ทีมชาติไทย “ใครก็ได้” (แต่ไม่ใช่ตอนนี้)

6 June 2019
187 VIEWS

ผลงานแพ้ เวียดนาม คาบ้าน 0-1 ชนิดไม่มีเวลาให้แก้ตัวในฟุตบอล คิงส์คัพ ครั้งที่ 47 

รูปแบบการเล่นที่เป็นรองคู่แข่งทั้ง ความฟิต ความมุ่งมั่น ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นใหญ่ในการแสดงความคิดเห็นทางโซเชียล

ความพ่ายแพ้ที่กลายเป็น “จุดเปลี่ยน” สถานการณ์ “ช้างศึกคือเจ้าอาเซียน” เจอ “ใครก็ได้” เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย ชนะได้ทุกเมื่อ

วลี “ใครทำก็แชมป์” ถูกเฉลยคำตอบมาแล้วว่า มันไม่จริง เป็นเพียงคำพูดเสียดสีในยุคบอลไทยบูมของกลุ่มคนทำหน้าที่ผ่านกล่องเสียง แต่ไม่ค่อยลงแรงทำผลงานให้ประจักษ์

ย้อนกลับมาพูดถึงความล้มเหลวครั้งล่าสุดของทีมไทย นับตั้งแต่ทีมชาติไทยแยกทางกับ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เข้าสู่ยุค มิโลวาน ราเยวัช จน “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ดูเราจะหยุดพัฒนาการเติบโตของช้างศึกที่ถูกปลุกปั้นมาเพื่อเขย่าเอเชียในปี 2020

กลายเป็นว่า ทีมไทยไม่ยกระดับ แถมปล่อยเกียร์ว่างให้คู่แข่งฉีกแซง ทีมที่สร้างมาตั้งแต่ 2014 เพื่อบอลโลก 2022 กำลังจะกลายเป็นความฝันอีกแล้ว

ผมคิดว่า สิ่งที่ต้องจัดการให้เร็วที่สุด และต้องทำแบบตรงไปตรงมา ภายใต้ความจริงนั้นคือ การหาหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ที่ใช่งานได้ กลับมาทำงานอีกครั้ง

เวลาที่เหลือก่อนฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกจะเริ่มขึ้น สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ต้องยกเรื่อง การหากุนซือทีมชาติไทยเป็นวาระของชาติ

ภายใต้นโยบาย เลิกลองผิดลองถูก ไม่ขายฝัน มุ่งหน้าทำทุกอย่างบนพื้นฐานความจริง 

ทีมไทยที่มีทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธุ์, ฐิติพันธ์ุ พ่วงจันทร์, ธีราทร บุญมาทัน ที่ค้าแข้งอยู่ต่างประเทศ มีนักเตะฝีเท้าเกรดเอ พรรษา เหมวิบูลย์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ในไทยลีก และมีดาวรุ่งความหวังอย่าง ศุภชัย ใจเด็ด, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา 

ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะหา “ใครก็ได้” ที่เข้ามาทำให้ทีมชาติไทยที่กำลังปล่อยเกียรว่างได้เร่งเครื่องเดินหน้า 

สุดท้ายเลิกคิดว่าทุกสิ่งเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะกับคำว่า บอลไทยยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะเราน่าจะได้รับบทเรียนจากฟุตบอล ที่ว่า #ฟุตบอลไทยใครก็ได้ (แต่ไม่ใช่ตอนนี้)

“บิ๊กแชมป์” ฐิติพงศ์ อ่อนไสว Content Creator SPORTDesk.