พลาดจุดโทษ…เกือบถึงตาย

10 September 2019
86 VIEWS

ความจริงแล้ว เกมกีฬา กับ โลกชีวิตจริง ควรจะแยกขาดออกจากกันอย่างชัดเจน เมื่อเกมจบทุกอย่างก็ควรจบ แต่ในโลกความเป็นจริงแล้วทุกๆ สิ่งไม่ได้เป็นแบบนั้น

หากย้อนเข็มนาฬิกากลับไปในฟุตบอลโลก 1994 รอบสุดท้าย อันเดรส เอสโคบา กองหลังโคลอมเบีย ยิงเข้าประตูตัวเองในเกมดวลกับ สหรัฐฯ ส่งผลให้ โคลอมเบีย ต้องตกรอบแรก และเมื่อ เอสโคบา กลับบ้านหลังทัวร์นาเมนต์ เขาถูกแฟนบอลลอบทำร้ายด้วยการยิงจนเสียชีวิต

จบชีวิตลงไปแบบที่ต้องเศร้าหมองกันทั้งวงการฟุตบอล

นับเป็นเรื่องน่าเศร้า เจ็บปวด ที่นักฟุตบอลต้องเอาชีวิตมาสังเวย ทั้งที่ความเป็นจริง เกมกีฬา เกมฟุตบอล มันควรจะแยกกันออกมาจากชีวิตจริง 

และในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2022 โซนแอฟริกา ก็เกิดเรื่องที่น่าเศร้าขึ้น คล้ายๆ กับเคสในอดีต…โดยในเกมรอบคัดเลือก รอบแรก ซึ่งเป็นระบบเหย้า-เยือน  ในเกมที่ 2 ที่บ้านของ เซียร์ร่า ลีโอน ดวลกับ ไลบีเรีย หลังจากเกมแรก ไลบีเรีย ชนะมาก่อน 3-1 

แต่ในขณะที่เกมที่ 2 เซียร์ร่า ลีโอน นำอยู่ 1-0  และมาได้จุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งหาก เซียร์ร่า ลีโอน เจ้าถิ่นยิงเข้าไป พวกเขาจะเข้ารอบคัดเลือกรอบต่อไปทันที เพราะแม้ผลจะออกมาเสมอ 3-3  แต่ เซียร์ร่า ลีโอน มีอเวย์โกลตุนอยู่ 1 ประตู 

แน่นอนว่า จุดโทษที่เกิดขึ้นในช่วงชี้เป็นชี้ตายแบบนี้ ย่อมกดดันหัวใจ และเป็นการชี้ชะตาของทีมชาติ ผู้ที่ทำหน้าที่ต้องแบกภาระ แบกความคาดหวังของคนทั้งชาติ 

คนที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษดังกล่าวคือ อูมารู บันกูร่า ซึ่งเป็นกัปตันทีม ซึ่ง บันกูร่า ยิงเข้าไป ทุกอย่างก็จบ – แฟนๆ ในเซียร์ร่า ลีโอน ทั้งในสนาม และนอกสนามจะได้เฉลิมฉลอง…

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะว่า อูมารู บันกูร่า กัปตันทีมเซียร์ร่า ลีโอน ยิง “ไม่เข้า” และส่งผลให้ทีมชาติของพวกเขาตกรอบไปทันที …ไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว 

ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นที่สนามในกรุงฟรีทาวน์ เมืองหลวงของเซียร์ร่า ลีโอน ทันที โดย อูมารู บันกูร่า ต้องถูกคุ้มกันออกจากสนาม ด้วยการเอาขึ้นรถพยาบาลออกมาจากพื้นที่สนาม แต่แฟนบอลเลือดร้อนก็ถล่มรถพยาบาลจนเจ้าหน้าที่พยาบาลเจ็บไป 4 คน

ตัดภาพกลับไปที่บ้านพักของ อูมารู บันกูร่า – ที่นั่น มีแฟนบอลเลือดเดือดรวมตัวกันไป โจมตีด้วยการขว้างปาก้อนหิน เศษสิ่งของต่างๆ ที่พอจะหามาได้ ระดมกระหน่ำเข้าไปที่บ้านของ อูมารู บันกูร่า จนกระทั่งหน้าต่างบ้านของเขาแทบไม่เหลือชิ้นดี 

“มันคือวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของผม ผมไม่กล้าออกมานอกบ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง…แต่ผมก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะกัปตันทีม ผมออกมาเป็นคนยิงจุดโทษ” 

“แต่ใน ขณะเดียวกัน ผมอยากจะขอโทษกับความผิดพลาดที่ยิงไม่เข้า และอยากให้พวกแฟนบอลให้ยกโทษให้ผมด้วย” อูมารู บันกูร่า เปิดใจหลังจากเจอเหตุการณ์อันเลวร้าย 

ด้าน อิบราฮิม เอ็นเยเลนเกค์ รัฐมนตรีกีฬาของประเทศเซียร์ร่า ลีโอน ผิดหวังกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก “สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังมากๆ กับเหตุการณ์ที่มีพวกอันธพาลลูกหนังไปโจมตีบ้านของบันกูร่าด้วยการปาหิน ปาของต่างๆใส่”

“มันไม่ใช่เรื่องที่ดีกับวงการฟุตบอลเลย เขาเป็นกัปตันของทีม และฟุตบอลมันก็มีโอกาสพลิกไปพลิกมาได้อยู่แล้ว”

“ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากๆ และคงต้องมีมาตรการออกมาป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก” 

ความ “อิน” ของแฟนบอลกับเกมการแข่งขันนั้นคงเป็นเรื่องที่ดี แต่หาก “มากเกินไป” จะเป็นจะตายกับผลการแข่งขัน แล้วไปลงกับนักฟุตบอล หรือกับคนอื่นๆ ดูจะเป็นเรื่องที่ “น่าเศร้า”