‘ราชัน’ มาทันเวลา

23 September 2019
122 VIEWS

หลังจากความพ่ายแพ้ของ เรอัล มาดริด อันน่าอับอายจนกลายเป็นความอดสู ที่ปาร์ค เดส์ แพร็งส์ ต่อ เปแอสเช 0-3 ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก “ราชันชุดขาว” ก็สามารถเรียกสปิริตและฟอร์มที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาได้แบบทันท่วงที ถูกที่และถูกเวลาด้วย เพราะสามารถบุกโค่น “จ่าฝูง” เซบีย่า ได้ถึงถิ่นราม่อน ซานเชส ปิซฆวน 

ที่จริงแล้ว ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด มีขุมกำลังตัวผู้เล่นและกลยุทธหมากเด็ดที่ดีขึ้นกว่านัดดวลเปแอสเช เพราะเกมนี้ “ราชันชุดขาว“ ได้ เซร์คิโอ รามอส กลับมาคุมและบัญชาเกมรับ แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงแค่ตำแหน่งเดียว แต่มีผลต่อ “ภาพรวม” ของทีมเป็นอย่างมาก 

การกลับมายืนเซนเตอร์ของ รามอส ทำให้เกมรับของราชันชุดขาวแน่นขึ้น ยิ่งเมื่อประกบกับ ราฟาเอล วาราน ก็สามารถ “ขู่” แนวรุก เซบีย่า อย่าง ลุค เดอ ยองก์ ได้เป็นอย่างดี 

ขณะที่ ชิชาร์ริโต้ ที่ได้โอกาสลงเล่นเกมแรกในลาลีกาฐานะตัวสำรอง ซึ่ง ฆูเลน โลเปเตกี ตั้งใจว่าจะเป็นไม้เด็ด ก็ทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เพราะตลอดทั้งเกม เซบีย่า ยิงไม่ตรงกรอบเลย ซึ่งเรื่องแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับ เซบีย่า มายาวนานถึง 3 ปีแล้ว นับตั้งแต่ที่พวกเขาชนะ เรอัล โซเซียดาด 3-0 เมื่อสิงหาคม ปี 2016 

การที่ เซบีย่า ยิงไม่ตรงกรอบเลย ทำให้ ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตู เรอัล มาดริด เก็บสถิติคลีนชีทได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ และช่วยให้ เรอัล มาดริด ทำ “คลีนชีท” ไม่เสียความบริสุทธิ์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ 28 เมษายน หรือเมื่อปลายซีซั่นที่แล้ว 

สำหรับ ซีเนอดีน ซีดาน จัดแผนโดยให้อาวุธเด็ดมาจากการเติมเกมริมเส้นของแบ็ก 2 ข้าง ทั้ง แฟร์ล็องด์ เมนดี้ ทางฝั่งซ้าย และ ดานี่ การ์บาฆาล ทางฝั่งขวา ซึ่งเกมนี้คนที่โดดเด่นมากๆ เป็นทาง การ์บาฆาล ที่เติมสุดทางริมเส้นฝั่งขวา และมีโอกาสสอดแทรกขึ้นมาทำเกมรุกบ่อยครั้ง  

ส่วนประตูชัย 1-0 จากการโหม่งของ คาริม เบนเซม่า ในนาที 65 นั้น ก็มาจากการบรรจงชงเปิดมาจาก การ์บาฆาล ที่เติมเกมรุก

ประตูโทนอันล้ำค่าของ เบนเซม่า ทำให้เขาขึ้นเป็นดาวซัลโวร่วม ด้วยจำนวน 5 ประตู เท่ากับ เคราร์ด โมเรโน่ ของบียาร์เรอัล ด้วย 

ก่อนแข่งเกมนี้ เซบีย่า ลงสนามในฐานะจ่าฝูงของลีกสเปน ดังนั้น การที่ เรอัล มาดริด โค่น เซบีย่า ได้ ย่อมส่งพลังบวกให้กับ เรอัล มาดริด เป็นหลายเท่าด้วย

เพราะการชนะนัดนี้ เป็นการดึงแต้มให้ เซบีย่า ของโลเปเตกีหยุดอยู่ที่เดิม ส่วน เรอัล มาดริด มีเพิ่มเป็น 11 คะแนนจาก 5 นัด เท่ากับ แอธ.บิลเบา จ่าฝูงหน้าใหม่ทันที

ณ เข็มนาฬิกาเดินอยู่ มีเพียง 3 ทีมในลาลีกา ที่ยังไม่พบกับความพ่ายแพ้ นั่นคือ แอธ.บิลเบา จ่าฝูง, เรอัล มาดริด อันดับ 2 และ โอซาซูน่า อันดับ 10 ส่วนบาร์เซโลน่า แชมป์เก่า ตอนนี้ร่วงลงสู่ที่ 8 แล้ว จากการแพ้ไปแล้ว 2 นัด 

“เราโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมตลอด 90 นาที ในสนามราม่อน ซานเชส ปิซฆวน ที่เป็นงานยากสำหรับทุกทีมที่มาเยือน…”

“ผมต้องแสดงความยินดีกับลูกทีมทุกคน มันเป็นชัยชนะของทีมโดยรวม  มันเป็นเกมที่ผมพอใจมากที่สุดนับตั้งแต่กลับมาคุมทีมในรอบนี้…”

“ทุกคนในสนามช่วยกันเล่น เรามีช่วงที่ยากลำบากแต่มันมีความเป็นปึกแผ่นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลาเหล่านั้น” ซีเนอดีน ซีดาน ผู้จัดการทีมเรอัล มาดริด เปิดใจให้สัมภาษณ์ หลังเอาชนะ เซบีย่า ซึ่งคุมทีมโดยอดีตกุนซือเรอัล มาดริดอย่าง ฆูเลน โลเปเตกี 

กลางสัปดาห์นี้ เรอัล มาดริด มีคิวเปิดบ้านซานติอาโก้ เบอนาเบว พบกับ โอซาซูน่า ทีมที่ยังไม่แพ้ใครในลีก  จากนั้นในสุดสัปดาห์ พวกเขาจะต้องทำศึกหนัก ดาร์บี้แมตช์ โดยจะไปเยือน แอต.มาดริด 

หาก ซีดาน ยังสามารถกระตุ้นปลุกเร้าลูกทีม และงัดฟอร์มที่ดีที่สุดแบบนัดที่ดวลเซบีย่าในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่แน่ว่า สุดสัปดาห์หน้า ราชันอาจจะยืนเป็น “จ่าฝูง” เดี่ยวๆ ก็ได้