย่อท้อ และยอมแพ้ แต่กลับแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่งโดยมุ่งมั่นฝึกซ้อม เพื่อพิสูจน์ตัวเอง 

ซึ่งหลังผ่านพ้นช่วงเวลา และสถานการณ์ที่ยากลำบากไปร่วม 2 เดือน ดาวเตะทีมชาติไทยวัย 29 ปี ก็สามารถปรับตัวเข้ากับแท็คติคของกุนซือ และรบบการเล่นของทีมกะลาสี รวมทั้งสามารถประสานงานเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างลงตัว พร้อมทวงตำแหน่งตัวจริงคืนได้อีกครั้ง และยึดยาวมาถึง 8 เกม พร้อมผลิตผลงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง 

ซึ่งดูเหมือนว่าฟอร์มการเล่นที่ดีและความมั่นใจของ ธีราทร จะมาในช่วงเวลาที่ถูกที่ถูกเวลาก่อนที่เจ้าตัวจะมีภารกิจสำคัญในสัปดาห์นี้

ภารกิจดังกล่าว คือ การกลับไปเยือนสโมสรที่เปรียบเสมือนบ้านหลังแรกบนแผ่นดินญี่ปุ่นอย่าง วิสเซล โกเบ

หมุนเข็มนาฬิกากลับไปในปี 2018 หรือปีที่แล้ว ดาวเตะวัย 29 ปี ถูกวิสเซล โกเบ ยืมตัวจากต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด มาร่วมทีมเป็นเวลา 1 ปี ที่นี่จึงเป็นเสมือนบ้าน และเต็มไปด้วยความทรงจำมากมายของดาวเตะดีกรีทีมชาติไทย เนื่องจากต้องใช้ชีวิตทั้งในและนอกสนามที่นี่กว่า 1 ปีเต็ม 

ณ สโมสรแห่งนี้ “ความฝัน” ในชีวิตลูกหนังของธีราทรถูกเติมเต็มทั้งการได้ลงเล่นฟุตบอลอาชีพบนลีกสูงสุดของญี่ปุ่น รวมถึงการได้ลงเล่นเคียงข้างกับซูเปอร์สตาร์ลูกหนังระดับโลกอย่าง อันเดรียส อิเนียสต้า และ ลูคัส โพดอลสกี้ ก็เป็นประสบการณ์ที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้

โดย ธีราทร ลงรับใช้ วิสเซล โกเบ รวมทุกรายการ ไปทั้งสิ้น 35 เกม และทำไป 4 แอสซิสต์ ก่อนจะแยกจากทีมหลังครบสัญญายืมตัว ซึ่งในการอำลาผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ วิสเซล โกเบ เมื่อปลายปีก่อน เจ้าตัวก็ได้กล่าวขอบคุณเพื่อนร่วมทีม, สตาฟฟ์โค้ช และ แฟนบอลทุกคน ที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด และสัญญาว่าจะคอยติดตามเชียร์ และสนับสนุนทีม ในฐานะแฟนบอล วิสเซล โกเบ ต่อไป 

แต่แล้วการกลับไปเยือน วิสเซล โกเบ อย่างเป็นทางการครั้งนี้ของดาวเตะวัย 29 ปี กลับไม่ใช่ในฐานะแฟนบอล แต่ไปในฐานะ “คู่แข่ง” ที่จะต้องเผชิญหน้ากันในสนาม และถือเป็นเกมที่มีความสำคัญต่อทั้ง ต้นสังกัดใหม่อย่าง โยโกฮามะ มารินอส และอดีตต้นสังกัดอย่าง วิสเซล โกเบ ด้วย

เนื่องจากสถานการณ์ในตารางคะแนนปัจจุบัน โยโกฮามะ มารินอส ได้สถาปนาตัวเองกลายเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัวแล้ว หลังเวลานี้มีคะแนนตามหลัง เอฟซี โตเกียว จ่าฝูงเพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าทัพกะลาสีต้องการ 3 คะแนนอย่างยิ่งเพื่อโอกาสในการลุ้นแชมป์เจลีก ซึ่งพวกเขาได้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2004 

ส่วนทางด้าน วิสเซล โกเบ ตอนนี้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากอยู่อันดับ 15 ของตาราง เหนืออันดับ 16 ที่ต้องไปเล่นเพลย์ออฟหนีตกชั้น ซึ่งตอนนี้เป็น จูบิโล อิวาตะ อยู่  4 คะแนน ดังนั้นเกมนี้ที่ได้เล่นในบ้าน แน่นอนว่าเป้าหมายของพวกเขาจึงต้องการ 3 คะแนนเป็นอย่างยิ่งเพื่อขยับอันดับตัวเองขึ้นไปให้อยู่ในโซนที่ปลอดภัยมากขึ้น

เกมฟุตบอลเกมนี้จึงน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะแฟนฟุตบอลชาวไทยที่จะได้เห็นนักเตะขวัญใจคนไทยอย่าง ธีราทร ยืนอยู่กลางสนามฟุตบอลเคียงข้างกับยอดนักเตะระดับโลกอย่าง อันเดรียส อิเนียสต้า หรือ ดาวิด บีญ่า อีกครั้ง 

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนร่วมทีมอีกแล้ว เพราะดาวเตะวัย 29 ปี จะต้องเผชิญหน้ากับ อิเนียสต้า และ บีญ่า ในฐานะคู่แข่งที่ต้องต่อสู้กันตลอด 90 นาที 

สุดท้ายบทสรุปของการเดินทางกลับบ้านหลังแรกบนดินแดนอาทิตย์อุทัยของ ธีราทร บุญมาทัน ในวันเสาร์นี้ ที่จะเริ่มคิกออฟเวลา 16.00 น. จะลงเอยอย่างไร เราจะได้ติดตามไปพร้อมๆ กันครับ

#โรนิน