ฉากสุดท้ายชีวิตนักฟุตบอลของ ‘ร็อบเบน’

5 July 2019
452 VIEWS

แม้จะเป็นเรื่องที่คาดเดากันได้สำหรับการแขวนสตั๊ดของ อาร์เยน ร็อบเบน แต่พอเวลานั้นเดินทางมาถึงจริงๆ ก็ถือเป็นเรื่อง “ใจหาย” ไม่น้อย เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับ ร็อบเบน ยังเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้นี่เอง

ภาพ อาร์เยน ร็อบเบน เป็นดาวรุ่งของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ในยุคปี 2000s แม้มันจะผ่านไปเกือบ 20 ปีที่แล้ว แต่ภาพที่เขากระชากลากเลื้อยอยู่บริเวณริมเส้นของสนาม ก่อนจะลากตัดเข้าด้านใน จากนั้นจะ “จ่าย” หรือ “ยิง” ก็สุดแท้แต่ใจ และยังตราตรึงแฟนบอลยุค 2G สู่ยุค 5G 

บนวัย 35 ปีที่ อาร์เยน ร็อบเบน ไม่อาจฝืนสังขารและสภาพร่างกายได้อีกแล้ว โดยเขาประกาศขอยุติอาชีพที่เขารัก และใช้ปลายสตั๊ดสร้างเรื่องราวมามากมาย นับตั้งแต่เป็นนักเตะอาชีพอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2000

สโมสร โกรนิ้งเก้น คือทีมแรกในชีวิตของ ร็อบเบน จากนั้นเขาย้ายมาอยู่กับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น และที่ฟิลิป สเตเดี้ยม คือที่ที่เขาเริ่มฉายแววจนกลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองไปทั่วยุโรป ก่อนที่ เชลซี จะคว้าตัวเขาไปร่วมทีมในปี 2004 

ณ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ชื่อของ ร็อบเบน เริ่มถูกโจษขานมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการปลุกปั้นของ โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือผู้เป็นเดอะสเปเชี่ยล วัน และหลังจากเขากระชากเกมริมเส้นที่เชลซี 3 ฤดูกาล ชีวิตป้ายต่อไปของเขาคือทีมที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง เรอัล มาดริด ในปี 2007 

ที่ซานติอาโก้ เบอนาเบว ร็อบเบน ไม่อาจปรับตัวได้มากนัก และทำให้เขาอยู่ที่สเปนแค่ 2 ปี แต่อย่างไรก็ตามเขาก็มีความสำเร็จติดไม้ติดมือมาบ้างในฐานะนักเตะราชันชุดขาว ก็นับว่าไม่ขี้เหร่

ปี 2009 คือปฐมบทในความเป็นตำนาน “เสือใต้” ของ ร็อบเบน เมื่อเขาย้ายมาอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค และอยู่ยาวเป็นระยะเวลา 10 ฤดูกาล และเขาก็คว้าความสำเร็จประดับสู่ทีมยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นบาวาเรียอย่างมากมายๆ และที่สำคัญที่สุดคือการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับบาเยิร์น ในปี 2013 

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลล่าสุด ด้วยวัยสังขารที่มากขึ้น บวกกับปัญหาอาการบาดเจ็บที่รุมเร้าเขาตลอดเวลา ทำให้เขาเหลือโอกาสลงเล่นทั้งฤดูกาลในทุกๆถ้วยแค่ 19 นัด และส่วนใหญ่ก็เป็นตัวสำรอง 

และเมื่อเขาสิ้นสุดสัญญาฉบับสุดท้ายกับบาเยิร์น ร็อบเบน ก็เลือกที่จะหันหลังให้กับพื้นสนามฟุตบอลอย่างเป็นทางการ โดยไม่ขอค้าแข้งต่อไป แม้จะมีข่าวลือว่าเขาอาจเลือกไปใช้ชีวิตนักฟุตบอลต่อที่สหรัฐ, ตะวันออกกลาง หรือ จีน 

“ผมไตร่ตรองอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ทุกคนคงรู้ดี ผมใช้เวลาในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของผมหลังจากที่ลงเล่นนัดสุดท้ายกับบาเยิร์น มิวนิค ” 

“และผมตัดสินใจแล้วว่า ผมจะขอยุติเส้นทางการค้าแข้งของผมไว้เพียงเท่านี้” นี่คือถ้อยคำท้ายๆ ในชีวิตนักฟุตบอลของอาร์เย็น ร็อบเบน 

กับผลงานทีมชาติที่ ร็อบเบน ฝากไว้กับเนเธอร์แลนด์ก็ถือว่าไม่ธรรมดา โดยเขาเริ่มติดทีมชาติตั้งแต่ ปี 2003 จนกระทั่งเลิกเล่นทีมชาติเมื่อปี 2017 โดยติดทีมชาติ 96 นัด นับเป็นอันดับที่ 9 ตลอดกาลของทีมอัศวินสีส้ม

ส่วนการยิงประตูในนามทีมชาติ ร็อบเบน ซัดไป 37 ประตู เทียบเท่ากับ เดนิส เบิร์กแคมป์ และนับเป็นอันดับ 4 ตลอดกาล เป็นรองแค่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, คลาส แยน ฮุนเตลาร์ และ แพทริก ไคล์เวิร์ต 

ผลงานที่ดีที่สุดของ ร็อบเบน ในนามทีมชาติก็คือ การเป็นรองแชมป์โลกปี 2010 และช่วยทีมคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 2014 

Fact Files : ความสำเร็จของ ร็อบเบน 

พีเอสวี : แชมป์ลีกเนเธอร์แลนด์ 1 สมัย 

เชลซี : แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย ,เอฟเอ คัพ 2 สมัย,ลีก คัพ 2 สมัย

เรอัล มาดริด : แชมป์ลาลีกา 1 สมัย

บาเยิร์น มิวนิค : แชมป์บุนเดสลีกา 8 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 5 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย