เกาถูกจุด…แต่อาจไม่หยุดคัน

27 July 2019
232 VIEWS

หลังจากห่ำหั่นกันมา 20 เกมสัปดาห์นี้ฟุตบอล เจลีก1 ลีกฟุตบอลสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น ก็ถึงคราวต้องหยุดพักการแข่งขัน จะมีเพียง 5 ทีมเท่านั้นที่จะต้องลงเตะนัดตกค้าง เกมที่ 19 และ 20 ในสัปดาห์นี้ และกลางสัปดาห์หน้า

โดยหนักสุดเห็นจะเป็น คะวะซะกิ ฟรอนทาเล แชมป์เก่า ที่ต้องลงเตะนัดตกค้างถึง 2 เกมในรอบ 5 วัน คือวันเสาร์ (วันนี้) และในวันพุธหน้า

โดยสถานการณ์หลังผ่านพ้นเกินกว่าครึ่งทางของการแข่งขัน ดูเหมือนว่า “วิสเซล โกเบ” จะเป็นทีมที่ทำผลงานได้ผิดจากที่คาดมากที่สุด

จาก “หน้ามือ” เป็น “หลังมือ” จากทีมที่ถูกคาดหมายว่าจะได้ “ลุ้นแชมป์” ต้องมาดิ้นรน “หนีตกชั้น”

ย้อนหลังไปก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2019 วิสเซล โกเบ คือหนึ่งในทีมที่ถูกคาดหมายว่าจะ ไปไกลถึงตำแหน่งแชมป์เจลีก1 ในฤดูกาลนี้ ด้วยสโลแกนของทีมที่มุ่งมั่นเป็นสโมสรอันดับหนึ่งของเอเชีย และเจ้าของทีมอย่าง ฮิโรชิ มิคิทานิ ผู้ที่เป็น ซีอีโอของ “Rakuten” บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจ e-commerce ก็มีวิสัยทัศน์ที่จะนำทีมไปยืนในจุดนั้นให้ได้

โดย มิคิทานิ จัดการดึงผู้เล่นชั้นนำระดับโลกที่แม้อายุอานามจะเข้าสู่การค้าแข้งช่วงปลาย แต่ยังคงไว้ลายด้วยฝีเท้าอันน่าทึ่งอย่าง ดาวิด บีญ่า เข้ามาสู่ทีม เมื่อผนวกกับแข้งเดิมอย่าง ลูคัส โพดอลสกี และ อันเดรียส อิเนียสต้า กลายเป็นทีมที่มีถึง 3 แชมป์โลกอยู่ในทีม ก็ยิ่งดูจะทำให้ทีมแช็งแกร่ง และตอบโจทย์การเป็นทีมลุ้นแชมป์ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้นยังดึง เซร์อกี แชมเปอร์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งจาก บาร์เซโลน่า รวมทั้ง โฮตารุ ยามากุจิ มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติญี่ปุ่นเข้ามาสู่ทีมเพื่อเป็นกำลังสนับสนุน จึงยิ่งทำให้ วิซเซล โกเบ ดูมีสง่าราศีมากยิ่งขึ้นไปอีก จนบางคนยกให้พวกเขาเป็นทีมเต็งหมายเลข 1 ที่จะหยิบแชมป์เจลีกไปครอบครอง

แต่ทว่าหลังการแข่งขันดำเนินไปเหตุการณ์กลับไม่เป็นไปตามคาด…เมื่อ วิสเซล โกเบ ไม่มาตามนัด!

หลังออกสตาร์ทได้ค่อนข้างน่าดูชม วิสเซล โกเบ กลับเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากในช่วงเมษายน-พฤษภาคม หลังพ่ายแพ้ติดต่อกัน 2 เกม และผลงานเริ่มไม่สู้ดีนัก ภายในทีมดูเหมือนจะมีปัญหาสั่นคลอน ฮวน มานูเอล ลิโญ่ กุนซือชาวสเปนถูกปลด และมีการแต่งตั้ง ทาคายูกิ โยชิดะ กุนซือคนเก่าเข้ามาขัดตาทัพ รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงกัปตันทีมจาก โพดอลสกี มาเป็น อิเนียสต้า แทน

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น แต่ผลงานของ วิสเซล โกเบ ก็ไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่หวัง ยังคงเดินหน้าพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 5 เกม ซึ่งหลังจบเกมที่เสมอกับ จูบิโล อิวาตะ โยชิดะ กุนซือขัดตาทัพก็ขอลงจากตำแหน่ง

วิสเซล โกเบ แก้ปัญหาด้วยการดึง ธอร์สเท่น ฟิงค์ อดีตมิดฟิลด์ทีมบาเยิร์น มิวนิค เข้ามาคุมทีมในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งดูเหมือนว่ากุนซือวัย 51 ปี จะเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ได้ดีเมื่อประเดิมเกมแรกด้วยการพาทีมบุกเชือดจ่าฝูง เอฟซี โตเกียว ได้ 1-0 และไม่แพ้ใครเลยตลอด 3 เกมแรกที่คุมทีม

แต่กระนั้นหลังเข้าสู่ช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ดูเหมือน วิสเซล โกเบ และกุนซือชาวเยอรมันจะเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากอีกครั้ง เมื่อพ่ายแพ้มาติดต่อกันถึง 3 นัด จมอยู่ในอันดับที่ 15 ของตาราง มีแต้มเหนือ มัตซึโมโต้ ยามางะ ทีมอันดับ 16 ที่ต้องเล่นเกมเพลย์ออฟหนีตกชั้นเพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น นั่นทำให้ วิซเซล โกเบ ต้องขยับปรับเปลี่ยนทีมอีกครั้ง

และครั้งนี้ “เป้าหมาย” คือ การดึง “โธมัส แฟร์มาเล่น” ปราการหลังทีมชาติเบลเยี่ยมวัย 33 ปีของ บาร์เซโลนา มาร่วมทัพ

มีรายงานข่าวจากทั้งสื่อในสเปนและสื่อในญี่ปุ่นว่า แฟร์มาเล่น ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงในการย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของทีม วิสเซล โกเบ แล้ว แถมพ่วงด้วยรูปภาพในทวิตเตอร์ที่เจ้าตัวสวมเสื้อของทีมด้วย

แต่ทำไมต้องเป็น แฟร์มาเล่น?

เพราะการดึง แฟร์มาเล่น มาร่วมทีมดูเหมือนว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุด…

หากติดตามการเล่นของ วิสเซล โกเบ ในปีนี้จะพบว่าพวกเขาเป็นทีมที่มี “เกมบุก” ยอดเยี่ยมมากๆ ทั้งการสร้างจังหวะเข้าทำและการจบสกอร์ โดยทำได้ถึง 30 ประตู เท่ากับ จ่าฝูงอย่าง เอฟซี โตเกียว มากเป็นอันดับ 3 ร่วมของลีก

ผู้เล่นระดับท็อปในแนวรุก ทั้ง ดาวิด บีญ่า เองก็ทำประตูได้ต่อเนื่อง กดไป 10 ประตู รั้งตำแหน่งรองดาวซัลโว ส่วน อิเนียสต้า ก็กดไปถึง 4 แอซซิสต์

แต่ลำพังเกมบุกที่ดีเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถแบกทีมได้ เมื่อพวกเขามี “ปัญหา” ที่ “เกมรับ”

คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟหลักอย่าง เลโอ โอซากิ กับ แดงค์เลอร์ส ดูเหมือนจะไม่เหนียวแน่นเพียงพอ และเป็นจุดอ่อนที่โดนคู่แข่งเจาะเข้าไปทำประตูได้ง่ายดายอยู่บ่อยครั้ง จนวิสเซล โกเบ เสียไปถึง 36 ประตู มากสุดเป็นอันดับ 2 ของลีก

ดังนั้นการได้ แฟร์มาเล่น ปราการหลังที่มีประสบการณ์เข้ามาน่าจะช่วยยกระดับเกมรับของทีมให้มีความแน่นอน และเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีประเด็นที่น่าเป็นห่วงสำหรับ วิสเซล โกเบ อยู่ดี…

เนื่องจาก แฟร์มาเล่น ถือเป็นนักเตะประเภท “กระดูกเปราะ” มากคนหนึ่งในโลกลูกหนัง โดยปราการหลังวัย 33 ปี แทบจะมีอาการบาดเจ็บเล่นงานตลอดในทุกฤดูกาล ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมาก็ลงเล่นให้บาร์เซโลน่าในลีกไปเพียง 9 เกมเท่านั้น

ฉะนั้นหากได้ แฟร์มาเล่น มาจริงก็เป็นเสมือนการ “เกาถูกจุด” ของ วิสเซล โกเบ ที่จะช่วยให้เกมรับที่มีปัญหาดีขึ้น

แต่จะสามารถ “ช่วยหยุดคัน” ได้หรือไม่ ก็ต้องรอลุ้นผลงาน และสภาพร่างกายของปราการหลังวัย 33 ปีคนนี้ต่อไปว่าจะยืนระยะในสนามได้มากกว่าอยู่ข้างสนามหรือเปล่า

#โรนิน