“น้องไก่” ยังมีหนทางริบหรี่ได้กระต๊ากต่อไป แต่ต้อง…?

2 October 2019
589 VIEWS

แพ้บาเยิร์น มิวนิค คารังย่อยยับ 2-7 คือการ “ฉายภาพ” แท้จริงของสถานการณ์สโมสรตราไก่ สเปอร์ส ยามนี้ แน่นอนทัพเสือใต้ เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะ แซร์จ กนาบรี้ กับ 4 ดอกคนเดียว แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ “ใจ” นักเตะไก่ไม่น่าจะอยู่กับทีมอีกต่อไปแล้ว

อย่างต่ำ ๆ 2-3 คนสามารถย้ายทีม “ฟรีเอเยนต์” ได้ในเดือน ม.ค.นำโดย อัลเดอร์ไวเรลด์, แฟร์ทองเก้น และเอริคเซ่น ส่วนสถานการณ์กุนซือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เองก็ใช่ว่าจะ “เสถียร” นักกับทีมหลังปลุกปั้น และอยู่กับทีมชุดนี้ที่ไปพีคได้ชิง UCL ปีก่อนกับลิเวอร์พูล

ครับ มันเป็นช่วงเวลาดี ๆ 4-5 ปีที่สโมสรพุ่งขึ้นสูงติดลมบนด้วยรูปแบบวิธีการเล่น และคุณภาพผู้เล่นในระดับท็อปของพรีเมียร์ลีกแต่ทว่าไม่สามารถเปลี่ยนเป็นถ้วยรางวัลความสำเร็จได้

ปัญหาจึง “สะสม” เหมือนการตกตะกอน และก่อนเกมกับลูกทีม นิโก้ โควัช ทัพไก่เดือยทองมีสถิติไม่ดีอยู่แล้ว ชนะ 6 เสมอ 4 แพ้ถึง 9 จาก 19 เกมล่าสุดพรีเมียร์ลีก

หรือทำได้เพียง 22 จาก 57 แต้มเต็มที่ยิงได้ 28 เสีย 24 ประตู เก็บคลีนชีตได้เพียง 4 นัดเท่านั้น

ทั้งหมด คือ “ภาพรวม” ที่จะนำสู่ “ภาพจริง”

“ภาพจริง” คือ อะไร? ฟุตบอลสเปอร์สของ “พอร์ช” เป็นบอลรับ และรุกแบบ high line หรือแนวรับไลน์สุดท้ายดันขึ้นสูง และเล่นได้หลายระบบทั้ง “หลัง 3” หรือ “หลัง 4” ที่ base จากระบบ 4-3-3 โดยมี แฮร์รี เคน เป็นหน้าเป้า

วิธีการนี้ กับการเป็นบอล possession นักเตะต้องทำงานหนักในระดับหนึ่ง หรือทำงานได้ “สอดคล้อง” กันในจังหวะรุก และรับ

แต่ตอนนี้ นักเตะไก่ทำงานน้อย เช่น แทบไม่เคลื่อนซัพพอร์ต อาทิ แดนนี่ โรส เติมช่วยน้อยมากทางกราบซ้าย ส่วนกราบขวาพอเสีย เคียรัน ทริปเปียร์ ก็หาตัวแทนไม่ได้

อัลเดอไวเรลด์, แฟร์ทองเก้น ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

เอริคเซ่น ก็ได้ลงบ้างไม่ได้ลงบ้าง ส่วนอัลลี เพิ่งหายเจ็บ

ดังนั้นเมื่อ “มีบอล” แล้วเคลื่อนน้อย จะเจาะใครก็ลำบาก ไม่นับ speed of play หรือการเข้าทำในแดนบนที่ทำได้ช้าเกินไป

ขณะที่ตอนไม่มีบอล when without the ball ก็เพรสซิ่งไม่สุด ดันไม่ทะลุ เช่น เกมนี้กับบาเยิร์นฯ ซึ่งไล่ล่าแบบกล้า ๆ กลัว ๆ ในแดนบน ส่วนกลางก็ไม่ดันตาม ทำให้หลังเล่นลำบาก เพราะนักเตะเสือใต้จะมีเวลาเปิดบอลข้าม หรือทะลุหลังไลน์

สัญญาณเตือนมีมาตั้งแต่นาทีแรกที่ กนาบรี้ หลุดไปกดใส่ ฮูโก้ ญอริส แล้วล่ะครับ และก็มาเรื่อย ๆ แบบหมัดหนักมาก

ดังนั้นเมื่อ “ไม่มีบอล” ไม่เพรสซิ่ง เกมรับจึงหลุดลุ่ยแบบนี้

หรือหากจะไม่เพรสซิ่งสูงก็ต้องไม่ทำเลย และถอยร่นลงมาเลย แต่สเปอร์สกลับเล่นแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่ชัดเจนสักรูปแบบ

โดยภาพนี้เกิดตั้งแต่ 7 เกมแรกในพรีเมียร์ลีกแล้ว อาจจะมียกเว้นในเกมเสมอแมนฯซิตี้ แบบช็อก ๆ แต่ทว่าหากใครได้ตามทีมไก่ทั้งใน และนอกสนามจะเห็นว่า ไม่ได้มีความช็อกใด ๆ ที่โดน 7 เม็ดคาบ้าน

จะแก้ไขอย่างไร?

มันทำอะไรไม่ได้มากกว่า “พอร์ช” ต้องเรียกนักเตะมาคุย และจับเข่าคุยกันให้ทุ่มเทเล่นอย่างเต็มที่จนอย่างน้อย ม.ค.ศกหน้า หรือซัมเมอร์หน้าไปเลย

จะให้ดีคือ ตั้งเป้าเลย ซัมเมอร์หน้าว่ากัน อันหมายถึง ต้องเต็มที่วันนี้เพื่อศักดิ์ศรีทุกฝ่าย และตอบแทนแฟนบอล

กับ “หยาบ ๆ” คือ เล่นขึ้นราคาให้ตัวเองแล้วจะย้ายไม่ย้ายก็ค่อยว่ากันซัมเมอร์หน้าโดยต้องส่งลงตัวจริงทั้งหมด ไม่ใช่มาเข้า ๆ ออก ๆ แบบนี้ เช่น เอริคเซ่น หรือแฟร์ทองเกน

ให้ชัดเจนกับไปใครคือ 11 ตัวแรกที่ดีที่สุด และชุดนั้นนั่นแหละจะต้องได้ลง ไม่ใช่สลับไปมา เพราะไอ้โน่น ไอ้นี่ จะย้ายทีม และคิดเผื่อโน่น นี่ นั่น

หาไม่แล้วก็เตรียม “พินาศ” กันทั้งทีม โค้ช นักเตะ และสงสารแฟนบอลไก่จับใจกันได้เลยครับ

เครดิตภาพ : Twitter Tottenham Hotspur