โปรตุเกส : แชมป์เนชั่นส์ลีกชาติแรก

10 June 2019
596 VIEWS

แม้ผลงานของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะเงียบสนิทในเกมนัดชิง ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ระหว่าง โปรตุเกส เจ้าภาพกับเนเธอร์แลนด์ แต่สุดท้ายแล้ว โปรตุเกส ภายใต้การคุมทีมของ เฟร์นันโด ซานโต๊ส พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทัพฝอยทอง ไม่ได้มีดีแค่ CR7 เท่านั้น 

เพราะพวกเขายังมีทีมเวิร์กจากนักเตะคนอื่นๆ และก็สามารถ ‘เฉือน’ อัศวินสีส้ม ได้ 1-0 จากประตูชัยของ กอนซาโล่ กูเอเดส เพชฌฆาตจากสโมสรบาเลนเซียส่งเข้าประกวด ทำให้โปรตุเกสได้กลายเป็นชาติแรกที่สามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ได้สำเร็จ 

นอกจากนี้  เฟร์นันโด ซานโต๊ส ผู้จัดการทีมวัยดึก ยังถือเป็นกุนซือที่ทำให้ โปรตุเกส สร้างประวัติศาสตร์ในโลกฟุตบอลยุคใหม่ หลังจากเมื่อ 3 ปีก่อน เขาเป็นคนวางหมากพาทีมโปรตุเกสเป็นแชมป์ ยูโร 2016 มาแล้ว แบบหักปากกาเซียนด้วยการโค่นฝรั่งเศส

แม้ศักดิ์ศรีของยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก จะไม่ได้มีคุณค่าเทียมเท่ากับแชมป์รายการหลักๆ ของโลก อาทิ ฟุตบอลโลก หรือ ยูโร แต่การคว้าแชมป์ของทีมชาติ ก็ย่อมสร้างความสุขให้กับคนในชาติได้ไม่น้อย และทำให้คนในชาติมีความหวังต่อทีมในทัวร์นาเมนต์ต่อๆไป 

“ผมมั่นใจว่าทัวร์นาเมนต์นี้ จะเป็นอะไรที่คลาสสิค เพราะมันเป็นรายการที่ทุกชาติในยุโรปลงเล่นและการที่ได้เป็นแชมป์ทีมแรกนั้น เราจะถูกบันทึกในประวัติศาสตร์เอาไว้ตลอดไป…”

“เป็นเรื่องที่มีความสุขมากที่ได้เป็นแชมป์ในการแข่งครั้งแรก แต่ตอนนี้เราต้องทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายถัดไป นั่นคือยูโร 2020…” เฟร์นันโด ซานโต๊ส กุนซือวัย 64 ปี เปิดเผยความรู้สึก ทันทีที่นำพาโปรตุเกสเป็นแชมป์

ขณะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมฝอยทองชุดนี้ที่แม้จะไม่ได้โดดเด่นในเกมนัดชิงฯ ที่เอสตาดิโอ โด ดราเกา เพราะถูกเวอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังเนเธอร์แลนด์ ‘ตามเก็บเช็กบิล’ ตลอด แต่เขาก็ซัดแฮตทริกฮีโร่ได้ในเกมรอบรองฯ ที่ชนะสวิตเซอร์แลนด์  เปิดเผยว่าการได้แชมป์ถ้วยนี้ จะถือเป็นหมุดหมายใหม่ของโปรตุเกส 

“มันเป็นถ้วยที่สำคัญมากสำหรับชาวโปรตุเกสทุกคนและสำหรับทีมชาติ นับตั้งแต่ปี 2016 โปรตุเกสได้เปลี่ยนประวัติศาสตร์และกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง” 

สำหรับ ทีมชาติโปรตุเกสชุดปัจจุบัน แม้ว่าจะมี CR7 เป็นตัวชูโรง แต่ก็มีนักเตะที่ได้รับการคาดหมายว่า จะขึ้นมาโดดเด่นในระดับยุโรป หรืออาจจะพุ่งขึ้นไปถึงระดับโลก 

อาทิ แบร์นาโด ซิลวา แนวรุกจากสโมสรแมนฯซิตี้ ที่เป็นขวัญใจของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า และทัวร์นาเมนต์นี้ เขายิงไป 3 ประตู (เท่ากับโรนัลโด้และอังเดร ซิลวา) และทำอีก 2 แอสซิสต์  จนทำให้คว้านักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์นี้ไปครองแบบแบเบอร์ 

นอกจากนั้น โปรตุเกสชุดนี้ กำลังจะมี ห้องเครื่องคนใหม่กำลังจะกลายเป็นดาวเด่นในวงการฟุตบอลอังกฤษในอนาคต (หากข่าวลือเป็นจริง)

ใครคนนั้นคือ บรูโน่ เฟอร์นันเดซ กองกลางวัย 24 ปี จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน ที่ฤดูกาลที่ผ่านมา ยิงได้ถึง 32 ประตูให้กับต้นสังกัดทั้งที่เป็นกองกลาง และแมนฯยูไนเต็ดในยุคของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา พร้อมจะทุ่มเงินซื้อถึง 68 ล้านปอนด์เลยทีเดียว 

เพียงแต่ว่า ทุกอย่างในตอนนี้ยังเป็น ‘ข่าวลือ’ อยู่ รอเวลาและจังหวะที่จะให้ได้ กลายเป็นจริง ในอนาคตอันใกล้นี้ 

จากทรัพยากรอันมีค่าของโปรตุเกสในชุดนี้ ทำให้พวกเขากลายเป็นชาติแรก ที่เป็น ‘เจ้าภาพ’ ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ และจบลงด้วยการเป็นแชมป์  โดยชาติสุดท้ายที่ทำได้ก็คือ ฝรั่งเศส ที่เป็นเจ้าภาพและเป็นแชมป์โลกเมื่อปี 1998 

ขณะที่ ผู้แพ้อย่าง เนเธอร์แลนด์ ภายใต้การกำกับดูแลของโรนัลด์ คูมัน ยังคงต้องเป็นฝ่าย “แพ้ทาง” โปรตุเกส ณ แผ่นดินโปรตุเกส ต่อไป เพราะการเจอกัน 6 ครั้งหลังสุดที่คู่นี้ดวลกันบนแผ่นดินฝอยทอง  ฝั่ง เนเธอร์แลนด์ แพ้ 4 เสมอ 2 และยังไม่ชนะได้เลย 

นอกจากนี้ อัศวินสีส้ม ยังถือเป็นชาติที่ชอบอกหักในนัดชิงฯ รายการระดับชาติ เพราะ 5 ครั้งหลังสุดที่พวกเขาเข้าชิงฯ ต้องเจอกับประสบการณ์แห่งความชอกช้ำ ไปถึง 4 ครั้ง นั่นคือการแพ้นัดชิงฯ ฟุตบอลโลก 1974, แพ้นัดชิงฟุตบอลโลก 1978 , แพ้นัดชิงฯฟุตบอลโลก 2010 และล่าสุดแพ้นัดชิงฯยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2019 ต่อโปรตุเกส

โดยมีประสบการณ์อันหอมหวานในนัดชิงฯ รายการหลักแค่ครั้งเดียว นั่นคือการเป็นแชมป์ยูโร 1988