3 สิ่งท้าทายที่รอ ‘นิชิโนะ’ ต่อจากนี้

24 September 2019
105 VIEWS

กับผลงาน 4 แต้มจาก 2 เกมที่ ทีมไทย ลงสนามในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ทั้งการเสมอ เวียดนาม 0-0 และบุกชนะ อินโดนีเซีย 3-0 ทั้งหมดล้วนเป็นฉากแรกของลูกหนังชีวิตในดินแดนสยามเท่านั้น

และเพื่อสานต่องานภายใต้ความคาดหวังของคนไทยต่อกีฬาอันดับหนึ่งของประเทศ กับภารกิจทั้งในศึกฟุตบอลโลก 2022 , ซีเกมส์ 2019 และ ฟุตบอลยู23ปีชิงแชมป์เอเชีย

นี่คือ 3 สิ่งท้าทาย ชายจากต่างแดนผู้ใช้คำพูดนำชีวิต จนได้รับยอมรับไปทั่วเอเชีย อย่าง อากิระ นิชิโนะ

1.เลือก “โค้ชหระ” ดูแลทีม ยู-23

ในแง่ดีคือ เขากำลังได้รับความไว้วางใจให้ทำงานอย่างเต็มที่ แต่อีกแง่มุมมันกลับเป็นดาบสองคม ที่จะร้ายเขาได้ในอนาคตเช่นกัน

ด้วยบทเรียนตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา สังคมฟุตบอลไทย ไม่มีใครได้รับบท “ฮีโร่” ตลอดไป

สถานการณ์ ยิ่งรักยิ่งปลื้ม ยิ่งคาดหวังสูง จึงเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างลับๆ

ล่าสุด อากิระ นิชิโนะ ก็ได้ประกาศแต่งตั้ง อิสสระ ศรีทะโร เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ชุดทำการแข่งขันฟุตบอลชาย ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศฟิลิปปินส์

เพื่อให้ อิสสระ ศรีทะโร นำทีมฝึกซ้อม ในช่วงที่การเตรียมทีมของรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ไม่ให้ทับซ้อนกับทีมชาติชุดใหญ่ พร้อมแผนงานลงซ้อมในสนามหญ้าเทียมเป็นหลัก เพื่อสร้างความคุ้นเคย สำหรับการแข่งขันซีเกมส์ ที่ประเทศฟิลิปปินส์

โดยต้องดูว่า การตัดสินใจครั้งนี้ของ อากิระ นิชิโนะ จะถูกต้องตามสัญชาติญานของเขาหรือไม่ ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์

2.งานหนักในศึก ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย

อีกประมาณ 3 เดือน กับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย ที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพ จะเริ่มขึ้น

โดย เอเอฟซี จะมีการจับสลากขึ้น ในวันที่ 26 กันยายน นี้ ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด รัชดาฯ

ในฐานะ เจ้าภาพ ทำให้ไทย ถูกจับเป็นทีมวางในโถแรก ซึ่งการแบ่งโถ จะเรียงดังนี้

โถ 1 : ไทย, อุซเบกิสถาน (แชมป์เก่า), เวียดนาม, กาตาร์
โถ 2 : เกาหลีใต้, อิรัก, ญี่ปุ่น, เกาหลีเหนือ
โถ 3 : จีน, ออสเตรเลีย, จอร์แดน, ซาอุดิอาระเบีย
โถ 4 : ซีเรีย, อิหร่าน, ยูเออี, บาห์เรน

ถือเป็นงานหนักของ อากิระ นิชิโนะ ที่ต้องนำช้างศึกอายุไม่เกิน 23 ปีแข่งขันกับคู่แข่งระดับต้นๆ เอเชีย

มันคือ ความท้าทาย ของ นิชิโนะ ที่ต้องรับมือ ที่พ่วงท้ายด้วยความคาดหวังจำนวนมหาศาลภายใต้การตัดสินใจ ที่ดูจากทิศทางแล้ว

มาจาก อดีตโค้ชทีมชาติญี่ปุ่น คนเดียว

สำหรับรายการนี้ นอกจากการแข่งขันเพื่อประกาศศักดาการเป็นจ้าวเอเชีย แล้ว ยังมี ตั๋วที่จะได้ไปโอลิมปิกเกมส์ ที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 2 ที่นั่งเป็นเดิมพันอีกด้วย (แต่จะเพิ่มเป็น 3 ทีมทันที ในกรณีที่ญี่ปุ่นเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ)

3.ทำตามคำพูด

ย้อนกลับมาที่คำประกาศของ อากิระ นิชิโนะ ที่กล่าวช่วงต้นของการรับงานแม่ทัพฟุตบอลไทย ว่า

“เป้าหมายแรก ของผม คือ นำช้างศึกทวงเบอร์หนึ่งอาเซียนอีกครั้ง”

เท่ากับว่า เขาต้องนำทีมไทยไม่แพ้ชาติอาเซียนตอนลงสนามพบกัน และต้องทำผลงานเหนือกว่า ชาติในอาเซียนในทัวร์นาเมนต์อื่นๆ

ทั้งในศึกฟุตบอลโลก 2022, ซีเกมส์ 2019 และ ฟุตบอลยู 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย

ฟังดูลื่นหู แต่จริงๆยากลำบากพอสมควร

แต่ผู้นำที่ดีคือ ต้องทำตามในสิ่งที่ตัวเองพูดเอาไว้ให้ได้

โดยเชื่อว่า อากิระ นิชิโนะ ได้ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีเกี่ยวกับความท้าทายเรื่องการทำงานในประเทศไทย

ซึ่งไม่ว่าผลลัพท์จะออกมาเป็นเช่นไร ก็ขึ้นอยู่ที่กองเชียร์และผู้บริหาร จะให้ทิศทางของวงการฟุตบอลไทยออกมาเป็นเช่นไร

ยิ่งนัดต่อไปในศึกฟุตบอลโลก 2022 ทีมไทยต้องมีคิวดวลกับ ยูเออี ที่ปัจจุบันเป็นทีมมีพรรษาด้านฟุตบอลเหนือกว่าไทย

ทำให้ ความคาดหวังของแฟนบอลไทย ต่อ กุนซือจากแดนซามูไร พุ่งสูงเป็นทวีคูณ

สังเกตได้จากยอดการจำหน่ายบัตรเข้าชมเกมไทยพบยูเออี และ กระแสในโซเชียล ที่เทใจเชื่อมั่นว่า นิชิโนะ จะเอาอยู่แน่นอน

โดยถ้าความคาดหวังไม่เป็นอย่างใจก็อยากให้เรากองเชียร์ไทยได้ย้อนกลับไปดูเป้าหมายของ นิชิโนะ ที่ประกาศไว้ว่า

“เป้าหมายแรกของผม คือ นำช้างศึกทวงเบอร์หนึ่งอาเซียนอีกครั้ง”

เพื่อไม่ให้เกิดกระแสเซ่นผลงานเหมือนในอดีต

#บิ๊กแชมป์ Content Creator SPORTDesk.