5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อน “สาลิดาดง” ดวล “หงส์แดง”

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเดินทางมาถึงช่วงตัดสินแชมป์แล้ว เพราะเหลือโปรแกรมอีกแค่ 2 นัดสุดท้ายเท่านั้น และสัปดาห์นี้คู่สำคัญคือเกมที่ ลิเวอร์พูล จะต้องบุกไปเยือนเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ของ นิวคาสเซิ่ล ซึ่งมี ‘เอล บอส’ ราฟาเอล เบนิเตซ อดีตกุนซือลิเวอร์พูลคุมทีมอยู่ด้วย 

และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าจับตามองก่อน “สาลิกาดง” จะดวลกับ “หงส์แดง” ในค่ำคืนวันเสาร์นี้ เวลา 01.45 น.

1.สัปดาห์นี้ ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูง ที่มี 91 แต้ม ตามหลังแมนฯซิตี้ อยู่ 1 คะแนน มีโอกาสสร้างแรงกดดันให้กับ “เรือใบสีฟ้า” เพราะ “หงส์แดง” จะได้ลงสนามก่อนตั้งแต่วันเสาร์ ส่วน แมนฯซิตี้ รอลงสนามในค่ำคืนวันจันทร์ เปิดบ้านดวลเลสเตอร์  

นั่นแปลว่า หาก หงส์แดง สามารถบุกเอาชนะ นิวคาสเซิล ที่เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ได้ พวกเขาก็จะขึ้นเป็นจ่าฝูงชั่วคราวทันที และจะนำ แมนฯซิตี้ ไปก่อน 2 คะแนน 

และดูเหมือนว่าตอนนี้พรีเมียร์ลีกจะเป็นความหวังสุดท้ายของ เยอร์เก้น คล็อปป์ แล้ว จากการที่พวกเขา ‘กำลังจะ’ ร่วงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยน้ำมือบาร์ซ่าของเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้  จากการที่ไปแพ้ที่คัมป์ นู มา 3 ประตู 

2.เรื่องสภาพร่างกาย ลิเวอร์พูล อาจจะต้องลุ้น โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ แนวรุกบราซิล ที่ยังไม่สมบูรณ์ และได้ลงแค่ในช่วงท้ายเกมที่คัมป์ นู รวมถึง ฟาบินโญ่ ที่มีอาการบาดเจ็บมาจากเกมยุโรป และนาบี้ เกอิต้า ก็มีอาการบาดเจ็บจากเกมดวลบาร์ซ่ามาเช่นกัน 

ฝั่ง นิวคาสเซิ่ล ของ ราฟาเอล เบนิเตซ จะอดใช้งาน มิเกล อัลเมร่อน, ชอน ลองสตาฟฟ์ ที่บาดเจ็บ ส่วน อโยเซ่ เปเรซ ก็ต้องเช็กสภาพร่างกายจนถึงนาทีสุดท้าย แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ

3.ลิเวอร์พูล เก็บชัยในลีกมา 7 นัดซ้อน นอกจากนี้ แนวรับของหงส์แดงก็ไม่เสียประตูในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 3 นัดติดต่อกัน แม้ว่าล่าสุดพวกเขาจะ ‘น็อตหลุด’ โดนบาร์ซ่ายิงในเกมยุโรป 3 ประตูก็ตาม 

แต่ สาลิกาดง ภายใต้การคุมทีมของ ‘เอลบอส’  เล่นในบ้าน ที่เซนต์ เจมส์ ปาร์ค ดีเหมือนกัน เพราะพวกเขาชนะ 6 จาก 7 เกมหลังสุด ดังนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่หงส์แดงจะผ่านสาลิกาดงไปด้วยการเก็บ 3 คะแนน  

4.คู่นี้เจอกันในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 47 ครั้ง ลิเวอร์พูล เหนือกว่า ชนะ 26 นิวคาสเซิ่ล ชนะ 11 เสมอกัน 10 โดย ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายยิงประตูได้ 95 ประตู และ สาลิกาดง ยิงได้ 51 ประตู 

โดยนัดแรกในซีซั่นนี้เจอกันที่แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายชนะ 4-0 ในวันบ็อกซิ่ง เดย์ โดยคนยิงประตูในวันนั้นได้แก่ เดยัน ลอฟเรน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, เชอร์ดาน ชาคิรี่ และ ฟาบินโญ่ 

5.นัดล่าสุดที่คู่นี้เจอกันที่ เซนต์ เจมส์ ปาร์ค จบลงด้วยผลเสมอกัน 1-1 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2017  ตอนนั้นหงส์แดงนำก่อนจากฟิลิเป้ คูตินโญ่ ก่อนที่ นิวคาสเซิ่ลจะตีเสมอได้จาก โฆเซลู


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

ไม่มีมาห์เรซในคอมมิวนิตี้ชิลด์

SPORTDesk. Team

ภาพข่าวริยาด มาห์เรซ นอนฟุบลงกับพื้นสนาม สีหน้าแววตา แสดงถึงหลักฐานความเจ็บปวดของเขาเป็นอย่างดี  ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเกมที่แมนฯซิตี้อุ่นเครื่องในการทัวร์สหรัฐอเมริกานัดสุดท้าย ดวลกับบาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมจากเยอรมนี

Thought

ชาบี เออร์นานเดซ กับภารกิจที่ยิ่งใหญ่

Dechruch

หากให้พูดถึงมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลก เชื่อเหลือเกินว่าจะต้องมีชื่อ ชาบี เอร์นานเดซ ปรากฎขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ มิดฟิลด์ร่างเล็กผู้เปรียบเสมือน “วาทยากร” หรือ “คอนดักเตอร์” ลูกหนัง ผู้ทำหน้าที่ควบคุมจังหวะของเกมได้ทั้งเกมเพียงปลายเท้า

Story

การกลับมาเยือนคัมป์นูอีกครั้งของ “โซลชา”

SPORTDesk. Team

ค่ำคืนวันที่ 26 พฤษภาคม 1999 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กองหน้าซูเปอร์ซับของ แมนฯยูไนเต็ด สังหารประตูที่กลายเป็นประตูที่สำคัญที่สุดในชีวิตนักฟุตบอลของเขาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้ แมนฯยูไนเต็ด เฉือนชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-1 ในเกมนัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก