คาชิมะ แอนท์เลอร์ส กับโอกาสสำคัญในการเดินตามรอยประวัติศาสตร์ของตัวเอง

27 September 2019
89 VIEWS

หลังหายหน้าหายตาไปหนึ่งสัปดาห์ ฟุตบอลเจลีก 1  ลีกฟุตบอลสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น ก็กลับมาลงสนามเตะกันแบบพร้อมเพรียงอีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วง 8 นัดสุดท้าย สถานการณ์ที่น่าจับตามองมากที่สุดก็คือการลุ้นแชมป์ ที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างสนุกสูสี

หนึ่งในทีมที่มีโอกาสดีมากๆ คือ คาชิมะ แอนท์เลอร์ส

เนื่องจากพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบคู่แข่งลุ้นแชมป์ในหลายข้อด้วยกัน แม้ ณ ปัจจุบัน ทีมของ โก โออิวะ กุนซือวัย 48 ปี ที่พาทีมคว้าแชมป์ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปีที่แล้ว จะรั้งอยู่ในอันดับ 2 ของตารางคะแนน แต่ก็มีคะแนนตามหลังจ่าฝูงอย่าง เอฟซี โตเกียว เพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น มิหนำซ้ำในเกมลีกล่าสุดก็เพิ่งจะสยบทีมจ่าฝูงไปหมาดๆ 2-0 ด้วย

โดยข้อได้เปรียบข้อแรกที่ส่งผลให้พวกเขามีโอกาสที่ดีกว่าคู่แข่งลุ้นแชมป์ก็คือผลต่างประตูได้เสีย

ทีม กวางเขางเหล็ก มีผลต่างประตูได้เสียเป็นบวกถึง 25 ประตู มากกว่า เอฟซี โตเกียว จ่าฝูง และ โยโกฮามะ มารินอส รองจ่าฝูงที่บวก 16 ประตูอยู่ 9 ประตู  

อีกหนึ่งข้อได้เปรียบก็คือ “จุดแข็ง” ของพวกเขาอย่าง “เกมในบ้าน”

ฤดูกาลนี้ คาชิมะ แอนท์เลอร์ส คือทีมที่ทำผลงานในบ้านได้อย่างยอดเยี่ยม โดยหลังจากพลาดท่าพ่ายให้กับ โออิตะ ทรินิตะ ในเกมแรกของฤดูกาลพวกเขาไม่เคยแพ้ใครอีกเลย โดยชนะ 10 เสมอ 2 เกม และในช่วง 8 เกมที่เหลือพวกเขายังได้โอกาสลงเล่นในบ้านถึง 4 เกม ด้วย

กลับกัน ทีมคู่แข่งลุ้นแชมป์อย่าง เอฟซี โตเกียว และ โยโกฮามะ มารินอส กลับเจอสถานการณ์ที่ต้องออกไปเล่นเกมเยือนมากกว่าเกมในบ้านโดย เอฟซี โตเกียว ต้องออกไปเล่นเกมเยือนถึง 6 เกม ส่วน โยโกฮามะ มารินอส ต้องเล่นเกมเยือน 5 เกม 

ซึ่งสถิติในการเล่นนอกบ้านของทั้ง 2 ทีมก็ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่ โดย เอฟซี โตเกียว ชนะ 4 เสมอ 4 แพ้ 3 ส่วน โยโกฮามะ มารินอส ชนะ 6 แพ้ 6 

และที่สำคัญทั้ง เอฟซี โตเกียว และ โยโกฮามะ มารินอส มีเกมที่ต้องมาตัดแต้มกันในเกมนัดสุดท้ายด้วย ดังนั้นทีม กวางเขาเหล็ก จึงมีโอกาสดีกว่าคู่แข่งในการต่อสู้เพื่อหยิบแชมป์ฟุตบอลเจลีก 1 ในฤดูกาลนี้ไปครอบครอง

อย่างไรก็ตามเป้าหมายของพวกเขาคงไม่ได้เพียงแค่หยิบแชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น…

เมื่อ ณ ตอนนี้ทีม กวางเขาเหล็ก ยังมีโอกาสการเดินตามรอยประวัติศาสตร์ลูกหนังที่พวกเขาสร้างเอาไว้ให้แก่วงการฟุตบอลญี่ปุ่น

ในการเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้า “เทรเบิ้ลแชมป์” หรือได้แชมป์ทุกรายการของฟุตบอลญี่ปุ่น

หลังจากในปี 2000 ทีม กวางเขาเหล็ก สามารถคว้าแชมป์ เจลีก 1 , เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ และเจลีก คัพ ได้สำเร็จ มาในปี 2019 พวกเขามีโอกาสที่จะทำมันได้อีกครั้ง

โดยทีมกวางเขาเหล็ก ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ในฟุตบอลถ้วยของแผ่นดินญี่ปุ่น ทั้งในฟุตบอลถ้วยเจลีก คัพ หรือ ลูวานคัพ ที่สามารถทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ โดยรอพบกับ คะวะซะกิ ฟรอนทาเล 

นอกจากนั้นในฟุตบอลถ้วยเอ็มเพอร์เรอร์ คัพ ก็เพิ่งโชว์ฟอร์มสุดยอดไล่ต้อนเอาชนะทัพกะลาสี โยโกฮามะ มารินอส 4 – 1 เข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนอลไปพบกับ ฮอนด้า เอฟซี ได้ จึงทำให้พวกเขาเป็น “ทีมเดียว” ในปีนี้ที่ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ในทั้ง 3 รายการในประเทศ

ซึ่งหลังจากพวกเขาตกรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่แล้ว ก็ยิ่งทำให้พวกเขาโฟกัสไปที่รายการในประเทศมากยิ่งขึ้นด้วย

น่าติดตามครับว่าในท้ายที่สุด คาชิมะ แอนท์เลอร์ส จะประสบความสำเร็จเดินตามรอยประวัติศาสตร์ลูกหนังที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยจารึกมันไว้ให้วงการฟุตบอลญี่ปุ่นได้สำเร็จหรือไม่ 

หรือถ้าหากพวกเขาไม่สามารถเดินตามรอยประวัติศาสตร์ของตัวเองได้ อย่างน้อยมันจะมีแชมป์ใดบ้างที่พวกเขา จะคว้ามันติดมือมาครอบครอง หรือต้องนอนจมกองน้ำตาเพราะพลาดแชมป์ในทุกรายการ

อีกไม่นานเราจะได้ทราบกัน…

โดยสัปดาห์นี้ที่พวกเขาจะทำศึกเจลีก 1 ด้วยการเปิดบ้านต้อนรับ คอนซาโดเล ซัปโปโร ของนักเตะขวัญใจชาวไทย ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทรูวิชั่นส์ ถ่ายทอดสดวันที่ 28 กันยายน 2562 เวลา 13.00 น. ทางช่องทรูสปอร์ต เอชดี2 (667)

#โรนิน