เมื่อ ‘เปแอสเช’ ไร้ 3 เพชฌฆาตดวล ‘ราชัน’

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ค่ำคืนนี้เป็นคิวของกลุ่ม A,B,C,D ซึ่งบิ๊กแมตช์คงหนีไม่พ้น ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส โคจรมาพบกับ เรอัล มาดริด อดีตแชมป์ 13 สมัย ตั้งแต่เกมแรก โดยมีสังเวียน ปาร์ค เดส์ แพรงซ์ เป็นสมรภูมิแข้งของ 2 ทีมยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม A 

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายเหมือนกันที่ทั้ง 2 ทีมอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย โดยเฉพาะฝั่งเจ้าถิ่น เปแอสเช ภายใต้การคุมทีมของ โทมัส ทูเคิ่ล ต้องขาดแนวรุกตัวหลักไปทั้ง 3 คนพร้อมๆ กัน นั่นคือ เนย์มาร์, คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ และ เอดิสัน คาวานี่ 

เนย์มาร์ เพิ่งโชว์ลีลายิงจักรยานอากาศและเป็นประตูชัยในช่วงทดเจ็บ 1-0 เหนือ สตาร์บูร์กส์ เมื่อสุดสัปดาห์ แต่ต้องมา “ติดโทษแบน” ในค่ำคืนนี้ จากเหตุที่ไปโพสต์อินสตาแกรม วิจารณ์การทำงานของทีมผู้ตัดสินในแมตช์ที่ เปแอสเช แพ้คาบ้านต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่เมื่อซีซั่นก่อน ส่วนในรายของ เอ็มบัปเป้ และ คาวานี่ นั้น บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว 

85 ประตู คือจำนวนประตูที่ เนย์มาร์-เอ็มบัปเป้-คาวานี่ ร่วมด้วยช่วยกันผลิตสกอร์ในซีซั่นที่แล้ว ดังนั้นการขาดหายไป 3 ดาวยิงในเกมที่ดวลกับ “ราชันชุดขาว” ย่อมส่งผลประสิทธิภาพในเกมรุกลดน้อยเสื่อมถอยลงไปไม่น้อยทีเดียว

ตอนนี้ ตัวเลือกกองหน้าของทูเคิ่ล เหลือเพียง เอริค ชูโป โมติ้ง จากแคเมอรูน และ เมาโร่ อิคาร์ดี้ ที่พวกเขาไปยืมมาจาก อินเตอร์ มิลาน ซึ่งตอนนี้สภาพร่างกายก็ยังไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

“ทุกๆ คนก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า เราอดใช้งานกองหน้าของเราเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ แต่ผมยืนยันเลยนะว่า ผมยังเชื่อมั่นผู้เล่นที่เหลืออยู่ในมือ และสุดท้ายก็ต้องเต็มที่กับเกมดวลเรอัล มาดริดอยู่ดี” 

“อย่างไรก็ตาม เกมนี้ไม่ได้เป็นเกมตัดสินอะไรทุกอย่างนะ ผมต้องการให้ลูกทีมของผมเล่นในเกมของตัวเอง รุกหนัก ใช้ความได้เปรียบในความเป็นเจ้าบ้าน เพื่อเอาชนะเรอัล มาดริดให้ได้” โทมัส ทูเคิ่ล กุนซือเลือดเยอรมนีเปิดใจก่อนเกมบิ๊กแมตช์

ขณะเดียวกัน เรอัล มาดริด ของกุนซือซีเนอดีน ซีดาน ก็อยู่ในสภาพทีมที่หนักหนาสาหัสเช่นเดียวกัน เพราะ ลูก้า โมดริช, อิสโก้ และ มาร์โก้ อเซนซิโอ้ อยู่ในพะวังของอาการบาดเจ็บ ขณะที่ 2 แนวรับอย่าง เซร์คิโอ รามอส และ นาโช่  ก็ติดโทษแบน 

ดังนั้น เอเด็น อาซาร์ มีสิทธิ์ที่จะได้เป็นตัวจริงให้กับเรอัล มาดริด เป็นครั้งแรกในซีซั่นนี้ หลังจากในเกมลาลีกา ที่เรอัล มาดริด ชนะ เลบันเต้ 3-2 อดีตแนวรุกของเชลซี ได้สัมผัสเกมแล้วเป็นครั้งแรก แต่เป็นในฐานะตัวสำรอง 

ส่วน แกเร็ธ เบล ที่ได้พักมาเต็มๆ จากเกมที่ เรอัล มาดริด ดวลกับ เลบันเต้ เพราะปีกเลือดเวลส์ติดโทษแบนในเกมดังกล่าวนั้น – เกมที่ปาร์ค เดส์ แพรงซ์ ในค่ำคืนนี้ เบล น่าจะกลับมายึดตัวจริงในไลน์อัพของราชันชุดขาวอีกครั้ง

สำหรับคู่นี้ ดวลกันมาแล้วในเกมยุโรป 8 ครั้ง เป็นฝั่งเรอัล มาดริด ที่เหนือกว่า เพราะเป็นฝ่ายเก็บชัยได้ 4 ครั้ง เปแอสเช ชนะได้ 2 ครั้ง และเสมอกันไป 2 ครั้ง 

นอกจากนี้ เรอัล มาดริด มีสถิติที่ดีมากในการเจอกับตัวแทนจากฝรั่งเศส เพราะ 11 นัดหลังสุด ที่พวกเขาดวลกับสโมสรแดนน้ำหอม ราชันชุดขาวไม่แพ้เลย  (ชนะ 8 เสมอ 3 ) โดยครั้งสุดท้ายที่ เรอัล มาดริด แพ้ ต้องย้อนไปในฤดูกาล 2009/10  รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งแพ้ โอลิมปิก ลียง 0-1  

สำหรับบิ๊กแมตช์ค่ำคืนนี้ แม้ทั้ง 2 ทีมจะอยู่สภาพที่ไม่เต็มร้อย แต่เชื่อได้ว่า แฟนบอลก็ยังให้ความสนใจ และจับตาฟอร์มของซูเปอร์สตาร์คนอื่นๆ ที่เหลืออยู่และทั้ง 2 ทีม คงใส่กันเต็มที่ เต็มอัตราศึกเท่าที่มี เพราะไม่มีใครอยากพลาดพลั้งตั้งแต่เกมแรก


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

อย่ามา “เดินเล่น” ในสวน

ไข่มุกดำ

ในเกมนี้ หากให้ผมเลือก “มุมดี ๆ” ฝั่งลิเวอร์พูล ผมขอเลือกไปที่การ “เปลี่ยนตัว”

Feature

5 ประเด็นที่ควรรู้ก่อน NBA Finals

SPORTDesk. Team

เวลา 8.00 น. เช้าวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคมนี้ ตามเวลาไทย ศึกบาสเก็ตบอล NBA Finals 2019 ระหว่าง โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ส แชมป์ฝั่งตะวันตก กับ โตรอนโต้ แรพเตอร์ส แชมป์ฝั่งตะวันออก จะเปิดฉากขึ้นเป็นเกมแรก

Story

เมื่อนัดชิงฯโคปาลิเบอร์ตาดอเรส ต้องเล่นนอกอาร์เจนฯ

SPORTDesk. Team

เมื่อศึกซูเปอร์กลาซิโก้ ระหว่าง ริเวอร์เพลท-โบคา จูเนียร์ ต้องโคจรมาพบกันในนัดชิงฯ ฟุตบอลถ้วยที่ใหญ่ที่สุดของทวีปอเมริกาใต้ อย่างโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ทุกฝ่ายต่างจับตามองถึงความแคลสสิคและความดุเดือดของคู่นี้อยู่แล้ว เพราะ ตำนานแห่งความขัดแย้งของสโมสรนี้ต่างดำเนินเรื่องราวมาอย่างยาวนาน แถมมีเดิมพันที่เกียรติยศถ้วยแชมป์ที่สำคัญที่สุดด้วย