นาบี้ : ความหวังใหม่อินทรีเหล็ก

10 September 2019
105 VIEWS

หลังจากเยอรมนี – อินทรีเหล็กพุ่งชนกับความเจ็บปวดรวดร้าวคารังที่ฮัมบวร์ก เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยการแพ้ เนเธอร์แลนด์ อีกหนึ่งคู่ปรับตลอดกาล 2-4 

ล่าสุดพวกเขาก็กู้วิกฤติศรัทธากลับมาได้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว จากการบุกไปเอาชนะ ไอร์แลนด์เหนือ อีกหนึ่งคู่ปรับในยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม C  ด้วยสกอร์ 2-0 ทำให้สถานการณ์ของอินทรีเหล็ก “คลี่คลาย” จากปมความเครียดลง เพราะล่าสุด เยอรมนีกลับมาเป็นจ่าฝูงของกลุ่มได้อีกครั้ง

สำหรับ เกมที่เบลฟาด ไอร์แลนด์เหนือ – เยอรมนี ในยุคถ่ายสายเลือดใหม่ ได้ 2 ประตู จาก มาร์เซล ฮัลสเตนเบิร์ก แบ็กซ้ายจากแอร์เบ ไลป์ซิก และ แซร์จ นาบรี้ แนวรุกจากบาเยิร์น มิวนิค ที่ยิงตอกฝาโลงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

ส่งผลให้ ลูกทีมของ โยอัคคิม เลิฟ เก็บชัยได้ 4 นัด จากการลงสนาม 5 นัด ทะยานกลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม โดยมีคะแนนเท่ากับ ไอร์แลนด์เหนือ จากการลงสนามเท่ากัน ส่วน เนเธอร์แลนด์ อยู่ที่ 3 แต่ลงเล่นน้อยกว่าทั้ง เยอรมนี และ ไอร์แลนด์เหนือ 1 เกม จากการชนะ 3 แพ้ 1 

แม้เยอรมนีในยุค 2019 จะไม่มีแกนหลัก ตัวเก๋า อาทิ เจอโรม บัวเต็ง, มัตต์ ฮุมเมิลส์ และ โธมัส มุลเลอร์ ที่ดูเหมือนว่า โยกี้ เลิฟ จะไม่เหลียวหลังเรียกกลับมาติดทีมชาติอีกแล้ว แต่ในประเด็นนี้ มันก็ได้เปิดทางให้นักเตะเลือดใหม่ๆ ได้มีโอกาส ได้มาติดธงทีมชาติเช่นกัน 

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ก็คือ แซร์จ นาบรี้ ปีกจอมพลิ้วจากบาเยิร์น บนวัย 24 ปี ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะกลุ่มเลือดใหม่ของทีมชาติยุคนี้ และสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในช่วงหลัง 

โดยที่จริงแล้ว นาบรี้ ประเดิมทีมชาติตั้งแต่อายุ 21 ปี หรือเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ทว่าโอกาสลงเล่นไม่ได้ต่อเนื่องเหมือนกับในช่วงหลังๆ จนกระทั่งถึงวินาทีนี้ นาบรี้ ลงเล่นให้ทีมชาติชุดซีเนียร์ไปแล้ว 10 นัด แต่ผลงานช่างโดดเด่น ซัดตาข่ายไปได้ถึง 9 ประตู บวกกับอีก 2 แอสซิสต์ และเป็นการยิงถึง 5 ประตูในยูโร 2020 รอบคัดเลือกอีกด้วย

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นาบรี้ กำลังจะกลายเป็นอาวุธที่โยอัคคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์เลือกใช้งานอย่างสม่ำเสมอต่อไปในอนาคต

“แซร์จ นาบรี้ นั่นคือผู้เล่นคนสำคัญของทีมเรา…เขาสามารถครองบอลได้อย่างเหนียวแน่น ตอนที่ทีมเล่นเกมรุก และสามารถพยุงเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆให้มีส่วนร่วมกับเกมด้วย”

“เทคนิคของแซร์จ และความสามารถที่เขา มันช่างลงล็อกกับแท็คติกส์ของทีมชาติเยอรมนีตอนนี้เลย”  โยอัคคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ กล่าวชื่นชมความสามารถของนาบรี้ที่กำลังเป็นดาวดวงใหม่ของอินทรีเหล็ก 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ โยกี้ เลิฟ กล่าวคำหวานใส่ นาบรี้ เพราะก่อนหน้านี้เขาก็เคยออกปากชม อดีตแนวรุกของแวร์เดอร์ เบรเมน ว่าเป็นนักเตะที่มีความเร็วสูง ทำให้สามารถฉีกหนีแนวรับคู่แข่งได้เป็นอย่างดี และเขามักจะเป็นชอยส์แรกๆ ในไลน์อัพของทีมชาติเยอรมนี 

ในอดีต นาบรี้ เป็นนักเตะที่ถูกปลุกปั้นโดยสโมสรอาร์เซน่อลในอังกฤษ ตั้งแต่ยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ แต่ทว่าเขาไม่อาจเบียดขึ้นมาเป็นตัวจริงให้ปืนใหญ่ได้เลย โดยมีฤดูกาล 2013-14 ที่ได้ลงเล่นเยอะที่สุดแล้ว แต่ตัวเลขก็มีเพียงแค่ 14 นัด จากนั้นเขามีโอกาสได้ไปอยู่กับ เวสต์บรอมวิช ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล แต่ก็ไม่ได้โอกาสลงเล่นสักเท่าไร 

จากนั้นในฤดูกาล  2016-17 นาบรี้ ได้กลับเยอรมนีมาอยู่กับเบรเมร และเล่นได้อย่างโดดเด่น ทำให้บาเยิร์น มิวนิคไม่รอช้า รีบคว้าตัวเขามาร่วมทีมทันทีในซีซั่น 2017-18 และได้ปล่อยให้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ด้วยสัญญายืมตัวในซีซั่นนั้นทันที ก่อนที่เขาจะมาลงหลักปักฐานกับเสือใต้อย่างแท้จริงในซีซั่นที่แล้ว 

เมื่อยามที่ เยอรมนี ยังไร้ซึ่งแนวรุกริมเส้นอย่าง เลรอย ซาเน่ ที่บาดเจ็บยาว ดูเหมือน แซร์จ นาบรี้ จะตอบแทนความไว้วางใจของ โยอัคคิม เลิฟ ได้ดี และเขาน่าจะเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่น่าจับตามองมากๆ ในยุคถ่ายสายเลือดใหม่