“ความหวัง” และ “ความสงสัย” ในเส้นทางลูกหนังครั้งใหม่ของซุปตาร์ลูกหนังเวียดนาม

เมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้เขียนถึงเรื่องราวการเดินทางบนโลกลูกหนังของ เหงียน คอง เฟือง ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติเวียดนาม ซึ่ง ณ เวลานั้นได้โอกาสไปแสดงฝีเท้าเพื่อพิสูจน์ตัวเองบนเวทีลูกหนังที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปเอเชียอย่าง “เคลีก” ของเกาหลีใต้ กับสโมสร อินชอน ยูไนเต็ด โดยในตอนจบผมทิ้งท้ายไว้ถึงการเฝ้ารอบทสรุปการเดินทางในครั้งนี้ของดาวยิงคนสำคัญของทัพดาวทอง

ตอนนี้ “คำตอบ” ของบทสรุปนั้นคือ เหงียน คอง เฟือง ต้องพบกับความ “ล้มเหลว” อีกครั้งในอาชีพนักฟุตบอลของตัวเอง เมื่อเจ้าตัวต้องขอยกเลิกสัญญายืมตัว 1 ปีที่ทำไว้กับ อินชอน ยูไนเต็ด ก่อนกำหนดหลังอยู่กับทีมเพียงแค่ 4 เดือน เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

นับเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ดาวยิงวัย 24 ปีต้องเผชิญกับความล้มเหลวในการค้าแข้งบนเส้นทางลูกหนังต่างแดน หลังจากเคยได้โอกาสไปค้าแข้งในเจลีก 2 กับ มิโตะ ฮอลลีฮอล์ค ในปี 2016 และไม่ประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม หลังยุติเส้นทางชีวิตลูกหนังในแดนกิมจิ และกลับมายังสโมสรที่เปรียบเสมือนบ้านที่เจ้าตัวใช้ชีวิตเติบโตมาตั้งแต่เยาวชนอย่าง ฮอง อันห์ ยาลาย ได้ไม่นาน ก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาอย่างมากมายจากสื่อในบ้านเกิดว่า ดาวยิงวัย 24 ปี เตรียมที่จะออกเดินทางในโลกลูกหนังอีกครั้ง

โดยครั้งนี้จะเป็นการก้าวผ่านทวีปเอเชียไปยังยุโรป โดยมี แกลร์กมอง ฟุต ทีมจาก “ลีก เดอซ์” ลีกรองของฝรั่งเศสให้ความสนใจดึงตัวไปทดสอบฝีเท้า

แต่กระนั้นในท้ายที่สุดที่หมายของดาวยิงวัย 24 ปีกลับไม่ใช่ แกลร์กมอง ฟุต แต่กลับเป็น แซงต์-ทรุยดอง ทีมจากลีกสูงสุดของเบลเยี่ยมที่ทำข้อตกลงกับ ฮอง อันห์ ยาลาย ยืมตัว เหงียน คอง เฟือง ไปร่วมทีมเป็นเวลา 1 ปี

โดยต้นสังกัดอย่าง ฮอง อันห์ ยาลาย เห็นว่าข้อเสนอจากทีมในลีกสูงสุดของเบลเยี่ยมที่ต้องการยืมตัวไปร่วมทีมเป็นเวลา 1 ปี มีภาษีดีกว่าข้อเสนอจากทีมจากลีกรองฝรั่งเศสที่ต้องการซื้อขาดดาวยิงวัย 24 ปี แต่ต้องให้เจ้าตัวไปร่วมทดสอบฝีเท้าก่อนเป็นเวลา 1 เดือน รวมทั้งอาจมีเรื่องของค่าเหนื่อยที่ทาง ฮอง อันห์ ยาลาย เห็นว่าการไปร่วมทีมระดับท็อปของเบลเยี่ยมน่าจะมีความเหมาะสมมากกว่า

นั่นทำให้ เหงียน คอง เฟือง กลายเป็นนักเตะคนที่ 2 ของเวียดนามที่ได้โอกาสไปค้าแข้งในยุโรปต่อจาก เล คองวิน ที่เคยไปเล่นกับ ไลซอส สโมสรในโปรตุเกส

ณ งานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่จัดขึ้นในโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดูเหมือน “ความหวัง” จะเกิดขึ้นอีกครั้งในเส้นทางลูกหนังครั้งใหม่ของดาวยิงวัย 24 ปี แม้เจ้าตัวจะเคยล้มเหลวมาก่อนหน้านี้ก็ตาม

“ผมเคยล้มเหลวที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จริงๆ ผมอยากได้โอกาสกลับไปญี่ปุ่นอีกครั้ง แม้มันไม่เกิดขึ้น แต่การได้โอกาสที่เบลเยี่ยมถือเป็นจุดเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงความคิดของผม”

อย่างไรก็ดี แม้ เหงียน คอง เฟือง จะมั่นอกมั่นใจและเต็มเปี่ยมด้วยความหวังในเส้นทางลูกหนังครั้งใหม่ของเขาครั้งนี้เพียงใด แต่มันก็ปฏิเสธ “ความสงสัย” ที่เกิดขึ้นเคียงข้างกันกับความหวังในเส้นทางลูกหนังครั้งใหม่ของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

มันคือความสงสัยในหัวจิตหัวใจ และฝีเท้าของเขานั่นเอง ว่าจะดีพอที่จะค้าแข้งบนเวทียุโรปหรือไม่?

เพราะแค่เวทีลีกฟุตบอลระดับเอเชียเจ้าตัวยังไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เลย…

โดยเฉพาะกับ อินชอน ยูไนเต็ด ล่าสุดที่เจ้าตัว “ถอดใจ” ขอยกเลิกสัญญาทั้งที่เพิ่งไปร่วมทีมแค่ 4 เดือน ได้ลงเล่นเพียงแค่ 9 เกม รวมเวลา 401 นาทีเท่านั้น และทำประตูไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว

อีกหนึ่งความสงสัยก็คือมีผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจและการตลาดหรือไม่นอกเหนือจากเรื่องของ “ฟุตบอล”?

เนื่องจาก เหงียน คอง เฟือง นั้นเป็นดาวเตะระดับท็อปของเวียดนาม และมีแฟนๆชาวเวียดนามเป็นจำนวนมาก จึงน่าจะเป็นโอกาสดีที่ทีม แซงต์-ทรุยด็อง ที่มีเจ้าของ คือ DMM.com บริษัทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และอินเทอร์เน็ตของญี่ปุ่นจะได้โอกาสทางธุรกิจและการตลาดที่มากขึ้นในเวียดนาม

ทว่าตัวของ เหงียน คอง เฟือง และตัวแทนของ แซงต์-ทรุยด็อง ต่างเอื้อนเอ่ยยืนยันว่านี่เป็นเรื่องของฟุตบอลล้วนๆ

“เมื่อผมมาอยู่ที่นี่ ผมจะไม่พูดถึงเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับฟุตบอล สโมสร (แซง-ทรุยด็อง) มองที่ผลงานของผมมากกว่าเรื่องผลประโยชน์อื่นๆ ผมจะคว้าโอกาสนี้ไว้และจะไม่ทำให้แฟนๆต้องผิดหวัง”

ถ้อยคำเอื้อนเอ่ยของดาวยิงวัย 24 ปีบ่งชี้ว่าเส้นทางลูกหนังครั้งใหม่ของเขาในครั้งนี้ เป็นเรื่องของฟุตบอลล้วนๆ และยังเต็มไปด้วยความมั่นใจด้วยว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จในโอกาสครั้งนี้อย่างแน่นอน

“ผมเคยไปมาหลายประเทศ ได้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างการปรับตัวไม่ใช่ปัญหาของผมอีกต่อไป ผมเคยเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งเมื่อตอนมาซ้อมที่ยุโรป อดีตโค้ชของผม ก็เคยเป็นชาวยุโรป ดังนั้นผมหวังว่าสไตล์ของผมน่าจะเข้ากับสโมสร (แซง-ทรุยด็อง) ได้เป็นอย่างดี ผมขอขอบคุณแฟนๆ ที่สนับสนุนและจะไม่ทำให้พวกเขาต้องผิดหวังอีก”

ด้าน ทาคายูกิ ทาเทชิ ผู้จัดการสโมสร แซง-ทรุยด็อง เองก็ยืนยันว่าการเซ็นสัญญาครั้งนี้ เพราะตามติดฟอร์มของดาวยิงวัย 24 ปีทีมชาติเวียดนามมานานแล้วตั้งแต่สมัยเล่นให้กับ มิโตะ ฮอลลี่ฮอล์ค , อินชอน ยูไนเต็ด และทีมชาติเวียดนาม

และเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ที่ผ่านความล้มเหลวมาหลายต่อหลายครั้งจะเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้เจ้าตัวประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเสียงเอื้อนเอ่ยยืนยัน แต่สิ่งที่จะพิสูจน์ให้ความสงสัยที่เกิดขึ้นในเส้นทางลูกหนังครั้งใหม่ของดาวยิงชาวเวียดนามวัย 24 ปีจางหายไปได้ คงมีเพียง “ผลงาน” ที่ เหงียน คอง เฟือง จะต้องพิสูจน์ให้ได้ในสนามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

เพราะหากพิสูจน์ตัวเองไม่ได้ และต้อง “นั่ง” อยู่ข้างสนามเหมือนที่เคยประสบพบเจอที่ญี่ ปุ่นและเกาหลีใต้

“เครื่องหมายคำถาม” ในความสงสัยที่เกิดขึ้นก็จะแปรเปลี่ยนเป็น “เครื่องหมายถูก” และกลายเป็นความล้มเหลวที่เกิดขึ้นอีกครั้งในเส้นทางลูกหนังของตัวเขาเอง

#โรนิน


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

แฟร์นานดินโญ่ : เซ็นเตอร์จำเป็นของเป๊ป

SPORTDesk. Team

แมนฯซิตี้ กำลังเจอปัญหาในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง หรือ เซ็นเตอร์แบ็ก ที่แห้งแล้งขาดแคลน เพราะ อายเมริก ลาปอร์ต ต้องบาดเจ็บยาวไปจนถึงต้นปี 2020 ส่วน จอห์น สโตนส์ ก็มาบาดเจ็บกล้ามเนื้อก่อนเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และมีกำหนดการพักราวๆ 1 เดือนเศษ

Feature

ซาราห์ โธมัส : เพราะความเท่าเทียมเป็นเรื่องปกติในสังคม

Mr.BOSTON

ระยะหลัง เราเห็นเรื่องราวของการเหยียด (Racism) ในกีฬามากขึ้น ล่าสุดก็เป็นประเด็นของ คาลิดู คูลิบาลี่ ในการแข่งขัน กัลโช เซเรีย อา แต่กระนั้น ไม่ใช่ว่า โลกกีฬา จะเต็มไปด้วยเรื่องราวแบบนั้น เรื่องราวดี ๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจก็ยังคงมีอีกมาก

Story

เดอ ลิกต์ : ก้าวสู่กองหลังระดับโลก

SPORTDesk. Team

คงไม่มีอะไรที่พลิกล็อกผิดคาดอีกต่อไปแล้ว สำหรับการย้ายทีมของ มัตไธจ์ส เดอ ลิกต์ กองหลังพันธุ์แกร่ง และเป็น ดาวรุ่งทีมชาติฮอลแลนด์ ที่กำลังจะย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของยูเวนตุส