โอกาสอีกครั้งของ ‘โลเปเตกี’ ที่เซบีย่า

5 June 2019
227 VIEWS

ปฏิทินปี 2018 ชื่อของกุนซือ ฆูเลน โลเปเตกี กลายเป็นชื่อที่ถูกหยิบยกเอาพูดถึงในเชิงเสียๆ หายๆ ถูกนินทาภาษาลูกหนังมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

สืบเนื่องจากก่อนหน้านั้น เขาสั่งสมชื่อเสียงความสำเร็จ และสร้างชื่อกับทีมชาติสเปนชุดเล็กๆ มาหลายต่อหลายปี

ทั้งการพาทีมสเปน ยู19 เป็นแชมป์ยุโรปเมื่อปี 2012 (แข้งดัง อาทิ เกป้า อาร์ริซซาบาลาก้า, เฆเซ่ และปาโก้ อัลคาเซร์) และพายู 21 เป็นแชมป์ยุโรป เมื่อปี 2013 (แข้งดัง อาทิ ดาบิด เด เกอา,โกเก้,อิสโก้ หรือ อัลบาโร โมราต้า และติอาโก้ อัลคันทาร่า เป็นต้น) จากนั้นก็คุม ปอร์โต้ ในโปรตุเกส จนเป็นกุนซือมีชื่อในระดับหนึ่ง 

ก่อนที่จะเข้ามาคุมทีมชาติสเปนชุดใหญ่ เมื่อปี 2016 จนกระทั่งพาทีมไปได้ตั๋วฟุตบอลโลก 2018 แบบไม่ยากเย็นอะไร แต่สุดท้ายทุกอย่างก็มา ‘พังยับเยิน’ เอาตอนก่อนศึกฟุตบอลโลก จากการแอบไปคุยไปตกลงเป็นผู้จัดการ เรอัล มาดริด ก่อนศึกฟุตบอลโลก…

หากจำกันได้ สหพันธ์ฟุตบอลสเปน เลือกที่จะ ‘ปลดฟ้าผ่า’ ต่อ ฆูเลน โลเปเตกี โดยให้ออกจากผู้จัดการทีมชาติทันที เพราะในเมื่อเขา ทำผิดมารยาท แอบไปคุยกับเรอัล มาดริด และตกลงเปิดตัวกับสโมสรก่อน ทั้งๆที่ฟุตบอลโลกที่รัสเซียกำลังจะเริ่มอยู่แล้ว นับว่าเป็นการไม่ไว้หน้าทีมชาติสเปนเลย

ส่วนผลงานกับ เรอัล มาดริด ในช่วงต้นฤดูกาล 2018-19 โลเปเตกี กุนซือวัย 52 ปี ต้องเจอหน้า มรสุมพายุโถมกระหน่ำซ้ำเติมแบบไม่ให้หายใจสะดวก จนกระทั่งอันดับรูดกราว หลังจากผ่านไป 14 นัดในการคุมทีมเรอัล มาดริด ผลงาน ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 6 ยิงได้ 21 เสียประตู 20 และที่สำคัญ เรอัล มาดริด โดน บาร์ซ่า ถล่มขาดกระจุย 5-1 

เมื่อถึงขั้นนั้น บอร์ดบริหารในซานติอาโก้ เบอนาเบว ก็ไม่อาจ ‘อดทน’ ต่อโลเปเตกีได้ต่อไป และได้สั่งปลดเขาออกจากตำแหน่ง เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม 2018 

…หากจะบอกว่า โลเปเตกี เอาชื่อเสียงที่เขาสร้างมา มาทิ้งไว้ให้แฟนบอลทั่วโลกเยาะเย้ย ที่เรอัล มาดริด …ก็คงจะไม่ผิดจากความเป็นจริงเท่าไรนัก…

นับเวลาเดินทางมาจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ชื่อของโลเปเตกี หายเข้าไปในกลีบเมฆ อาจจะเป็นมีกลับมาอยู่ในกระแสบ้าง จากการที่เขาบอกว่าเคยสนใจรับงานคุมทีมในอังกกฤษ แต่สุดท้ายกระแสต่างๆ ก็จืดจางลงไป

อย่างไรก็ตาม ณ เข็มนาฬิกาเดินอยู่ ณ ปัจจุบัน ฆูเลน โลเปเตกี กลับมาอยู่ในสปอร์ตไลท์อีกครั้ง จากการที่เขาได้รับโอกาสในการแสดงฝีมือครั้ง  โดยสโมสรที่ให้โอกาสเข้าอีกครั้งก็คือเซบีย่า ทีมอันดับ 6 ในลาลีกา ในฤดูกาลล่าสุด

ทั้งนี้ โลเปเตกี เข้ามาคุมบนถิ่นซานเชซ ปิซฆวน แทนที่ โจอาควิน กาปาร์รอส ที่ประคับประคองทีมเซบีย่ามาในช่วงท้าย หลังจากปาโบล มาชิน โดนตะเพิดไปในช่วงมีนาคม จากผลงานร่วงตกรอบยูโรป้าลีก 

สำหรับ โลเปเตกี มีข้อผูกมัดกับสโมสรเซบีย่า เป็นเวลา 3 ปี โดยเป้าหมายสำคัญของเขา นั่นก็คือ การพาทีมกลับไปโลดแล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกให้ได้อีกครั้ง เพราะครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้เล่นถ้วยใบใหญ่ของยุโรปนั้น คือเมื่อซีซั่น 2017-18 แต่เมื่อมองถึงศักยภาพของทีมแล้ว เซบีย่า ยังมีดีพอที่จะติดท็อป 4 ของลีกแดนกระทิงได้ ไม่ใช่มาเล่นถ้วยเล็กอย่างยูโรป้า 

การที่ เซบีย่า มีแนวรุกตัวอันตรายอย่าง วิสซาม เบน เยดเดอร์ และโนลิโต้, มีตัวคุมเกมอย่าง เอแวร์ บาเนก้า และมีตัวเก๋าประครองเกมอย่าง เฆซุส นาบาส ถือว่า โลเปเตกี ยังพอมีทรัพยากรเอาไว้ฝ่าฟัน หักด่านลาลีกา เพื่อพาเซบีย่า ไปให้ถึงท็อป 4 อีกครั้ง

ต้องจับตาดูกันอีกครั้งว่า โอกาสครั้งใหม่ของโลเปเตกีกับสโมสรเซบีย่าในครั้งนี้ เขาจะกอบกู้ ‘เชื่อเสีย’ ให้กลายเป็น ‘ชื่อเสียง’ ได้หรือไม่

ลาลีกา 2019-20 จะเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของเขา … และที่สำคัญ โลเปเตกี จะพลาดไม่ได้อีกแล้ว