จาก “สถิติ” แล้วต้องจับตา เจมี วาร์ดี้ เท่านั้น!

ด้วยความเคารพต่อบรรดาเพื่อนร่วมทีมของ เจมี่ วาร์ดี้ ระดับท็อปไม่ว่าจะแนวรุกอย่าง แมดดิสัน, ทีเลอมองส์, บาร์นส, เปเรซ หรือแนวรับ เอนดิดี้, โซยุนคู, อีแวนส์ หรือฟูลแบ็คที่ดีมาก ๆ ทั้ง 2 ฝั่ง ริคาร์โด กับ ชิลเวลล์ หรือแม้กระทั่ง แคสเปอร์ ชไมเคิล ทว่า วาร์ดี้ นี่แหละครับ “กุญแจ” สำคัญของเลสเตอร์ในเกมวันนี้ที่แอนฟิลด์

เพราะอะไร?

สถิติที่ผมเก็บเช่นเคยจากหลายรายการพรีวิวดี ๆ ทาง “ทรู วิชั่นส์” ช่อง ทรู พรีเมียร์ลีก ฟุตบอล เอชดี 2 (ช่อง 602) ชี้ให้เห็น 3 – 4 สถิติน่าสนใจ

1.ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เล่นรับ high line สูงที่สุดจากเส้นหลังของตัวเอง ณ เวลานี้ที่ 46.3 เมตร หรือเกือบถึงเส้นกึ่งกลางสนาม สูงกว่าซีซั่นที่ผ่านที่เฉลี่ยอยู่ที่ 43.8 เมตร และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทีมพรีเมียร์ลีกที่จะอยู่ราว 30 เมตรหน่อย ๆ อยู่พอประมาณ

2.หงส์แดง เป็นทีมที่จับ “ออฟไซด์” คู่แข่งได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในลีก (33 ครั้ง), อันดับ 2 เอฟเวอร์ตัน อยู่ห่างไกล (25 ครั้ง), วัตฟอร์ด (อันดับ 3, 18 ครั้ง), แมนฯซิตี้ อันดับ 8 (13 ครั้ง)

ตัวเลขบ่งบอก และสนับสนุนข้อ 1 เรื่องการเล่น high line ที่นอกจากต้องใช้แท็คติกส์ตัดบอลก่อนถึงกองหน้าคู่แข่งแล้ว การเช็คออฟไซด์ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

3.เจมี วาร์ดี้ เป็นนักเตะที่ยิงประตูลิเวอร์พูลได้สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก (7 ประตู) เป็นรองแค่ แอนดี้ โคล (11 ประตู) และเธียร์รี อองรี (8 ประตู) เท่านั้น

หรือก็คือ นักเตะที่ยังเล่นอยู่ในปัจจุบัน วาร์ดี้ คือ คนที่ยิงลิเวอร์พูลได้มากที่สุดแล้ว!

4.แต่ทว่า หัวหอกเลสเตอร์ คือ กองหน้าที่โดนจับออฟไซด์ มากที่สุดเป็นอันดับ 2 (9 ครั้ง) เป็นรองแค่ คริส วู้ด (10 ครั้ง – เบิร์นลีย์) เท่านั้นในซีซั่นนี้

จะเห็นได้ว่า ไม่สถิติใดก็สถิติหนึ่ง หรือทั้ง 4 ข้อข้างต้นมีความ “สอดคล้อง” หรือจำเป็นต้อง “หักล้าง” กันในเกมนี้

การโดนจับ “ออฟไซด์” มาก ๆ ของวาร์ดี้ มันก็แลกมาซึ่งความเสี่ยงที่เจ้าตัวจะยิงประตูได้ และหมอนี่ก็ทำไปแล้ว 5 ประตูจาก 7 นัดในซีซั่นนี้ โดยประตูยิงบอร์นมัธซึ่งเป็นบอลยาวจากแดนหลังแล้ววิ่งหลุดทะลุ 2 คู่เซนเตอร์ฯจากกลางสนามเดาะข้ามหัวโกล์คือ “ตัวอย่าง”

แต่อย่างไรก็ดี การที่ลิเวอร์พูล เล่น high line ได้ และประสบความสำเร็จในการจับออฟไซด์คู่แข่งก็เพราะ “ความเร็ว” ของ เวอร์จิล ฟาน ไดต์ รวมถึงการอ่านเกม และยืนตำแหน่ง

หากนัดนี้ใช้ โจ โกเมซ ที่ก็เร็ว โอกาสพลาด หรือพลาดแล้วไล่ไปโคเวอร์ทันก็อาจจะยิ่งดีซึ่งนั่นจะหมายถึง “โอกาส” ทำประตูได้น้อยลงของวาร์ดี้

รูปแบบการเล่นในเกมนี้ล่ะ?

เร็ว ๆ คือ คล้ายกัน แต่ฟูลแบ็คลิเวอร์พูลจะเติมสูง และเติมตลอด ขณะที่ริคาร์โด กับชิลเวลล์ จะไม่ผลีผลาม แต่ก็เติมเช่นกัน

วาร์ดี้ ยังไม่ได้วิ่งหลังไลน์ หรือ corner flag ตะบี้ตะบันเหมือนยุคก่อน ๆ ที่ทำให้ทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ระบบแบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะเอื้อให้หัวหอกวัย 32 ปีได้พักบอล และเล่น combination กับมิดฟิลด์ และเพื่อน ๆ เป็นบอลระบบ และมีการเซ็ตอัพมากขึ้น ไม่ได้ “ไดเร็กต์” เหมือนเดิมซึ่งนักเตะจิ้งจอกสยามก็ดู “แฮปปี้” กันอย่างยิ่ง

แถว 2 ยังมีตัวพร้อมยิงได้ ยิงไกล หรือซัพพอร์ต ซึ่งถือว่า อันตรายยามรุก และยามรับไม่ได้เสียเชฟมาก เนื่องจาก “แบ็คโฟร์” ตระหนักในเกมรับก่อนจะรุก

ส่วนลิเวอร์พูล ศึกหนักอีกด้าน คือ เพิ่งอัดเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก มาเมื่อกลางสัปดาห์ และตัวผู้เล่นไม่น่าจะปรับมากจากนัดดังกล่าวกับ ซัลซ์บวร์ก ความสดจะเป็นรองแน่นอน

รูปแบบวิธี ทราบ ๆ กันดีนะครับ รับสูง (high line) และจะได้ครองบอลมากกว่า ลุ้น 3 ประสานแดนหน้า มาเน่, เฟียร์มิโน และซาลาห์ กับการทำงานหนักของ 3 แดนกลาง และการเติมของฟูลแบ็กโดยคู่เซนเตอร์ฯ ฉลาด และอ่านเกมดี เปิดบอลเยี่ยม แถมมีความเร็ว

ระวังแค่ “พื้นที่” หลัง เทรนท์ กับโรเบิร์ตสัน เท่านั้นครับที่ต้องช่วยกันป้องกัน ส่วน วาร์ดี้ น่าจะโดน 2 v 1 แต่ชั่วโมงนี้ ผมคิดว่า เกมรับหงส์แดงยังไม่มั่นคงนัก และคงโดนสัก 1 ประตู

แต่ก็เหมือนเดิมครับ จะยิงได้มากกว่า!


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

เหลือแค่ ยูเว่-เปแอสเช และหงส์ ที่เก็บชัยรวดในลีก…

SPORTDesk. Team

กใหญ่ของยุโรป ตอนนี้เรียกได้ว่าผ่านพ้นเดือนแรกกันไปแล้ว และเดือนที่ 2 ก็กำลังจะผ่านพ้นไปเช่นเดียวกัน นับปฏิทินดูแล้วถือว่าเวลาช่างผ่านไปไวเหมือนโกหก และเมื่อลองเช็กตารางคะแนนของลีกยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปในเวลานี้ ตอนนี้เหลือเพียง เปแอสเช จากลีกฝรั่งเศส, หงส์แดง ลิเวอร์พูล จากอังกฤษ และ ยูเวนตุส จากลีกอิตาลี เท่านั้น

Thought

เหล้าเก่าในขวดใหม่

มาริโน่

เห็นฟอร์มของจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ในสองนัดหลังสุด แอบเสียดายว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้ประโยชน์จาก “กัปตัน” แค่ครึ่งเดียวในห้วงเกือบสี่ฤดูกาล

Feature

ซอง เฮือง มิน : ปรากฎการณ์ ‘โอปป้า’ ที่ไม่ได้แค่มาเพื่อขายตลาดเอเชีย

Mr.BOSTON

ถึงแม้ ซอง เฮือง มิน จะเป็นนักเตะคนสำคัญของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งใส่สตาร์ของกลุ่ม “สี่กุมารหาญกล้า” ซึ่งประกอบด้วย ตัวเขา, เดเล อัลลี, คริสเตียน อีริคเซ่น และ แฮร์รี่ เคน อยู่แล้ว แต่ในระยะหลัง กระแสเกาหลีฟีเวอร์ ในกลุ่มแฟนบอล “ไก่เดือยทอง” ดูเหมือนจะหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ