Reboot : ความจริงไม่ตาย แต่โอเว่นจะตาย

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีหนังสือเล่มหนึ่งก่อแรงกระเพื่อมขึ้นเล็กๆ ในวงการฟุตบอลอังกฤษ 

หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า Reboot: My Life, My Time ของไมเคิ่ล โอเว่น อดีตกองหน้าจากลิเวอร์พูล ยันทีมชาติอังกฤษ 

ดาวยิงผู้นี้โด่งดังเปรี้ยงปร้างจากผลงานถล่มประตูเป็นเครื่องจักรนับตั้่งแต่ฤดูกาลแรกที่รอย อีแวนส์ โยนหมวกตัวจริงให้สวม

ความจริงต้องบอกว่าฮอตมาตั้งแต่เปิดตัวเลยด้วยซ้ำ เพราะโอเว่น ยิงใส่วิมเบิลดัน ในการเล่นเกมแรกนัดรองสุดท้ายฤดูกาล 1996/97 

หลังจากนั้นอีก 7 ปีในแอนฟิลด์ โอเว่น กอดรางวัลดาวซัลโวสูงสุดสโมสรได้ทุกซีซั่นโดยไม่แบ่งใคร

สองใน 7 ครั้ง เขาพ่วงตำแหน่งดาวยิงสูงสุดร่วมของพรีเมียร์ ลีก 

และไปถึงจุดสูงสุดกับโทรฟี่ลูกบอลทองคำ หรือบัลลงดอร์ ในฐานะนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป 

ฝรั่งมีคำหนึ่งที่พูดถึงสิ่งตกทอดสู่คนรุ่นใหม่หลังจากคนๆ หนึ่งไม่อยู่แล้ว ไม่ว่าจากเป็นหรือจากตาย 

คำที่ว่านั้นคือ Legacy แปลตามพจนานุกรมได้ว่า “มรดก” 

แต่คำว่ามรดกในการตีความแบบไทยๆ บางทียังไม่คลอบคลุมความหมายของ Legacy ได้แบบลึกซึ้ง

Legacy มีความเป็น “นามธรรม” ประสมอยู่ด้วย ไม่ใช่แค่ข้าวของทรัพย์สมบัติที่เป็นมรดกตกทอด 

Legacy อาจหมายถึงการถูกจดจำในคุณงามความดี จากผลงานความสำเร็จจนเป็นที่เคารพนับถือ แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม

Legacy ในมุมหนึ่งเกี่ยวดองข้องญาติกับคำว่า Legend หรือตำนาน

ในเว็บไซต์หนึ่งของแฟนหงส์ เพิ่งบอกเล่า Legacy ของปรมาจารย์กุนซือ บิลล์ แชงคลี่ย์ ผู้มีรูปปั้นยืนตระหง่านอยู่หน้าสนามแอนฟิลด์ ว่าเมื่อต้นเดือนกันยายน แฟนบอลจำนวนหนึ่งเดินทางไปถึงหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้โพ้นในสกอตแลนด์ เพื่อสักการะเนื่องในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 106 

ทั้งที่แชงคลีย์ วางมือจากการเป็นกุนซือ โดยมีลิเวอร์พูล เป็นเรือนตายสุดท้ายไปตั้งแต่เมื่อสี่ทศวรรษที่แล้ว 

นี่คือความลึกซึ้งของ Legacy ที่นักเตะอย่างไมเคิ่ล โอเว่น บางที ไม่เข้าใจและไม่เคยมี 

อันที่จริง เขาสมควรได้รับมันโดยไม่ยาก ทั้งความเป็นลูกหม้อและผลงานที่ดีเกินพอจะต้องมี Legacy เป็นของตัวเอง

แต่โอเว่น ก็คงชะรอยเดียวกับลูกหม้อรุ่นพี่อย่างสตีฟ แม็คมานามาน เมื่อตัดสินใจจบแบบไม่สวยกับสโมสร รวมถึงแฟนหงส์ 

ทั้งคู่ไม่ใช่นักเตะคนแรกๆ ที่กระสันอยากย้ายจากแอนฟิลด์ เพื่ออนาคตใหม่ที่ดีกว่า มันคือวิถีปกติของนักฟุตบอลอาชีพ 

แต่ขณะที่ชาบี  อลอนโซ่ เลือกทิ้งแผลเป็นของความเจ็บปวดให้เหลือจางที่สุด ด้วยการต่อสัญญากับทีมออกไปก่อนแปลงร่างกลายเป็นกาลาคติกอสกับเรอัล มาดริด 

มิดฟิลด์ชาวบาสก์ ยังช่วยให้ลิเวอร์พูล รับเงินก้อนโตเป็นสถิติสโมสรในเพลานั้นถึง 30 ล้านปอนด์

ตรงข้ามกับทั้งแม็คก้า และโอเว่น ที่จงใจปล่อยสัญญาจนหมดอายุ ก่อนเดินจากไปโดยหงส์แดงแทบไม่ได้อะไรติดมือ

นอกจากเศษเงินก้นถุงเพียง 8 ล้านปอนด์ กับนักบอลฝีเท้ากากๆ อย่างอันโตนิโอ นูนเยซ 

ว่ากันว่า Legacy ของโอเว่น กับลิเวอร์พูล ยุติลงบัดนั้น โดยไม่สามารถกลับมาประสานใหม่ได้ 

เท่านั้นไม่พอ กองหน้าผู้แม้จะเป็นเอฟเวอร์โตเนียน ในวัยเยาว์ แต่ก็เข้ามาอยู่ใต้ปีกพญาหงส์ตั้งแต่ 12 ขวบ จึงย่อมต้องรู้ “ขนบ” สิ่งไหนควรทำหรือห้ามทำ กลับกล้า “หัก” กับแฟนหงส์เป็นคำรบสอง 

โดยการแบกหน้าไปขอส่วนบุญรับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ ลีก กับคู่อริไม่เผาผีอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด 

นั่นคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เดอะ ค็อป ตัดขาดกับไมเคิ่ล โอเว่น และเกือบทุกครั้งที่เจ้าตัวคัมแบ็กแอนฟิลด์ ในบอลคนแก่ มักถูกต้อนรับด้วยเสียงโห่มากกว่าปรบมือ

หนังสือใหม่ Reboot: My Life, My Time เพิ่งวางแผงขายไปเมื่อ 5 กันยายน แต่ถ้าให้เดา แฟนหงส์ในเมืองลิเวอร์พูล  คงมีไม่เยอะที่ยอมเจียดเงินสนับสนุนนักบอลเก่าคนนี้

ทั้งที่เดอะ ค็อป คือเหล่าชนลูกหนังที่ได้ชื่อว่าผูกพัน ภักดีกับศิษย์เก่าตัวเองมากที่สุด 

หนักไปกว่านั้น เนื้อหาในหนังสือที่ถูกคัดออกมาโปรโมตเป็นตอนๆ บนแท็บลอยด์ยี่ห้อ “มิร์เรอร์” ยังสร้างความเสียหายราวกับเครื่องบินทิ้งระเบิด โอเว่น เปิดฉากมุ้งมิ้ง เอ๊ย ทะเลาะกับตำนานตัวพ่อของนิวคาสเซิ่ล ระดับอลัน เชียเรอร์ 

แถมประกาศด้วยว่า “รู้งี้จะไม่ย้ายมานิวคาสเซิ่ล ในปี  2005 ให้ชีวิตต่ำตมจมโคลนหรอก” 

พูดแบบนี้ ดับเครื่องชนกับขวัญใจชาวจอร์ดี้ขนาดนี้ คุณว่าหนังสือเล่มนี้จะขายออกมั้ยในนิวคาสเซิ่ล ? 

ที่แน่ๆ  มันถูกร้านเก่าแก่สิบกว่าปีที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ถุนอัฒจันทร์ของสนามเซนต์ เจมส์ พาร์ก อย่าง The Back Page สั่งแบนไม่รับมาขายแล้วจ้า

ในฐานะนักเตะเก่าของสาลิกาดง การขายของไม่ได้ในหัวเมืองใหญ่ภาคอีสาน ข้ามไปถึงลิเวอร์พูล น่าจะกระทบต่อยอดขายในระดับสึนามิถล่ม

เพราะลำพังแค่ออกหนังสือในยุคอินเตอร์เน็ตครองโลก ก็ว่าขายยากอิ๊บอ๋ายอยู่แล้ว 

ยังไม่นับการไปขุดคุ้ยแขวะขวัญใจคนทั้งประเทศ (หรือจะบอกว่าทั้่งโลกก็ย่อมได้) อย่างเดวิด เบ็คแฮม กับชอตใบแดงในฟุตบอลโลก 1998 ก่อนอังกฤษ แพ้ดวลจุดโทษต่ออาร์เจนตินา 

หลายคนวิเคราะห์ว่างานนี้ โอเว่น เล่นผิดคน แทนจะโปรโมตช่วยให้หนังสือปัง แต่ส่อแววอาจพังมากกว่า 

บางที หรือว่ามันจะขายดิบขายดีเป็นใบปลิวแจกฟรีในหมู่แฟนผี โทษฐานคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก หนึ่งสมัยจากการลงสนามเพียงหยิบมือ ? 

ก็ต้องถามแฟนผีเค้าล่ะครับว่ามองหมอนี่ เป็นตำนานสโมสร หรือไส้ศึกที่ทำกรุงศรีแตกกันแน่ 

แฟนเรอัล มาดริด หรือแม้แต่สโต๊ค ซิตี้ ก็ไม่น่าจะ “อิน” อะไรกับไมเคิ่ล โอเว่น

เป็นไปได้ว่าร้านหนังสือที่เดียว อาจสั่ง Reboot: My Life, My Time เข้ามาจนไม่พอแจก เอ๊ย พอขาย น่าจะอยู่ในเชสเตอร์ บ้านเกิดของเจ้าตัว

ถ้ายังไม่ใช่อีก ก็เตรียมตัวโละมาเผาแทนฟืนฉลองคืนคริสต์มาส….


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

ไม่เจ็บคอก็ไม่ควรพูด

ไข่มุกดำ

เอาให้ “ยุติธรรม” ที่สุดกับสถานการณ์การ “เสียประตู” ของลิเวอร์พูล 0-1 โดย กุน อเกวโร่ โฉบปาดหน้า เดยัน ลอฟเรน มาจับบอลแล้วกลับตัว “ยิงเปรี้ยง” แสกหน้า และตาข่าย อลิสซง หลายคนคงมองที่ความผิดพลาดของ เดยัน ลอฟเรน เป็นหลัก

Story

เคห์เรอร์คือใคร? ทำไมค่าตัว 1,400 ล้าน?

SPORTDesk. Team

ปารีส แซงต์ แชร์กแมงเพิ่งประกาศต่อสาธารณชนว่าพวกเขาได้กองหลังตัวใหม่ไปเสริมถิ่นปาร์ค เดอซ์ แปร็งซ์ โดยกองหลังคนนั้นมีนามว่า ธิโล เคห์เรอร์ซึ่งพวกเขาไปขุดเอามาจากชาลเก้ 04 สโมสรในเวทีบุนเดสลีกา

Story

วิลเลี่ยนขออยู่กับเชลซีต่อ(แต่…)

SPORTDesk. Team

ช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา เชลซี คือหนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ ที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพอสมควร ในส่วนของทีมงานที่จะต้องกลับมายกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้นมากกว่าเดิม จากที่ฤดูกาลก่อน จบอันดับ 5 พลาดไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อันเป็นเหตุให้อันโตนีโอ คอนเต้ กุนซืออิตาเลียนต้องแยกทางจากกันไป