‘เสื้อของบ็อบ’ ลิเวอร์พูลกับชุดแข่งใหม่ในกล่องความทรงจำ (และเรื่องเล่าขำๆของเขา)

ในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนึ่งในสโมสรที่เปิดตัวชุดแข่งและได้รับเสียงตอบรับในทางที่ดีแทบทุกครั้ง ขายดีทุกชุด บางชุดถึงขั้นกลายเป็นของหายากขึ้นมาคือทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

​ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเรื่องของผลงานในสนามที่ทำให้ความต้องการของเสื้อสูงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

​อีกส่วนหนึ่งต้องให้เครดิตกับทีมออกแบบของ New Balance ที่สามารถออกแบบได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งแตกต่างจากชุดแข่งในยุคของ Warriors แบรนด์ลูกของพวกเขาเองที่บางชุดนั้นแฟนบอลจำนวนไม่น้อยลังเลที่จะซื้อมาใส่เพราะดีไซน์นั้นมีปัญหาจริงๆ

​ล่าสุด “NB” เปิดตัวเสื้อแข่งชุดใหม่ของลิเวอร์พูลที่จะใช้ในฤดูกาล 2019-20 แล้ว (น่าจะเป็นสโมสรแรกๆที่เปิดตัวชุดแข่งล่วงหน้ารวดเร็วขนาดนี้) และเป็นอีกครั้งที่ชุดแข่งใหม่ได้รับกระแสตอบรับในทางที่ดีมาก

​“เสื้อสวย” 

​“ต้องซื้อแล้ว”

​“คลาสสิก”

​เหล่านี้คือความเห็นที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์หลังการเปิดตัวเสื้อชุดใหม่เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งชุดแข่งดังกล่าวสำหรับกองเชียร์เดอะ ค็อป รุ่นอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี หรือเป็นกลุ่มเด็กหงส์ที่ชื่นชอบในการศึกษาประวัติศาสตร์ของสโมสรแล้วจะคุ้นตากับชุดนี้เป็นอย่างดีกับชุดแข่งสีแดงที่เป็นลาย pinstripe หรือผ้าลายตรง

​เหตุผลเพราะชุดแข่งนี้เป็นชุดที่จะพบได้ทุกครั้งที่ค้นประวัติในช่วงยุคทองของสโมสรในทศวรรษที่ 80 โดยเฉพาะภาพของการฉลองแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ เมื่อปี 1984 ที่กรุงโรม ซึ่งเป็นแชมป์ยุโรปครั้งสุดท้ายในยุคดังกล่าว ก่อนจะถูกลงโทษแบนห้ามแข่งขันในรายการยุโรปเป็นเวลาถึง 5 ปี จากเหตุโศกนาฏกรรมที่สนามเฮย์เซลในอีก 1 ปีถัดมา

​การนำแรงบันดาลใจจากชุดแข่งดังกล่าวมาใช้นั้นมีที่มาที่ไป

​ชุดแข่งดังกล่าวความจริงแล้วไม่ได้เพิ่งจะใช้ในปี 1984 แต่เริ่มใช้ในฤดูกาล 1982-83 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายของ บ็อบ เพสลีย์ อีกหนึ่งมหาบุรุษแห่งแอนฟิลด์นอกเหนือจากบิลล์ แชงคลีย์ ผู้เป็นครู ซึ่งลิเวอร์พูล และ New Balance ต้องการร่วมฉลองให้กับการครบรอบ100 ปีชาตกาล (หากเพสลีย์ยังมีชีวิตอยู่จะอายุครบ 100 ปีในปีนี้) ของเขา

​สำหรับ บ็อบ เพสลีย์ ตัวตนของเขาอาจจะไม่ยิ่งใหญ่เท่า “บิดาของสโมสรลิเวอร์พูล” อย่างแชงค์ส ไม่ว่าจะเพราะเป็นศิษย์ เป็นคนที่มาทีหลัง และด้วยบุคลิกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะ “บ็อบ” เป็นคนเงียบๆ ขี้อาย พูดไม่ค่อยเก่ง แตกต่างจากแชงค์ส ที่เป็นเจ้าปรัชญาและมีวาทะที่แหลมคมมากมายให้ผู้คนได้นำมาพูดต่อกันจนปัจจุบัน

​แต่ในความสำเร็จแล้ว เขาคือคนที่ช่วยสานต่อในการนำพาลิเวอร์พูล บินได้สูงและไกลยิ่งกว่าคนเป็นครูอย่างแชงค์ส โดยเฉพาะกับการนำทีมคว้าแชมป์รายการสูงสุดของยุโรปอย่างยูโรเปี้ยน คัพ ที่แม้แต่แชงค์ส ก็ยังทำไม่สำเร็จ

​และไม่ใช่ได้แค่ครั้งเดียว หากแต่สามารถพาทีมครองความเป็นหนึ่งของยุโรปในยุคที่การแข่งขันยังเป็น “เกมฟุตบอลที่บริสุทธิ์” (ไม่มีเรื่องของธุรกิจ ฯลฯ เข้ามาเกี่ยวข้องมากเหมือนในปัจจุบัน) ได้ถึง 3 สมัย (1977, 1978,1981)

​เห็นแบบนี้อย่างที่บอก บ็อบ ไม่ใช่คนที่มีบุคลิกของชายที่น่าเกรงขามแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้ามเขาดูเป็นคุณลุงหน้าตาใจดีคนหนึ่งเดินไม่ดีนัก (เนื่องจากบาดแผลที่ได้จากการเล่นฟุตบอล) 

​เขาไม่คิดจะรับตำแหน่งต่อจากแชงค์สด้วยซ้ำไป

​ในเดือน ก.ค.1974 มหาบุรุษชาวสกอตแลนด์ตัดสินใจวางมือจากทีมไปแล้ว และบ็อบ คือคนที่ถูกเลือกให้รับตำแหน่งแทน ซึ่งเขา – ในฐานะนายใหญ่คนใหม่ไม่ใช่แค่ “บ็อบ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม” ที่ทุกคนคุ้นเคย – จะต้องกล่าวอะไรสักหน่อย

​หากเป็นคนอื่น นี่เป็นโอกาสที่จะได้แสดงความเป็นผู้นำ แสดงศิลปะโวหาร พูดอะไรก็ได้เพื่อให้ทุกคนได้รวมใจเป็นหนึ่งเดียวฝ่าฟันช่วงเวลายากลำบากจากการตัดสินใจวางมือของแชงค์สที่ค่อนข้างกระทันหันและเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางเมลวูด

​แต่สำหรับบ็อบมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย เขาได้แต่บอกทุกคนว่าเขาไม่อยากจะรับตำแหน่งเลย และไม่ใช่แค่พูดครั้งเดียว เขาเอาแต่พูดแบบนั้น

​เขาพูดจนสมาชิกในทีมเห็นท่าไม่ดี ว่าแล้ว เควิน คีแกน สตาร์อันดับหนึ่งของทีมเวลานั้นต้องบอกว่าเขาต้องรับตำแหน่งแล้วแหละ

​ส่วน “ไอ้ม้าบ้า” เอมลิน ฮิวจ์ส กัปตันทีมยืนหลบมุมอยู่ ส่ายหัวรับไม่ค่อยได้ ขณะที่คนอื่นๆในทีมมองตากันเลิ่กลั่ก

​ภาพตัดมาที่บ็อบ ปากของเขาพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์นัก แต่จับได้แผ่วๆว่าเขาขอบคุณทุกคนอื่น พอพึมพำสัก 3 นาที จู่ๆเขาก็ตัดบทสั่งแยกกองเฉย

​ก็เป็นสไตล์ของเขาดี

​สำหรับเหตุผลที่ทำให้ บ็อบ ไม่อยากรับตำแหน่งนั้นเป็นเพราะเขาเคยเห็นชะตากรรมของ แฟรงค์ โอฟาร์เรลล์ เมื่อ 5 ปีก่อนที่ต้องเผชิญนรกทั้งเป็นหลังเข้ารับตำแหน่งต่อจาก แมตต์ บัสบี้ ซึ่งเป็นคนที่บ็อบสนิทสนมอย่างดี (เคยเล่นในทีมลิเวอร์พูลด้วยกัน) ทำให้เขารู้ว่าแฟรงค์เจออะไรบ้างใน 18 เดือนที่อยู่ในตำแหน่ง

​มาถึงเกมแรกของฤดูกาล 1974-75 ลิเวอร์พูล ต้องเจอกับ ลูตันทาวน์

​บ็อบ เรียกทุกคนมารวมตัวกันตอน 10 โมงที่เมลวูด สมาชิกชุดแดงมานั่งรวมตัวกันเพื่อรอฟังแผนการเล่นจากเจ้านายใหม่ของเขา

​แล้วทุกคนก็ได้รู้ว่าเจ้านายใหม่ของเขามันก็บ็อบคนเก่าที่พูดไม่เก่งคนเดิมนั่นแหละ! 

​ทอมมี่ สมิธ ตำนานปราการหลังจอมดีเดือดได้รับคำสั่งว่า “ไม่ต้องวิ่งไปมาเหมือนคนงานเหมืองที่ไม่พกไฟฉายไปด้วย”​

​ส่วน ไบรอัน ฮอลล์ มิดฟิลด์ถูกสั่งให้ “จับตา” กับนักเตะที่ “ชื่ออะไรนะ…” 

​ทุกคนในทีมก็ช่วยกันรอฟังว่าบ็อบจะบอกว่าให้จับตาใคร แต่บ็อบก็พูดชื่อไม่ถูกจนหงุดหงิดตัวเอง แล้วเขาก็ตัดบท แล้วบอกทุกคนแค่ว่า“ลงสนามไปแล้วจัดการคู่แข่งให้ได้” จบ แล้วก็ออกจากห้องไปเฉยๆเลย

​แล้วลิเวอร์พูล ก็เอาชนะลูตันได้จริงๆในวันนั้นด้วยสกอร์ 2-1!

​แต่ผ่านไป 3 เดือน ลิเวอร์พูล อาการไม่ดีนักพวกเขาแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 แล้วยังแพ้คาบ้านต่อเบิร์นลีย์ และอิปสวิชด้วย ทำให้บ็อบโดนสื่อถล่มยับ จนเขาถอดใจไปบอกกับ ปีเตอร์ โรบินสัน อีกครั้งว่าเขาไม่อยากเป็นผู้จัดการทีมแล้ว จนต้องมีการเกลี้ยกล่อมกันยกใหญ่

​แต่สุดท้ายทุกคนก็ทำสำเร็จในการกล่อมเขา และมันเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับสโมสร เพราะลึกๆแล้วทุกคนในลิเวอร์พูล รู้ดีว่าชายเงียบๆคนนี้ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความคิดดีๆสร้างสรรค์มากมาย

​การตัดสินใจปล่อย แลร์รี ลอยด์ ปราการหลังออกจากทีมก่อนเปิดฤดูกาลเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่และสำคัญมากของเขาและของทีมบ็อบ ต้องการกองหลังที่เล่นบอลภาคพื้นได้ดีกว่าลอยด์ และเขาตัดสินใจไม่ผิด

​“บูทรูม” อันเลื่องชื่อของลิเวอร์พูล ที่เหล่าสตาฟฟ์ของทีมจะมารวมตัวพูดคุยกันเพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียในการทำทีมก็เป็นความคิดของเขา

​เช่นกันกับแผ่นป้าย “THIS IS ANFIELD” ก็เป็นเขาที่เห็นชอบและอนุญาตให้ เบิร์ท จอห์นสัน เจ้าหน้าที่บำรุงรักษาสนามได้นำไปติดเหนืออุโมงค์ทางเข้าสนาม เพราะเขารู้สึกว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่ดี

​บ็อบ ยังเป็นคนที่มีความน่ารักในตัวและทำให้เขาเป็นที่รัก (และถูกลูกทีมนำมาล้อเล่นบ่อยๆ)

​ท่าเดิน Bob Walk หรือการสบถ “What the f***!” ของเขาเป็นโจ๊กที่ลูกทีมนำมาเล่นและยิ้มกันได้เสมอ

​บางครั้งเขาก็ต้องช่วยแก้ปัญหาแปลกๆ เหมือนเช่นในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 1975-76 สถานการณ์เวลานั้นลิเวอร์พูล ต้องการ 1 คะแนนก็จะคว้าแชมป์มาครองได้ ทำให้ความต้องการตั๋วเข้าชมการแข่งขันสูงมาก มากเสียจนนักเตะในทีมเองก็หวั่นๆว่าจะหาตั๋วไม่ได้

​คนแรกที่ตัดสินใจเข้ามาขอความช่วยเหลือคือ ฟิล ธอมป์สัน โดย“ธอมโม่” ที่หายตัวไปตลอดช่วงเช้านับตั้งแต่สนามเปิดเพราะมัวแต่ไปหาตั๋วอยู่แต่ก็หาไม่ได้ ตัดสินใจมาบอกว่า “บอส คุณต้องช่วยผมหน่อยพี่น้องชายของผมดูเกมทุกนัดในฤดูกาลนี้ แต่ตอนนี้พวกเขาเข้ามาสนามไม่ได้”

​บ็อบรับฟัง และตัดสินใจเดินไปที่ระเบียง ขอกุญแจมาจากเจ้าหน้าที่สนามแล้วบอกธอมป์สันว่า “รีบๆพาพวกเขามาที่นี่ก่อน”

​แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่ธอมโม่แล้ว เพราะฮิวจ์สก็ได้ยินแล้วเขาก็ไม่ยอมเหมือนกันเพราะมีคนมาขอให้พาเข้าสนาม เขาเลยบอกกับบ็อบว่า“เพื่อนๆผมก็อยู่ข้างนอกเหมือนกัน”

​บ็อบ ก็เลยเปิดประตูอีกที คราวนี้มีคนเข้ามาอยู่ในนั้นถึง 40 คนทั้งห้องก็เลยเต็มไปด้วยธงธิว ป้ายเชียร์ แล้วในห้องทุกคนก็ร้องเพลงเชียร์ลิเวอร์พูลกันกระหึ่ม

​ทั้งๆที่มันเป็นช่วงก่อนเกมสำคัญ ทุกอย่างควรจะอยู่ในความสงบ!

​จำนวนคน เสียงที่ดังทำเอาฟังกันไม่ได้ศัพท์ บ็อบชักหงุดหงิด ก็เลยตะโกนลั่น “ครอบครัวพวกแกมีกี่คนเนี่ย!”

​ทีนี้ทุกคนก็แตกกระเจิงเลย แต่ในความวุ่นวายก็กลายเป็นความผ่อนคลายไปด้วยในตัว ที่สุดแล้วลิเวอร์พูล ก็ได้แชมป์จริงๆและเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกของบ็อบกับลิเวอร์พูลด้วยหลังจากที่ฤดูกาลแรกเขาพลาดไปได้แค่ที่ 2

​ได้แชมป์ก็ได้ไปแข่งยุโรป ไปต่างบ้านต่างเมือง ก็มีเรื่องเล่าของบ็อบอีก

​ครั้งนึงลิเวอร์พูล ไปแข่งที่โรมาเนีย ในมื้ออาหารมีการเสิร์ฟซุปด้วย

​แต่ก่อนที่ทุกคนจะได้ชิม บ็อบตะโกนลั่น “อย่าไปแตะต้องมัน มันอาจจะมีการวางยาก็ได้”

​เรื่องราวเหล่านี้เป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆท่ามกลางเรื่องราวมากมายที่น่าประทับใจของบ็อบ ยอดผู้จัดการทีมแห่งศตวรรษที่พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกได้ 6 สมัย, ยูโรเปี้ยน คัพ 3 สมัย, ยูฟ่า คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย, แชริตี้ ชิลด์ 6 สมัย ในระยะเวลา 9 ฤดูกาลที่อยู่ในตำแหน่ง

​ก่อนที่จะอำลาลิเวอร์พูลในฤดูกาล 1982-83 

​ฤดูกาลแรกที่มีการนำชุดแข่งที่ถูกนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในชุดใหม่ที่จะใช้ในฤดูกาลหน้านั่นเอง

​ชุดแข่งนี้จึงเป็น “เสื้อของบ็อบ” ที่ทำขึ้นด้วยความรักและคิดถึงอย่างแท้จริง


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

สัญชาตญาณจาก “กุน”

ไข่มุกดำ

“เขาเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ และเขาก็จะตายไปพร้อมกับมัน” – เป๊ป กวาร์ดิโอลา พูดถึง กุน อเกวโร่

Feature

5 ประเด็นน่าสนใจก่อน “ไก่” ปะทะ “ผี”

SPORTDesk. Team

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้โปรแกรมบิ๊กแมตช์กลายเป็นเกมในค่ำคืนวันอาทิตย์ แมตช์ซูเปอร์ซันเดย์ ระหว่าง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทีมฟอร์มแรง กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มทะลุองศาเดือดเช่นกัน และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าจับตามอง และควรรู้ ก่อนศึกสำคัญวันอาทิตย์นี้ ที่จะซัดกันให้รู้ดำรู้แดงในเวลา 23:30 น.

Thought

ทางเลือกของ ‘หงส์แดง’ ใต้วิกฤติเกมรับ

ลูกแม่กิ่ง

สถานการณ์กับสภาวะอารมณ์ของแฟนลิเวอร์พูลใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้แตกต่างจากช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้อย่างมากครับ สาเหตุมาจากการแพ้ 2 นัดติดต่อกันต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมวัดแชมป์ และล่าสุดแพ้วูล์ฟส ตกรอบเอฟเอ คัพ แบบจนใจ