#LampardOut จะเอาตัวรอดได้หรือไม่?

ไม่ใช่ครั้งแรกที่  #LampardOut จะขึ้นเป็นเทรนด์ทวิตเตอร์ หลังจากที่ เชลซี ประเดิมพรีเมียร์ลีกด้วยการบุกไปพ่ายแพ้ แมนฯยูไนเต็ด คาโรงละครแห่งความฝันถึง 4-0 

เพราะที่จริงแล้ว #LampardOut เคยขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ ในช่วงที่ แฟรงค์ แลมพาร์ดประเดิมคุม เชลซี นัดแรกช่วงปรีซีซั่น เมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งพวกเขาเสมอกับ โบฮีเมี่ยน ทีมจากไอร์แลนด์ 1-1 จากหลายๆสาเหตุ และความเชื่อมั่นของแฟนบอลเชลซี ก็ยังมีไม่มากพอ…

ตอนนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้กลายเป็นเต็ง 2 ที่จะเป็นกุนซือตกงานในซีซั่นนี้แล้ว จากผลงานในนัดเปิดสนาม โดยมีแค่ รอย ฮ็อดจ์สัน ผู้จัดการทีมของคริสตัล พาเลซ คนเดียวเท่านั้น ที่สุ่มเสี่ยงตกงานมากกว่าแลมพาร์ด 

คงปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่า การคุมทีมดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซีซั่นที่แล้ว กับ เชลซี ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

จุดที่เห็นได้ชัดคือ พรีเมียร์ลีก ย่อมมีความ ‘เขี้ยว’ มากกว่าเดอะแชมเปี้ยนชิพ หลายเท่าตัว ทั้งนักเตะคู่ต่อสู้ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า มีศักยภาพมากกว่า จึงทำให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด โดน ‘รับน้อง’ ไปถึง 4-0 

การแพ้ 4-0 ในนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีก ยังทำให้แฟรงค์ แลมพาร์ด ต้องเจอกับสถิติเป็นกุนซือที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีกนัดแรก แล้วแพ้ยับเยินที่สุด นับตั้งแต่ กุสตาโว โปเยต์ เคยคุม ซันเดอรแลนด์ นัดแรกในพรีเมียร์ลีกแล้วแพ้ต่อ สวอนซี 4-0 เมื่อตุลาคม 2013 

การแพ้ 4-0 ยังเป็นการแพ้ที่ขาดลอยที่สุดในประวัติศาสตร์ของเชลซีในนัดเปิดสนามอีกด้วย จากจำนวน 104 ฤดูกาล ที่เชลซีโลดแล่นในมาวงการฟุตบอลผู้ดี

นอกจากนี้ แลมพาร์ด ยังกลายเป็นกุนซือเชลซี คนแรกในรอบ 41 ปี ที่ลงคุมเกมอย่างเป็นทางการนัดแรก แล้วแพ้ขาดกระจุยที่สุด นับตั้งแต่ที่ แดนนี่ บลานช์ฟลาวเวอร์ พาทีม เชลซี พ่าย มิดเดิ้ลสโบรช์  7-2 เดือนธันวาคมปี 1978

การแพ้ย่อยยับชนิดที่จำทางกลับบ้านแทบไม่ได้ครั้งนี้ ทำให้เชลซีต้องรั้งอันดับ 19 ของตารางทันที ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กันยายนปี 2000 ที่เชลซีต้องหล่นมาป่วนเปี้ยนอยู่ในโซนตกชั้น 

สิ่งที่หลายฝ่ายโจมตี แลมพาร์ด นั่นก็คือ การจัดตัวที่ “กล้าๆ” จนดูเหมือนว่ากล้าเกินไป โดยหนึ่งในคนที่วิจารณ์ แลมพาร์ด ก็คือ โจเซ่ มูรินโญ่ อดีตเจ้านายของแลมพาร์ดนั่นเอง 

โดยเดอะสเปเชี่ยลวัน มองว่า แลมพาร์ด ควรให้โอกาส โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เป็นตัวจริงมากกว่า แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าดาวรุ่งอังกฤษวัย 21 ปี และ เมสัน เมานท์ มิดฟิลด์วัย 20 ปี

อย่างไรก็ตาม แลมพาร์ด ก็ไม่ยี่หระกับเสียงวิพากษ์ที่เสียดแทงหัวใจเขาแต่อย่างใด เพราะเขามองว่า เขาจัดทีมที่ดีที่สุดแล้ว หากพิจารณาจากองค์ประกอบทุกด้านมารวมกัน เพราะอีกหนึ่งเหตุผลก็คือก็องเต้ยังไม่ได้สมบูรณ์ 100 เปอร์เซนต์

“ผมไม่มีความจำเป็นต้องกังวลใจเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นพูด โดยเฉพาะจากนักวิเคราะห์เกม แต่สิ่งที่มันชัดเจนของทีมชุดนี้ก็คือ ทีมที่เรามีและเราเชื่อมั่นในทีมนี้” 

“เราทำผิดพลาด 4 ครั้งในเกมนี้ และพวกเขาก็ถูกลงโทษทุกครั้ง นั่นคือความจริงที่ช่วยเช็คพวกเราทุกคน ผลมันไม่ใช่ 4-0 ถ้ามองตลอดทั้งเกม แต่สุดท้าย เราต้องยอมรับมัน” แฟรงค์ แลมพาร์ดแสดงความคิดเห็น 

นัดต่อไป เชลซี จะได้กลับไปเปิดบ้านพบ เลสเตอร์ วันที่ 18 สิงหาคมนี้ ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้องติดตามดูกันต่อว่า แลมพาร์ด จะเรียกความมั่นใจ ฟื้นฟูหัวใจแข้งเชลซี ให้ดีขึ้นมา ได้ มากน้อยแค่ไหน?

แต่หากนัดต่อไป ผลงานและผลลัพธ์ที่ออกมายังไม่เวิร์ก #LampardOut สงสัยก็ยังจะเป็นเทรนด์ในโลกออนไลน์ต่อไปอย่างแน่นอน


RELATED POSTS

Story

รังใหม่ของ ‘เดอ ลิกต์’

SPORTDesk. Team

ช่วงเวลานับตั้งแต่ปิดฤดูกาลที่ผ่านมา มัตไธส์ เดอ ลิกท์ กองหลังไอแอ๊กซ์ ถือได้ว่าตกเป็นข่าวทางสื่อออนไลน์มากที่สุด เหตุผลเพราะเขาคือกัปตันทีมไอแอ๊กซ์ และสามารถพาทีมไปได้สวยในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ล้มยักษ์ทั้ง เรอัล มาดริด และยูเวนตุส ได้

Story

ประตูนี้เพื่อส่งใจถึงซาลา…

SPORTDesk. Team

ฟุตบอลโกป้า เดล เรย์ รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก บิ๊กแมตช์ เซบีย่า เปิดบ้านราม่อน ซานเชส ปิซฆวน ชนะ บาร์เซโลน่า 2-0 ในนัดแรก ซึ่งคู่นี้ถือเป็นการรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศ เมื่อซีซั่นก่อนด้วย โดยเซบีย่าได้ 2 ประตูจากปาโบล ซาราเบรีย และ วิสซาม เบน เยดเดอร์ ในช่วงท้ายเกม

Story

ปิดฉากอีกหนึ่งปีทองของเอรียา

SPORTDesk. Team

เอรียา จุฑานุกาล กลับมาครอบครองพื้นที่ของสื่อออนไลน์จากทั้งสื่อไทยและสื่อต่างชาติได้อีกครั้ง หลังจากเธอจบฤดูกาลการแข่งขันกอล์ฟแอลจีพีเอ ทัวร์ ด้วยการได้เงินโบนัส 1 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ ราว 33 ล้านบาท จากการคว้าอันดับ 1 ของตารางคะแนนสะสม เรซ ทู ซีเอ็มอี โกลบ ซึ่งเป็นการสะสมผลงานตลอดทั้งฤดูกาล