‘วิสเซล โกเบ’ ทีมลุ้นแชมป์ที่ต้องกลายเป็นทีมลุ้นหนีตกชั้น

ย้อนหลังไปก่อนเริ่มต้นศึกฟุตบอลเจลีก 1 ใน ฤดูกาล 2019 ปฏิเสธไม่ได้ว่า วิสเซล โกเบ คือหนึ่งในทีมที่ถูกคาดหมายว่าจะก้าวมาเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์ในฤดูกาลนี้

ด้วยเม็ดเงินสนับสนุนมหาศาลจากเจ้าของทีม ฮิโรชิ มิคิทานิ ซีอีโอของ “Rakuten” บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจ e-commerce ที่ทุ่มสนับสนุนทีมจนเต็มไปด้วยความ แข็งแกร่งของขุมกำลังที่มี 3 ประสานเป็นอดีตนักฟุตบอลระดับแชมป์โลก ทั้ง อันเดรียส อิเนียสต้า, ดาวิด บีญ่า และ ลูคัส โพดอลสกี รวมทั้ง มีลูกหาบที่ดีคอยสนับสนุนอย่าง เซร์อกี แชมเปอร์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งจาก บาร์เซโลน่า และ โฮตารุ ยามากุจิ มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติญี่ปุ่น

ทว่าในขณะที่ฤดูกาลดำเนินผ่านวันและคืนไปเรื่อยๆ ทีมที่หลายคนบอกว่ามีโอกาสลุ้นแชมป์ กลับกลายเป็นต้องเป็นทีมลุ้นหนีตกชั้นไปอย่างไม่น่าเชื่อ

ณ ตอนนี้ ด้วยอันดับ 15 ของตารางจาก 18 ทีม ซึ่งมีคะแนนอยู่เหนือทีมอันดับ 16 (ปัจ จุบันคือ มัตซึโมโตะ ยามางะ) ซึ่งเป็นอับดับที่ต้องไปเล่นเพลย์ออฟกับทีมจาก เจลีก 2 เพียงแค่ 3 คะแนน ในขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 13 เกม ในห้วงเวลาประมาณ 4 เดือน คงทำให้ วิสเซล โกเบ ปฏิเสธสถานะการเป็นทีมลุ้นหนีตกชั้นลำบากแล้ว

อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ยอดทีมที่มีนักเตะฝีเท้าระดับท็อปของโลกต้องมายืนอยู่ในจุดนี้? แม้จะอุดมด้วยแข้งฝีเท้าชั้นยอด แต่ วิสเซล โกเบ กลับเต็มไปด้วยปัญหามากมายในฤดูกาลนี้ ทั้งปัญหา “นอกสนาม” และ “ในสนาม” และบางปัญหาก็ยังแก้ไม่ตก

ที่เด่นชัดเลยคือปัญหาเรื่องตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ไม่นิ่ง…

วิสเซล โกเบ เป็นทีมที่เปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมมากที่สุดในเจลีก 1 ฤดูกาลนี้ โดยมาถึง ณ ตอนนี้ที่ฤดูกาลยังไม่สิ้นสุด พวกเขาใช้ผู้จัดการทีมถึง 3 คนแล้ว ทั้ง ฮวน มานูเอล ลิโล กุนซือชาวสเปน , ทาคายูกิ โยชิดะ กุนซือชาวญี่ปุ่น และกุนซือคนปัจจุบันชาวเยอรมัน ทอร์สเท่น ฟิงค์

โดยการผลัดเปลี่ยนโค้ชของ วิสเซล โกเบ ในแต่ละครั้งดูจะมีเหตุผลไปในทางเดียวกัน คือมาจากความคาดหวังที่สูงของเจ้าของทีมอย่าง ฮิโรชิ มิคิทานิ ผู้ที่ทุ่มเทและทุ่มทุน ในการดึงนักเตะระดับโลกมาสู่ทีม ซึ่งต้องการยกระดับทีมให้ไปอยู่ในจุดตามสโลแกนของทีมที่ต้องการเป็นสโมสรหมายเลข 1 ของเอเชีย รวมทั้งความคาดหวังจากแฟนบอลของทีมที่ต้องการเห็นทีมประสบความสำเร็จหลังจากได้ยอดดาวเตะมารวมตัวกัน ดังนั้น เมื่อผลงานของทีมเริ่มไม่เข้าเป้าจึงกลายเป็นความกดดันทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขสถานการณ์

ทว่าหากได้มองกลับกันจะพบว่า การเปลี่ยนผู้จัดการทีมบ่อยครั้งของ วิสเซล โกเบ กลับไม่ช่วยแก้ไขปัญหา แต่กลายเป็นสร้างปัญหาแทน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกับทีมโดยตรง เพราะตัวนักเตะจะต้องปรับสไตล์การเล่นให้เข้ากับกุนซือคนใหม่ ที่จะมีรูปแบบการเล่นและแทคติคในการเล่นแตกต่างกัน หรืออาจจะต้องปรับถึงตำแหน่งการยืนในสนาม จึงอาจทำให้ผู้เล่นเกิดความสับสน และขาดความลงตัว
และถึงแม้จะเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมถึง 3 คน แต่ก็ยังแก้ไข “จุดอ่อน” ของทีมไม่ได้สักที ซึ่งจุดอ่อนที่ว่าคือ “เกมรับ”

อย่างที่ทราบแม้ทีมจะมีผู้เล่น 3 แชมป์โลก ทว่าทุกคนล้วนเป็นผู้เล่นใน “เกมรุก” ตอบโจทย์ทีมที่ต้องการเน้นเกมรุก ซึ่งถึงแม้ดาวเตะฝีเท้าระดับท็อปที่กล่าวมา จะทำผลงานได้สุดสะเด่าแค่ไหน โดยเฉพาะ อิเนียสต้า ที่ทำผลงาน 4 ประตู 4 แอสซิสต์ กับ บีญ่า ที่กดไป 10 ประตู เป็นรองดาวซัลโวลีกขณะนี้ แต่เกมรับของ วิสเซล โกเบ ต้องบอกว่า ถึงขั้น “ย่ำแย่”

โดยพวกเขาเสียไปถึง 38 ประตู มากสุดเป็นอันดับ 2 และจาก 21 เกม มีแค่ 2 เกม เท่านั้นที่พวกเขาไม่เสียประตูในลีก

แผงกองหลังถือว่ามีปัญหาอย่างมากเต็มไปด้วยความผิดพลาด ไม่มีผู้เล่นระดับ ซูเปอร์สตาร์ ที่จะฝากความไว้เนื้อเชื่อใจได้ แดงค์เลอร์ส ปราการหลังชาวบราซิลที่ดึงตัวมาจาก วิคตอเรีย เซตูบัล ในลีกโปรตุเกสก็ดูจะกลายเป็นบ่อน้ำมันมากกว่ากำแพงเหล็ก ล่าสุดดึง โธมัส แฟร์มาเล่น มาดูเหมือนจะเกาถูกจุดแต่ไม่หยุดคัน เพราะปราการหลังเบลเยี่ยมก็ยังไม่ได้ลงประเดิมสนามให้กับทีมเลย

อีกปัญหาที่สำคัญก็คือปัญหาในห้องแต่งตัว อย่างกรณีของ ลูคัส โพดอลสกี้

“ปริ้นซ์โพลดี้” ถือเป็นผู้เล่นระดับโลกคนแรกๆ ที่มาอยู่กับทีมตั้งแต่ปี 2017 และเป็นผู้เล่นที่มีมีความสำคัญต่อทีมมากขนาดได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม

ทว่าในฤดูกาล 2019 ดูเหมือนเจ้าตัวจะมีปัญหากับทีม โดยในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจาก ลิโล มาเป็น โยชิดะ ในช่วงเดือนเมษายน เจ้าตัวก็ถูกลดบทบาทริบตำแหน่งกัปตันทีมไปมอบให้กับ อันเดรียส อิเนียสต้า แทน

และทันทีที่ถูกริบตำแหน่งกัปตันทีมไป เจ้าตัวก็ออกมาทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ใจความว่า “หยุดคาดหวังความภักดีจากคนที่ไม่สามารถให้ความซื่อสัตย์กับคุณได้” ยิ่งสร้างความร้อนระอุให้เกิดขึ้นภายทีม

และท้ายสุดคือปัญหาอาการบาดเจ็บ

3 ประสานในแนวรุก อย่าง อิเนียสต้า, บีญ่า และ โพดอลสกี้ ต่างโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานทำใพลาดลงสนามในหลายต่อหลายเกม

หนักสุดก็คือ ปรินซ์โพลดี้ ที่ได้รับบาดเจ็บยาวต่อเนื่องกับอาการป่วยถึงขั้นต้องผ่าตัดรักษาการติดเชื้อที่หูล่าสุด จนทำให้พักยาวมาตั้งแต่เดือนเมษายน

ด้วยปัญหาข้างต้นจึงทำให้ วิสเซล โกเบ ทีมที่ออกสตาร์ทด้วยความหวังในการลุ้นแชมป์ กลับต้องมาอยู่ในสถานการณ์ลุ้นหนีตกชั้นในปัจจุบัน ซึ่งภายใต้กุนซือ ทอร์สเท่น ฟิงค์ สถานการณ์ของทีมก็ยังไม่ดีขึ้น ไม่ชนะใครมา 4 เกมติดต่อกันแล้ว และถ้าหาก ฟิงค์ ยังแก้สถานการณ์ไม่ได้ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซืออีกครั้งก็ได้

น่าติดตามครับว่าในท้ายที่สุด ยอดทีมเงินถุงเงินถังอย่าง วิสเซล โกเบ จะสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์ลุ้นหนีการตกชั้นนี้ได้หรือไม่

แต่สิ่งหนึ่งที่เรารับรู้ได้ก็คือ “เงิน” ไม่สามารถซื้อความสำเร็จได้ทุกอย่างเสมอไป


RELATED POSTS

Thought

เพียงแค่ 1.12 เซนติเมตร

ไข่มุกดำ

ภาพรวมตั้งแต่ “วินาทีแรก” แสดงให้เห็นครับว่า แมนฯซิตี้ มี game plan จะรุก และ “เสี่ยง” มากกว่าเกมแรกเสมอ 0-0 ที่เจอกันในแอนฟิลด์ 7 ต.ค.2018 อย่างแน่นอน เพราะเตะในบ้าน และผลต่าง 7 คะแนนก่อนเกม

Feature

มอยเซ่ คีน : การมาถึงและเติบโต ของนักเตะหลังปี 2000

Mr.BOSTON

ย้อนเวลากันไปสักสองปีเศษ เห็นจะได้ ในเดือนพฤศจิกายนปี 2016ชื่อของ มอยเซ่ คีน ถูกพูดถึงในแง่ของตัวแทนของยุคสมัยใหม่ในวงการฟุตบอล เมื่อเขากลายเป็นนักเตะคนแรกซึ่งเกิดหลังปี2000 ที่ได้ลงสนามในกัลโซ่ เซเรีย อา กับยูเวนตุส

Thought

แชมเปี้ยนส์ ลีก..มากกว่าเก่งบวกเฮง

มาริโน่

หลังอารมณ์และความรู้สึกตกตะกอนนอนก้น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คงหาเวลาว่างๆ ในช่วงกลางสัปดาห์ของโปรแกรมแชมเปี้่ยนส์ ลีก รอบตัดเชือก กลับมาทบทวนว่าทำไม ทีมมือวางอันดับหนึ่งอย่างแมนฯ ซิตี้ ถึงแหกโค้ง ไม่ได้ผ่านเข้ามาเป็นหนึ่งในจตุรเทพลูกหนังยุโรป ปีนี้