ภารกิจสำคัญในโค้งสุดท้ายเจลีกของ ธีราทร บุญมาทัน

14 September 2019
268 VIEWS

หลังผ่านพ้นสัปดาห์ของเกมการแข่งขันของทีมชาติหลายๆลีกฟุตบอลชั้นนำก็จะกลับมาลงสนามกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้งในสัปดาห์นี้

หนึ่งในลีกที่จะได้รับความสนใจจากแฟนฟุตบอลชาวไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ศึกฟุตบอล เจลีก 1 ลีกฟุตบอลสูงสุดของแดนอาทิตย์อุทัย

เนื่องจากมี 3 ไอคอนวงการลูกหนังไทยขวัญใจแฟนบอลในปัจจุบันอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ , ธีราทร บุญมาทัน และฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่เพิ่งมาช่วยกันจุดประกายแห่งความหวังของทีมชาติไทยให้กลับมาอีกครั้งค้าแข้งอยู่

แต่จากทั้ง 3 คนดูเหมือนว่าในช่วงนี้ ธีราทร จะเป็นนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นสุดทั้งในระดับสโมสร รวมทั้งทีมชาติที่เพิ่งผ่านพ้นไป

โดยเฉพาะในสโมสรที่เจ้าตัวสามารถซื้อใจ อังเก พอสเตโคกลู กุนซือขาวออสเตรเลีย ของ โยโกฮามะ มารินอส ต้นสังกัด จนสามารถยึดตำแหน่งแบ็คซ้ายตัวจริงได้สำเร็จ โดยลงสนามเป็นตัวจริงติดต่อกันติดต่อกันถึง 14 นัดแล้ว และได้ลงเล่นเต็ม 90 นาทีไม่ถูกเปลี่ยนตัวออกอีกด้วย

โดยในเกมลีกล่าสุดที่เอาชนะ กัมบะ โอซาก้าได้ 3-1 เจ้าตัวก็เพิ่ง สังหารประตูแรกในเจลีกได้สำเร็จ ถือเป็นประตูที่เพิ่มความมั่นใจให้เจ้าตัวมากขึ้นไปอีก

นอกจากนั้นในเกมเดียวกันเจ้าตัวยังได้รับเลือกให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมทช์ และมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของเจลีกในสัปดาห์ดังกล่าวด้วย

ไม่น่าเชื่อว่าจากนักเตะที่เริ่มต้นฤดูกาลไม่ดีนัก ทั้งโชคร้ายได้รับบาดเจ็บจนพลาดลงสนามในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล พอหายเจ็บกลับมาก็ต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ตกเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง เมื่อถูกส่งลงสนามก็ยังดูจะมีข้อผิดพลาดให้ได้เห็นจนเหมือนจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากโค้ช จนถูกจับนั่งยาวหลายต่อหลายเกมติดต่อกันกลับกลายมาเป็นแบ็คซ้ายตัวหลักที่ทีมแทบจะขาดไม่ได้

สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากความพยายามทุ่มเทของดาวเตะวัย 29 ปี ทั้งในสนามซ้อมและทุกแมทช์การแข่งขันที่ได้โอกาสลงสนามจนสามารถปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นของ โยโกฮามะ มารินอส ภายใต้กุนซือ อังเก พอสเตโคกลู ที่เคยบอกว่าเขาเลือกผู้เล่นจากการทำงานหนักในแต่ละวัน

“มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับธีราทร ที่ผ่านมาเขาทำงานอย่างหนักเพื่อทีมมาตลอด เขาต้องเรียนรู้ที่จะเล่นในวิธีที่แตกต่างออกไป และสุดท้ายเขาก็ปรับตัวได้ดี”

ถ้อยคำเอื้อนเอ่ยของกุนซือวัย 54 ปี ที่กล่าวยกย่องแบ็คซ้ายทีมชาติไทยหลังจบเกมที่ทีมของตัวเองเอาชนะ กัมบะ โอซาก้า ไปได้ บ่งบอกถึงเหตุผลที่ทำให้ ธีราทร กลายมาเป็นแบ็คซ้ายตัวจริงของทีมได้อย่างชัดเจน

“ผมพอใจในผลงานของเขา แน่นอนเขาเป็นผู้เล่นที่สำคัญของเรา”

อีกถ้อยถ้วนคำจากกุนซือวัย 54 ปีที่แสดงให้เห็นว่าแบ็คซ้ายทีมชาติไทยเป็นนักเตะคนสำคัญที่ทีมของเขาจะขาดไม่ได้

ณ ตอนนี้ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเททำให้ ธีราทร สามารถยกระดับการเล่นจนกลายเป็นแบ็คซ้ายขั้นนำคนหนึ่งในลีก ที่มีความครบเครื่องทั้งเกมรุกและเกมรับ อย่างในเกมล่าสุดกับกัมบะ โอซาก้า นอกจากเจ้าตัวจะทำประตูได้แล้ว ในจังหวะเกมรับก็ยังสามารถหยุดเกมรุกของกัมบะ โอซาก้า ได้อยู่หมัด ด้วยการอ่านเกม และยืนตำแหน่งที่ดี รวมทั้งการเข้าสกัดบอลที่หนักแน่น โดยเฉพาะจังหวะหยุด ปาทริซ ดาวยิงบราซิลของ กัมบะ โอซาก้า

แต่กระนั้นแม้จะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมแล้ว แต่สำหรับ ธีราทร เขาคงไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาการเล่นของตัวเอง รวมทั้งมุ่งมั่นทำงานหนักต่อไปเพื่อภารกิจที่สำคัญของต้นสังกัดในเวลานี้

นั่นคือการลุ้นแชมป์ฟุตบอลเจลีก 1…

โดยในช่วงโค้งสุดท้ายเจลีกที่เหลืออีก 9 นัด โยโกฮามะ มารินอส อยู่ในอันดับที่ 3 มีแต้มตามหลังจ่าฝูง เอฟซี โตเกียว อยู่ 7 คะแนน และตามหลังรองจ่าฝูงคือ คาชิมะ แอนท์เลอร์สอยู่ 3 คะแนน

ซึ่งต้องบอกว่าโอกาสที่ โยโกฮามะ มารินอส ต้นสังกัดของ ธีราทร จะสร้างเซอร์ไพร์ส พลิกกลับมาคว้าแชมป์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี หลังจากได้แชมป์เจลีก 1 ครั้งสุดท้ายในปี 2004 นั้น ยังคงเปิดกว้างอยู่

แม้จะยาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้…

เนื่องจาก เอฟซี โตเกียว จ่าฝูงนั้นต้องเล่นเกมเยือนถึง 7 จาก 9 นัดสุดท้าย โดยเฉพาะเกมยากในสัปดาห์นี้ที่ต้องออกไปเยือน รองจ่าฝูง คาชิมะ แอนท์เลอร์ส และในเกมสุดท้ายต้องออกมาเยือน โยโกฮามะ มารินอส นั่นเอง

ดังนั้นหาก ธีราทร และพลพรรคเพื่อนร่วมทีมงัดฟอร์มเก่งเดินหน้าเก็บชัยชนะในเกมที่เหลือ ซึ่งโปรแกรมถือว่าไม่หนักหนาสาหัสจนเกินไป ได้เจอกับทีมโซนท้ายตารางถึง 4 นัด ก็อาจจะทำอันดับ และขยับคะแนนเข้าใกล้จ่าฝูงจนอาจจะต้องมาตัดสินตำแหน่งแชมป์กันในเกมสุดท้ายก็ได้

น่าติดตามครับว่า ธีราทร และพลพรรคเพื่อนร่วมทีมจะสามารถงัดฟอร์มเก่งคว้าชัยชนะทำคะแนนเพื่อช่วงชิงตำแหน่งแชมป์ ในช่วงโค้งสุดท้ายฟุตบอลเจลีก 1 นี้ได้หรือไม่?

โดยวันเสาร์นี้ โยโกฮามะ มารินอส จะเปิดบ้านต้อนรับ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิม่า เวลา 17.00 น.

แต่ที่เชื่อได้เลยคือ แบ็คซ้ายทีมชาติไทย จะไม่ได้ต่อสู้ในภารกิจนี้เพียงลำพัง เพราะเขาจะมีแรงใจจากแฟนฟุตบอลชาวไทยส่งไปเอาใจช่วยในทุกเกมที่เขาได้ลงสนามอย่างแน่นอน

#โรนิน