ซีดอร์ฟ : ชีวิตนักฟุตบอลและโค้ชที่แตกต่างกัน

สมัยที่ คลาเรนซ์ ซีดอร์ฟ เป็นนักฟุตบอลอาชีพ คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธความสามารถของกองกลางจอมแท็คนิครายนี้ 

เพราะเขาคือฟันเฟืองสำคัญให้กับทุกๆทีมที่เขาเล่นทั้งในระดับสโมสร อาทิ ไอแอ๊กซ์, เรอัล มาดริด และเอซี มิลาน ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง อาจจะมีสมัยที่เขาอยู่ อินเตอร์ มิลาน ที่ฟอร์มดร็อปลงไปบ้าง แต่เขาก็คือนักเตะที่มาตรฐานสูง 

ส่วนในทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เขาคือนักเตะที่เคยติดทีมชาติกินเวลา 14 ปี เล่น 87 นัด ยิง 11 ประตู อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ ซีดอร์ฟ แขวน สตั๊ดไป แล้วหันมาจับงานเป็นกุนซือ ดูเหมือนกราฟชีวิตจะเป็นคลื่นมรสุมที่ซัดกระหน่ำเขา 

และล่าสุด เขาก็เพิ่งถูก ทีมชาติแคเมอรูน ปลดออกจากตำแหน่ง เซ่นผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ 

ในสมัยที่เป็นนักฟุตบอล ซีดอร์ฟ คือนักเตะที่พุ่งชนความสำเร็จอย่างมากมาย และเขาคือนักเตะ “คนแรก” ของโลกที่คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ครั้งกับ 3 สโมสรที่แตกต่างกัน (ไอแอ๊กซ์ 1995, เรอัล มาดริด 1998 และเอซี มิลาน 2003, 2007) 

แต่พอเขาเลิกราจากอาชีพนักฟุตบอล การจับงานเป็นผู้จัดการทีมของซีดอร์ฟ ดูเหมือนจะกระท่อนกระแท่นตลอดเวลา

ในประวัติการเป็นผู้จัดการทีมของซีดอร์ฟ ที่ผ่านมาเขาคุมไปแล้ว 4 ทีม คือ เอซี มิลาน (2014), เสิ่นเจิ้น เอฟซี (2016), ลอ คอรุนญ่า (2018) และ ทีมชาติแคเมอรูน (2018-19) 

ซึ่งล่าสุดทีมหมอผีเพิ่งปลดเขาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม สาเหตุเพราะเขาทำผลงานไม่เข้าตา ทำทีมตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยน้ำมือ ไนจีเรีย ทั้งที่แคเมอรูนมาเล่นทัวร์นาเมนต์นี้ในฐานะแชมป์เก่าจากเมื่อปี 2014 

งานนี้ ไม่ใช่แค่ คลาเรนซ์ ซีดอร์ฟ ที่ต้องกระเด็นออกจากตำแหน่ง เพราะยังมีอดีตเพื่อนร่วมทีมชาติเนเธอร์แลนด์ อย่าง แพทริก ไคลเวิร์ตส์ ที่เป็นผู้ช่วย ก็ต้องหลุดจากงานด้วย 

ความจริงแล้ว ซีดอร์ฟ เพิ่งจะคุมทีมแคเมอรูน เมื่อกลางปี 2018 และมีสัญญายาวเป็นเวลา 4 ปี แต่การที่ผลงานล้มเหลวในการชิงแชมป์ทวีปครั้งนี้ ทำให้สมาคมฟุตบอลหมอผีสุดจะทน และจำเป็นต้องฉีกสัญญาทิ้งไป 

“เมื่อพิจารณาทุกอย่างเกี่ยวกับงานที่คลาเรนซ์ ซีดอร์ฟทำมาและผลการแข่งขันที่ออกมาไม่ดี ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีคลาเรนซ์ เซดอร์ฟ ในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติแคเมอรูนอีกต่อไป” 

“ผมได้ปรึกษาหารือกับประธานสหพันธ์ฟุตบอลแคเมอรูนแล้ว ซึ่งผมได้ร้องขอให้มีการเรียกใช้เงื่อนไขตามสัญญาของเขาเพื่อขอยกเลิกสัญญาขาดต่อกันนับจากนี้ไป” นาร์ซิสเซ่ มูเอลเล่ คอมบี้ รัฐมนตรีกีฬาของแคเมอรูน เปิดเผย

หากย้อนดูประวัติการคุมทีมของซีดอร์ฟแล้ว อาจจะบอกว่าเขามีผลงานที่แตกต่างจากสมัยเป็นนักเตะอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่มีผลงานทีมไหนเข้าตาเลย

เริ่มต้นจาก เอซี มิลาน ในช่วงเวลาสั้น ปี 2014 คุมทีม 22 นัด ต้องพบกับความพ่ายแพ้ถึง 9 นัด, เสิ่นเจิ้น เอฟซี คุมทีม 14 นัด แพ้ถึง 6 นัด, ลอ คอรุนญ่า คุมทีม 16 นัด แพ้ถึง 8 นัด 

ล่าสุด ทีมชาติแคเมอรูน ลงเล่นไป 13 นัด แพ้ 4 นัด แม้จะเป็นตัวเลขที่ดูไม่มากมายอะไร แต่ตัวเลขของชัยชนะก็น้อยเช่นกัน เพราะชนะได้แค่ 4 นัด 

และที่สำคัญ การที่แคเมอรูนไม่ประสบความสำเร็จในเวลาที่แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ ได้กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซีดอร์ฟตกงาน

บนวัย 43 ปีของ ซีดอร์ฟ อาจจะเป็นช่วงเวลา “ตั้งไข่” สำหรับอาชีพการเป็นผู้จัดการทีมของเขา แต่การที่เขาสูญเสียเครดิตพอสมควรจากการคุมทีมในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มันอาจจะเป็นการบั่นทอนเขาไม่น้อย

ชีวิตการเป็นนักฟุตบอล กับ ชีวิตการเป็นผู้จัดการทีม มันช่างแตกต่างกันสำหรับ คลาเรนซ์ ซีดอร์ฟ


RELATED POSTS

Thought

ชัยชนะที่ “เติบโต”

ไข่มุกดำ

ใครจะว่าอย่างไร? ผมไม่แน่ใจนะครับ แต่ส่วนตัวเคยใช้คำว่า Professional Performance หรือเล่นอย่างมืออาชีพมาแล้วกับ “ชัยชนะ” ในลักษณะนี้เหนือไบรจ์ตัน 1-0 ของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล

Story

10 เรื่องควันหลง เอฟเอ คัพ และ 4 ลีกใหญ่

SPORTDesk. Team

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟุตบอลยุโรป มีหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การกระเด็นตกรอบ เอฟเอ คัพ ของ แมนฯยูไนเต็ด ด้านพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล กลับมายึดตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้ง ขณะที่สเปน ซีเนอดีน ซีดาน กลับมาคุมทีมนัดแรกได้อย่างน่าจับตามอง ส่วนที่อิตาลี ยูเวนตุส จ่าฝูงต้องพบกับความพ่ายแพ้นัดแรก

Thought

ใจสู้หรือเปล่า…(ร่างกาย) ไหวไหมบอกมา

ไข่มุกดำ

ผมคาดหวังจะได้เห็น ลิเวอร์พูล แซงเป็นจ่าฝูงในวันเสาร์ และเห็น “เชลซี” ทวงตำแหน่งนี้กลับคืนในวันอาทิตย์นัดเยือน เวสต์แฮม จาก ลอนดอน สเตเดี้ยม นะครับ