เมื่อช้างศึกเดินถูกทาง…แต่ไม่ถูกใจ

สกอร์ 0-0 ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทย หลังเปิดบ้านเสมอ เวียดนาม ในศึกฟุตบอลโลก 2022 คงทำให้แฟนบอลรู้สึกเสียดาย กับโอกาสที่มี ทั้งการได้เล่นในบ้าน และการได้พบกับเวียดนาม คู่แข่งที่มักตกเป็นเบี้ยล่างเชิงฟุตบอลเสมอในอดีตที่ผ่านมา

กระนั้น หากอยู่กับในโลกจริง ภายใต้สิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม 90 นาที คุณผู้อ่านจะรู้ได้ทันทีว่า ช้างศึก โชคดีมากที่มีแต้มในเกมนี้

และนี่คือ 4 ข้อที่ผมคิดว่า ฟุตบอลไทยกำลังเดินมาถูกทาง แต่ผลการแข่งขันที่ออกมา ก็อาจยังไม่ถูกใจแฟนบอลหลายคนเช่นกัน

1.เวียดนามเจ๋งจริง

ผมยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า ก่อนเกม ผมยังใช้ชุดความคิดเดิมที่ว่า ตอนนี้บอลเวียดนาม ยังสู้ไทยไม่ได้ ยิ่งเล่นบ้าน ก็ยิ่งมั่นใจ อย่างน้อยทีมไทยมี 3 แต้มไว้ก่อน

นั่นคือ ชุดความคิดที่ไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน แถมนำไปสู่หนทางความประมาท

เพราะเอาเข้าจริง ฟุตบอลทีมชาติเวียดนาม พัฒนาศักยภาพ ทัดเทียมไทยหรือดีกว่าไทยในบางแง่มุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้ ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเข้ามาปฎิวัติทีมชาติเวียดนามตั้งแต่ฐานราก

แถมยังได้เวลา 2 ปีเต็ม เพื่อสร้างทีมสร้างระบบสร้างนักเตะ พร้อมเดินหน้าไขว่คว้าความสำเร็จตลอดระยะทางที่ลูกทีมของเขามีโอกาส

ไม่แปลกที่ตอนนี้ ทัพดาวทอง จะได้เข้าไปจับจองพื้นที่ท็อป 100 ในแรงค์กิ้งฟีฟ่า 

ฟุตบอลเวียดนามในปัจจุบัน มีทั้งระเบียบวินัย ทีมเวิร์ค และ ทัศนะคติยอดเยี่ยมในการเล่นฟุตบอล

เห็นได้จากเกมที่พบกับทีมชาติไทยล่าสุด ที่ลูกทีมปาร์ค ฮัง ซอ เล่นภายใต้ความรู้สึกเป็นรองทีมไทยอย่างเห็นได้ชัด 

แต่ความเจียมตัวนั่นล่ะ คืออาวุธที่แสนอันตราย เพราะ เมื่อรู้ตัวเอง เวียดนามก็เล่นตามแท็กติก รับในแดนตัวเองอย่างใจเย็น ต่อด้วยการวิ่งเพรสซิ่งไม่ให้แข้งไทยได้พลิกตัวหรือจ่ายบอลสะดวก

จังหวะเกมรุก เวียดนาม ก็อาศัย จุดที่ นักเตะไทยยังไม่ ลุ่มลึก ถึงปรัชญาของโค้ชใหม่ เรื่องความกระหายในการทวงบอลมาอยู่ในความครอบครองให้เร็วที่สุด เล่นงานทีมชาติไทย ด้วยทีมเวิร์คที่เล่นด้วยกันมานาน เคาะบอลหนึ่งสองอย่างแม่นยำ จนเกือบทะลุเข้าพื้นที่สุดของทีมไทย และเกือบทำประตูได้หลายครั้ง

ดังนั้นในยกแรกที่พบกัน ผมให้เวียดนามชนะแบบไม่เป็นเอกฉันท์ เพราะ พวกเขาบุกมาแชร์แต้มในแดนสยามสำเร็จ

2.แนวรับยังวางใจไม่ได้

การนั่งดูเกมในสนามตลอด 90 นาที มีสิ่งหนึ่งผมเป็นห่วงอยู่ตลอด นั่นคือ การประสานงานกันระหว่าง คู่เซนเตอร์แบ็ค พรรษา เหมวิบูลย์ และ มานูเอล ทอม เบียห์ร

คู่จิ้นแนวรับช้างศึก ยังสอดประสานกันไม่ลงตัวเท่าไหร่ในเกมกับเวียดนาม

กอปรกับมีความผิดพลาดเล็กๆ น้อยตลอดเวลา ตั้งแต่การสื่อสาร การออกบอลที่ช้า และการคุมจังหวะเกมที่ยังไม่นิ่งพอ

จนทำให้ ทีมไทย เกือบโดนลงโทษตั้งแต่ต้นเกมไล่ไปยันท้ายเกม

สาเหตุน่าจะเป็นเรื่องของเวลาในการทำงานร่วมกันของทั้งสองซึ่งมีน้อยไปหน่อย 

ที่สำคัญคู่แข่งอย่าง เวียดนาม ก็ไม่ใช่เนื้อสมันให้รับประทานง่ายๆ เหมือนในอดีต

แนวรับที่ยังไว้ใจไม่ได้ 100 เปอร์เซนต์ จึงเป็นเหตุสำคัญให้บอลไทยยังครองเกม และ ดาหน้าบุก ไม่ได้ถึงจุดที่หวังไว้

เข้าตำรา ห่วงหน้าพะวงหลัง นั่นเอง

3.แสงสีทองวงการบอลไทย

เมื่อทีมไทย มีสิ่งที่ต้องแก้ไข ก็มีสิ่งให้ได้ชื่นใจเหมือนประกายแสงสีทองแห่งหวังเล็กๆ

โดยเฉพาะ ฟอร์มการเล่นของ สุภโชค สารชาติ ที่โดยส่วนตัวผมยกให้เขาเป็นมาสเตอร์พีชของเกมที่ไทยแชร์แต้มกับเวียดนาม

พูดตรงๆ ผมไม่ได้เห็นนักเตะไทยสไตล์ ร็อกแอนด์โรลล์ ที่กระชาก ลากเลื้อยแบบนี้มานาน พอสมควรแล้ว

ทั้งความเร็วตอนไม่มีบอลและตอนมีบอล สุภโชค ทำได้โคตรดี แถมมีทีเด็ดเรื่องใจ ที่กล้าได้กล้าเสียในการทำประตู

ไม่แปลกที่จะน้องจะได้รับการยอมรับ จาก อากิระ นิชิโนะ กุนซือ ที่ส่งเขาเป็นตัวจริง 

แถมได้รับการซับพอร์ตจาก ธีราทร บุญมาทัน และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ุ ตลอดทั้งเกม

จะเสียก็แค่ จังหวะ วินาทีสุดท้ายที่ซัดประตูชัยไม่ได้ แต่มันก็ผ่านไปแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้นอกจากต้องพัฒนาต่อไป 

เพราะ สำหรับผม การยึดติดกับอดีตไม่ได้ช่วยให้เราสร้างความเป็นไปได้ใหม่ 

ฉะนั้นเดินหน้าต่อไป เพราะ ชีวิตก็มีแค่ ชนะ เสมอ แพ้ และไม่ว่าผลลัพท์จะเป็นอย่างไร ถ้ายังมีชีวิต คุณไม่มีทางแพ้ไปตลอดแน่นอน

4.โชคดีที่มีแต้ม

สกอร์ 0-0 ของ ทีมชาติไทย หลังเปิดบ้านเสมอ เวียดนาม ในศึกฟุตบอลโลก 2022 อาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการของแฟนบอลไทยได้ 

แต่เมื่อคิดถึงองค์ประกอบทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมา ก็นับว่า ทีมชาติไทย โชคดีที่มีแต้มในเกมประเดิมสนามกับ เวียดนาม

อาจจะเป็นเพราะ ผมได้ปล่อยวางชุดความคิดเดิมที่ว่า เวียดนาม เป็นเบี้ยล่างในเชิงฟุตบอลไปแล้วสิ้น

พร้อมหันกลับมาให้ความสนใจ คู่แข่งที่ดูท่าจะไม่หยุดพัฒนาอยู่ในระดับคิงส์ออฟอาเซียนเสียแล้ว

ดั่งคำว่า เจ้าอาเซียน ที่แฟนบอลไทยภาคภูมิใจจะกลายเป็นแค่ทางผ่านเท่านั้น

โดยสิ่งที่ผมคิดว่าจำเป็นที่สุดตอนนี้ คือ กองเชียร์ไทย ต้องช่วยกันปล่อยวางชุดความคิดเก่าทิ้งไป แล้วหันมามองโลกฟุตบอลภายใต้เวลาปัจจุบันว่า ตอนนี้คู่แข่งเดินหน้าไปถึงไหนแล้ว

เพราะ ผมไม่เคยเชื่อว่า ในยามที่บอลไทยไม่สำเร็จ ผลการแข่งไม่เป็นดั่งคาด

จะต้องมี “แพะ” จะต้องหาคนผิดมารับชอบ

แล้วจะทำให้ ฟุตบอลไทย สามารถรอดรู้เข็มไปเป็นยอดทีมระดับเอเชียได้

เนื่องจากบทเรียนที่ผ่านมา เราก็แก้ปัญหาแบบนี้มาตลอด ซึ่งสุดท้ายผลลัพท์ก็เหมือนเดิมไม่จบไม่สิ้น

ฉะนั้น คำเดียวที่ผมเชื่อว่า บอลไทย จะเคลื่อนที่ คือ “ช่างแม่ง” เอาใหม่ 

ทำไม่ได้ เรียนรู้ พัฒนา ปรับปรุงสู้ใหม่

เพราะ คนที่อยู่เฉย ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ เท่ากับคนที่ผิดพลาดบ่อยแต่ไม่ยอมแพ้ ที่จะลุกขึ้นสู้และทำต่อไป

#บิ๊กแชมป์ Content Creator SPORTDesk.


MOST POPULAR

Thought

หงส์สุกงอม ?

อ่าน 23,442 ครั้ง

Thought

หงส์สุกงอม (2) ?

อ่าน 15,991 ครั้ง

Thought

หงส์แดงชนะเพราะ?

อ่าน 14,153 ครั้ง

RELATED POSTS

Thought

European Nights @แอนฟิลด์

ไข่มุกดำ

ชัยชนะ “ถล่มทลาย” ในเกมเยือนเหนือบอร์นมัธ 4-0 โดย โม ซาลาห์ กด “แฮตทริก” ได้สำเร็จจัดว่ามาถูกที่ ถูกเวลาก่อนศึกใหญ่ที่สุดประจำฤดูกาลนี้กับนาโปลีในนัด “ชี้ชะตา” ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018/19 ของลิเวอร์พูล

Story

ซาร์รี่ : เชลซีมาถึงจุดนี้ก็ควรจะเป็นแชมป์

SPORTDesk. Team

ในถ้วยยุโรป ฤดูกาลนี้ เชลซี เดินทางมาถึงรอบรองฯ ในศึกยูโรป้า ลีก คืนนี้จะลงเล่นนัดที่ 2 โดยจะเปิดบ้านที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ พบกับ แฟรงค์เฟิร์ต หลังจากนัดแรกเสมอกันมาที่เยอรมนี 1-1

Story

ชไวน์สไตเกอร์ : ผมมีอดีตอันหอมหวานกับบาเยิร์นเท่านั้น

SPORTDesk. Team

บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ อดีตกองกลางทีมชาติเยอรมนี วัย 34 ปี ได้รับเกียรติจากอดีตต้นสังกัดเก่า บาเยิร์น มิวนิค ในการจัดแมตช์เกียรติยศ หรือเทสติโมเนียล แมตช์ ให้อย่างสมเกียรติในฐานะอดีตคนเก่าแก่ที่อยู่กันมานานและเคยร่วมสร้างชื่อเสียงให้กับเสือใต้มาอย่างมากมาย ตลอดระยะเวลา 17 ปี ที่บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ อยู่กับรังเสือใต้มา