แรงกดดันที่เริ่มก่อตัว

19 August 2019
293 VIEWS

แม้ แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่ “เดอะบริดจ์” ในการคุมทีมในบ้านนัดแรก ดวลกับ เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ผลการแข่งขันที่ออกมานั้น ดูจะไม่ค่อยน่าภิรมย์สักเท่าไร เพราะเชลซียังไม่อาจควานหาชัยชนะได้เลย แม้จะได้โอกาสกลับมาเล่นในบ้านรังเหย้าแล้วก็ตาม

นับตั้งแต่เปิดซีซั่นมา เชลซี ภายใต้การกำกับดูแลของแฟรงค์ แลมพาร์ด เล่นเกมออฟฟิเชียลไปแล้ว 3 นัด แต่ยังไม่พุ่งชนกับชัยชนะให้กับแฟนบอลได้ชื่นใจเลย เริ่มต้นจากแพ้ยับเยินที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-0, เสมอลิเวอร์พูล 2-2 ในยูฟ่า ซูเปอร์คัพที่ตุรกี ก่อนแพ้ดวลจุดโทษ และล่าสุด เสมอ เลสเตอร์ ในบ้าน 1-1 อย่างน่าเจ็บแสบ

กลับกลายเป็นว่า ใครที่เป็นแฟนเชลซี ต้องท่องคำว่า “อดทน อดทน อดทน” ไว้ในใจกันแล้ว แม้เกมล่าสุดจะเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นหลายๆ อย่าง อาทิ เมสัน เมาท์ มิดฟิลด์เกมรุกดาวรุ่งเชลซีที่ประเดิมสนามในเดอะบริดจ์เป็นครั้งแรก และสามารถสังหารประตูขึ้นนำให้ทีมได้ตั้งแต่ต้นเกม จนใครหลายคนเริ่มจับตามองว่า เจ้าหนูวัย 20 ปีรายนี้ มีโอกาสขึ้นชั้นเป็นนักเตะเวิลด์คลาสได้ในอนาคต แต่สุดท้าย ประตูของ เมสัน เมาท์ ก็ยังไม่อาจเบิกฤกษ์ 3 คะแนนได้เสียที

“การได้เล่นเกมในบ้านเป็นนัดแรก และยิงประตูแรกด้วย แล้วทั้งสองอย่างมันมาในวันเดียวกันนั้น สำหรับผมผมถือว่าโชคดีมาก แต่มองไปที่ผลการแข่ง ซึ่งเราผิดหวังที่ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้” เมสัน เมาท์ แสดงความคิดเห็น

นอกจากนี้  แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าดาวรุ่งเชลซีวัย 21 ปี ที่เกมล่าสุดเป็นตัวสำรอง ก็ดูเหมือนจะเจอกับปัญหาส่วนตัวอีกด้วย เพราะเขาโดนแฟนบอลในโลกออนไลน์ บางส่วนรุมด่าถึงขั้นใช้คำสื่อถึงการเหยียดเชื้อผิวเขาอีกด้วย

เกมล่าสุดที่เดอะบริดจ์ แทมมี่ อับราฮัม ก็ยังทำผลงานไม่เป็นโล้เป็นพายสักเท่าไรในช่วงเวลาท้ายเกมที่เขาอยู่ในสนาม ซึ่งทางออกของ กองหน้าร่างโย่งรายนี้ คงมีทางเดียวนั้นคือ พังประตูเพื่อสยบเสียงวิจารณ์ให้ได้ 

ขณะที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี ได้แต่ อ้อนวอนร้องขอให้แฟนบอลสิงโตน้ำเงินครามจำเป็นต้องอดทนให้เขาได้มีเวลาปรับจูนทีมมากกว่า และอดทนที่จะรอคอยความสำเร็จ

“ในช่วงต้นเกม 25 นาทีแรก เกมเชลซีของเราเล่นเร็วมาก เรามีคุณภาพ เราน่ายิงได้หลายประตู และผมพอใจมากๆ กับการออกสตาร์ตของเรา แต่มันขึ้นอยู่กับเราว่าจะรักษาความสมดุลของเกมเอาไว้ได้หรือไม่  ซึ่งเราก็ทำไม่ได้ เราต้องรับมือกับความกดดันต่อไป ยังมีงานให้ต้องทำกันต่อไป มันเพิ่งจะแค่ออกสตาร์ตฤดูกาล แต่เราต้องจำไว้ว่า เราต้องการแต้มและปรับปรุงให้ดีขึ้น เราจำเป็นต้องอดทนในขณะที่กำลังพยายามทำบางอย่างให้สำเร็จ” แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซีเปิดเผย

ทั้งนี้ แลมพาร์ด นับเป็นกุนซือเชลซีคนแรก ที่ไม่อาจเก็บชัยได้ใน 3 นัดแรกที่คุมทีม นับตั้งแต่คนสุดท้ายที่ต้องเจอกับสถิตินี้ นั่นคือ ราฟาเอล เบนิเตซ ที่ประสบพบเจอกับสถิติไม่ชนะใน 3 นัดแรก ในฤดูกาล 2012-13

แม้มันจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้น แต่จะบอกว่า “แลมพ์” ไม่กดดันเลย ก็คงจะไม่ตรงกับความเป็นจริง

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป เชลซี ของแลมพาร์ด จะออกไปเยือน นอริช ในวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม ซึ่ง นอริช ก็ฟอร์มไม่ธรรมดา เพราะเพิ่งเปิดบ้านชนะ นิวคาสเซิลมา 3-1 ดังนั้นชัยชนะแรกของ แลมพาร์ด ที่ใครหลายคน คาดหวังกันว่าจะได้ในสัปดาห์หน้านั้น ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ 

แต่หากแลมพาร์ดเก็บชัยเหนือ นอริช ไม่ได้อีก ดูเหมือน แรงกดดัน คงจะเริ่มก่อตัวเป็นคลื่นความเครียดลูกเล็กๆ และหากสะสมๆ ไปเรื่อยๆ บางทีมันอาจจะเป็นสึนามิ…