ของแสลงหงส์

20 September 2019
587 VIEWS

ในรอบหนึ่งปี นาโปลี คือทีมที่สองต่อจาก แมนฯ ซิตี้ ที่ยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้ลิเวอร์พูล ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง

แถมกระทำชำเราเด็กของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แบบซัดแฮตทริกถึงสามหน 

ครั้งแรก 1-0  ในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้วจากประตูชัยนาที 90 ของลอเรนโซ่ อินซินเญ่ 

ถัดมา 3-0 ในเกมปรีซีซั่นที่สกอตแลนด์ ปลายเดือนกรกฏาคม 

ล่าสุด 2-0  ทั้งที่หงส์แดงพกความมั่นใจในฐานะแชมป์เก่ามาเต็มตะกร้า

เจอกันในปีเดียวสี่ครั้ง ลิเวอร์พูลชนะแค่หนึ่ง แต่แพ้ถึงสาม

ถ้าตัดเกมอุ่นเครื่องที่นายประตูจอมหนึบอย่างอลิสซอน เบ็คเคอร์ และสามกองหน้านรกแตก ยังไม่กลับจากพักร้อน

ความพ่ายแพ้อีกสองหนต่อนาโปลี อาจมีนัยสำคัญประหนึ่ง “โอเอซิส” กลางทะเลทราย สำหรับอีกหลายทีมที่ยังต้องทนทุกข์เพราะฟุตบอลสไตล์เกรี้ยวกราดราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาของคล็อปป์ 

ถึงตอนนี้ขอเดาว่ากุนซือหลายๆ ทีม คงกำลังหาเทปเมื่อวันอังคาร มาทำการบ้านกันให้ควั่ก 

แกะสูตรของ คาร์โล อันเชล็อตติ ว่าทำอย่างไรถึงกำราบปราบหงส์ได้อยู่หมัด ไม่มีร้องสักแอะ 

เพราะหลายคนเช่นกันที่อาจถอดใจไปแล้วว่าถ้าจะชนะลิเวอร์พูล ในค.ศ.นี้ คุณต้องเล่นดีจนแตะคำว่าสมบูรณ์แบบ ต้องมีนักเตะในระดับเดียวกับแมนฯ ซิตี้ มีโค้ชที่ชื่อเป๊ป กวาร์ดิโอล่า  โทษฐานเป็นคนเดียวและทีมเดียวที่ชนะคล็อปป์ ในพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลที่แล้ว 

ถ้าเงื่อนไขในการชนะลิเวอร์พูล มีแค่เท่านี้ คุณจะพยายามให้เสียเวลาไปทำไมเล่า

ฟุตบอลของแมนฯ ซิตี้ เปรียบเหมือนของหรูราคาแพงที่หลายทีมจับต้องไม่ได้ ฉะนั้นหากใครบอกว่าต้องเล่นให้ได้แบบเดียวกันเพื่อชนะลิเวอร์พูล มันจะต่างตรงไหนจากการบอกให้ดำน้ำหาเข็มในทะเล 

เอาจริงๆ ลิเวอร์พูล ไม่ได้เลิศเลอเพอร์เฟ็กต์ขนาดนั้น จุดอ่อนของพวกเขา ก็ไม่ใช่ความลับที่ถูกปกปิด แต่ปัญหาคือทีมส่วนมากไม่สามารถจัดการกับภารกิจที่สำคัญกว่า

คือการรับมือจุดแข็งที่เป็นอาวุธของหงส์แดงยุคนี้ 

บางทีมเพลิดเพลินเล่นงานจุดอ่อนของลิเวอร์พูล จนป้อแป้ แต่พอโดนเอาคืนสองสามดอก กลับปวกเปียกเป็นทิชชู่ในคอห่าน

ฉะนั้น หลักๆ เพื่อล้มระบอบหงส์แดงจึงขึ้นอยู่กับสองข้อ รับมือให้อยู่ และโจมตีให้คม

ทำสองข้อนี้ได้ คุณไม่จำเป็นต้องอยู่ในเครื่องแบบของแมนฯ ซิตี้ ไม่ต้องจ้างเป๊ปเป็นกุนซือ ก็มีสิทธิ์ชนะได้เหมือนนาโปลี 

ทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ คือตัวอย่างเพอร์เฟ็กต์ว่าภายใต้แผนการเล่นที่ดี บวกกับนักเตะคุณภาพ มีสไตล์สอดรับกับแท็คติกอย่างลงตัว

คุณสามารถเป็นของแสลงที่ลิเวอร์พูล ไม่ต้องการเจอด้วย

บางทีมในฤดูกาลนี้ แอบผสมกลิ่นอาย “นาโปลี” มาหน่อยๆ ด้วยการจัดหน้าคู่ หวังทะลวงแนวรับหงส์ ตั้งแต่เซ้าธ์แฮมป์ตัน, อาร์เซน่อล กระทั่งเบิร์นลี่ย์ 

แต่ไม่มีใครกลับออกมาในสภาพดี จบเกมตายเกลื่อนจาก 1-2, 1-3 และ 0-3 

เพราะในเวลาเดียวกัน ทีมเหล่านี้ยังบริหารจัดการในพื้นที่อื่นได้ไม่ถึง

สาเหตุอาจเป็นที่นักเตะ ความสามารถจำกัด หรือเพราะโค้ชวางแผนพลาดเหมือนที่อูไน เอเมรี่ โดนสวดเละเทะฐานจัดหมาก 4-4-2 ไดม่อนด์ เท่ากับเชื้อเชิญฟูลแบ็กของลิเวอร์พูล วิ่งเติมเกมรุกอย่างอิสระ

อันเชล็อตติ มีสองส่วนครบถ้วน หนึ่งแผนดี และสอง นักเตะมีสไตล์การเล่นที่เหมาะสมลงตัวกับแผน 

หมาก 4-4-2 สุดแสนธรรมดา ดูจะเชยด้วยซ้ำกับฟุตบอลสมัยใหม่ที่ต้องการได้บอลมาครอง และคอนโทรลเกม แต่นาโปลี กลับใส่มิดฟิลด์แค่สองคนคืออัลลัน และฟาเบียน รุยซ์ 

อย่างไรก็ตาม 4-4-2 ของนาโปลี สะท้อนคำพูดอมตะ “แมวสีอะไรก็ช่าง ขอให้จับหนูได้เป็นพอ” 

เพราะมันคือ 4-4-2 ที่เล่นด้วยไดนามิก พลังงานเหลือล้น นักเตะเคลื่อนที่ทุกคน ช่วยกันบีบ ปิดช่อง ปีกประคองแบ็ก หน้าถอยประคองกลาง ระหว่างแนวแทบไม่เปิดช่อง

รอย ฮ็อดจ์สัน เคยบอกว่าหมากฟุตบอลที่ดีที่สุดคือ 4-4-2 คุณมีนักเตะอย่างน้อย 2 คนเสมอไม่ว่าลูกอยู่ไหนในสนาม เมื่อเทียบกับแผนการเล่นอื่นๆ ที่อาจโดดเด่นในพื้นที่หนึ่ง แต่ส่วนอื่นก็กลายเป็นจุดอ่อน

ทุกวันนี้ ฮ็อดจ์สัน ยังทำคริสตัล พาเลซ เล่น 4-4-2 ที่ถนัดเหมือนเคย

อันเชล็อตติ ก็ทำให้นาโปลี เล่นบอล 4-4-2 โดยไม่ตกเป็นรองในแดนกลาง เพราะนักเตะรู้ตำแหน่งรู้บทบาทของตัวเองอย่างดี 

และเมื่อเปลี่ยนจากรับเป็นรุก พวกเขากางกงเล็บพร้อมตะปบด้วยหมาก 4-2-4 

การบุกด้านข้าง โจมตีฟูลแบ็ก คือหนึ่งในไม่กี่หนทางที่จะชนะลิเวอร์พูล จึงไม่น่าแปลกใจที่นาโปลีมักทำได้

แผนดี แท็คติกเนี้ยบ สไตล์ของนักเตะสอดคล้องโดยไม่ต้องฝืน บวกกับคุณภาพของกองหลังระดับเบอร์ต้นๆ อย่างคาลิดู คูลิบาลี่ หรือคอสตาส มาโนลาส ยิ่งทำให้แน่นเข้าไปใหญ่ 

พิมพ์เขียวของอันเชล็อตติ น่าจะถูกโค้ชหลายคนศึกษาหาทางปรับใช้เพื่อเจอกับลิเวอร์พูล แต่จะออกมาได้ผลเหมือนนาโปลี หรือเละเป็นโจ๊กอย่างอาร์เซน่อล อันนี้ไม่ลองไม่รู้….