‘หงส์-เชลซี’ เปิดตัว UCL ด้วยความเจ็บปวด

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้ง โดยค่ำคืนที่ผ่านมา เป็นรอบแบ่งกลุ่มนัดแรก ในกลุ่ม E,F,G,H ซึ่งมี 2 ตัวแทนจากประเทศอังกฤษลงสนามทั้ง ลิเวอร์พูล และ เชลซี ซึ่งผลงานของทั้ง 2 ทีม จบลงด้วยความเจ็บปวด จากความพ่ายแพ้ในนัดแรกแบบพร้อมเพรียงกัน

มาที่ ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งลงเล่นซีซั่นนี้ในฐานะแชมป์ 6 สมัย และเป็นแชมป์เก่าพ่วงดีกรีมาด้วย แต่กลับกลายเป็นว่า ลิเวอร์พูล ต้องมาพุ่งชนกับความพ่ายแพ้ตั้งแต่นัดประเดิมสนามยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกทันที โดยบุกไปแพ้นาโปลี 0-2 ซ้ำรอยกับซีซั่นที่แล้ว ที่ทั้งคู่เจอกันที่ซาน เปาโล  ในรอบแบ่งกลุ่ม และจบลงด้วยชัยชนะของ นาโปลี 1-0 

ปีที่แล้ว ลิเวอร์พูล โดนทะลวงประตูช่วงนาทีสุดท้าย ส่วนเมื่อคืนนี้ เหตุการณ์ซ้ำรอย นาโปลี ได้ 2 ประตูท้ายเกม จากจุดโทษของ ดรีส์ เมอร์เทนส์ และซูเปอร์ซับ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ซึ่งทั้ง 2 ประตูนั้นมีบ่อเกิดจากความผิดพลาดของกองหลัง จากการทำเสียจุดโทษของ แอนดรูว์ โรเบอร์สัน และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ จ่ายบอลพลาดในช่วงทดเจ็บ 

ความพ่ายแพ้ของลิเวอร์พูล ทำให้พวกเขากลายเป็น “แชมป์เก่า” ทีมแรกที่ต้องแพ้ตั้งแต่นัดแรก นับตั้งแต่ เอซี มิลาน แชมป์เก่าปี 1994 ต้องประเดิมสนามแพ้ ไอแอ๊กซ์ 2-0 ในฤดูกาล 1994-1995 

นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล ต้องประเดิมสนามด้วยความพ่ายแพ้ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่พวกเขาแพ้ บาเลนเซีย 0-2 เมื่อกันยายน ปี 2002 อีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม จุดที่เป็นประเด็นมากที่สุดจากเกม นาโปลี-ลิเวอร์พูล คงหนีไม่พ้น จังหวะจุดโทษปัญหาที่ แอนดรูว์ โรเบอร์สัน ไป “สัมผัส” โฆเซ่ กาเยฆ่อน แบบบางเบาเหลือเกิน  

แน่นอนว่าในมุมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือหงส์แดง ย่อมไม่คิดว่าเป็นจุดโทษ เพราะมองว่า กาเยฆ่อน “ทิ้งตัว” ส่วนมุมมองของ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือนาโปลี ย่อมมองว่าลูกนี้เป็นจุดโทษที่สมบูรณ์แล้ว 

ส่วนอีกหนึ่งตัวแทนของอังกฤษที่ลงสนามไปแล้ว นั่นคือ เชลซี ของกุนซือ แฟรงค์ แลมพาร์ด ก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้คารัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยแพ้ต่อ บาเลนเซีย ที่คุมทีมโดยกุนซือหน้าใหม่อย่าง อัลเบิร์ต เซลาเดส 0-1

สำหรับเกมนี้ เชลซี ถือว่า “เสียหาย” พอสมควร – ในประเด็นแรก คือพวกเขาต้องเสีย เมสัน เมาท์ เพลย์เมกเกอร์ดาวรุ่ง ที่บาดเจ็บข้อเท้าตั้งแต่ต้นเกม และอาจจะต้องใช้เวลาประเมิณอาการบาดเจ็บอีกสักระยะ เพื่อกำหนดเวลาว่า กองกลางดาวรุ่งคนนี้จะต้องใช้เวลาพักเนิ่นนานเท่าใด 

ส่วนอีกประเด็นก็คือ ที่จริงแล้ว เชลซี ควรจะเก็บเข้ากระเป๋า 1 คะแนน เพราะเชลซีได้จุดโทษก่อนหมดเวลา 3 นาที แต่ทว่าทุกอย่างต้องพังทลายลงไปกับตา เมื่อรอสส์ บาร์คลี่ย์ ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองในเกมนี้ ซัดจุดโทษไม่เข้า และดูเหมือนว่า ก่อนจะยิงจุดโทษลูกนี้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ , จอร์จินโญ่ และ วิลเลี่ยน มีการล้อมวงคุยกันก่อนด้วย

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นนี้ แลมพาร์ด ยืนยันว่า บาร์คลี่ย์ คือ มือสังหารจุดโทษของทีม เพราะยิงได้ดีมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นแล้ว 

ความพ่ายแพ้ของเชลซี ยังทำให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นกุนซือของเชลซีคนแรก ที่ประเดิมคุมทีมในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยความปราชัย โดย 10 จาก 11 คนก่อนหน้านี้ มีสถิติเก็บชัยได้ทั้งหมด ยกเว้นเพียง จิอันลูก้า วิอัลลี่ คนเดียว ที่คุมเชลซี นัดแรกใน UCL แล้วผลจบลงด้วยการเสมอกับ เอซี มิลาน เมื่อปี 1999 

ถึงแม้ เชลซี และ ลิเวอร์พูล จะเป็น 2 ตัวแทนจากอังกฤษ ที่มีผลงานไม่ดี ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรก แต่ ลีกผู้ดี ยังมีความหวังกับอีก 2 ตัวแทนที่จะลงสนามในคืนนี้ ทั้ง แมนฯซิตี้ ที่ต้องไปเยือน ชาคห์ตาร์ ที่ยูเครน  และ สเปอร์ส ที่ต้องไปเยือน โอลิมเปียกอส ที่กรีซ 

ต้องติดตามดูกันต่อว่าทั้ง แมนฯซิตี้ และ สเปอร์ส จะมีบทสรุปนัดแรกที่เจ็บปวดเหมือนๆ กับ หงส์แดง และเชลซี หรือไม่?


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

4 แชมป์ เป็นไป (ไม่) ได้ ?

มาริโน่

ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ยังไม่เคยมีทีมไหนหาญกล้าคว้าแชมป์ 4 รายการใหญ่ภายในฤดูกาลเดียวกัน

Thought

กำแพงอีโก้ระหว่างมู กับป็อกบา

มาริโน่

เมื่อนักข่าวขอความเห็นจากโชเซ่ มูรินโญ่ หลังลูกทีมในสังกัดปีศาจแดงอย่างปอล ป็อกบา มีส่วนสำคัญพาฝรั่งเศส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018

Story

ไบรท์ตันปลดฮิวจ์ตัน : เปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ?

SPORTDesk. Team

พรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของอังกฤษเพิ่งจบลงไปหมาดๆ ล่าสุด มีกุนซือคนแรกที่ต้องกระเด็นตกงานอย่างเป็นทางการแล้ว ใครคนนั้นก็คือ คริส ฮิวจ์ตัน ซึ่งตอนนี้ ได้กลายเป็น ‘อดีต’ กุนซือของ ไบรท์ตัน ไปเป็นที่เรียบร้อย