เฟคีร์ : คนที่หงส์มองผ่านแล้วผ่านเลย

23 July 2019
659 VIEWS

นับเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้กับวงการข่าวสารฟุตบอลไม่น้อย เมื่อ นาบิล เฟคีร์ กองกลางเพลย์เมกเกอร์ชาวฝรั่งเศสของโอลิมปิก ลียง ตกลงปลงใจย้ายไปอยู่กับ เรอัล เบติส ทีมระดับกลางๆตารางในลาลีกา สเปน ที่ฤดูกาลก่อน จบอันดับ 10 

ทั้งๆ ที่เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว เฟคีร์ ยังเพิ่งตกเป็นข่าวครึกโครมกับ ลิเวอร์พูล ทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอยู่เลย โดยค่าตัวที่ตกเป็นข่าวเมื่อปีที่แล้ว เขายังมีมูลค่าสูงถึงราวๆ 53 ล้านปอนด์ แต่ทว่าค่าตัวของ เฟคีร์ ในการย้ายทีมในครั้งนี้ ลดฮวบฮาบแบบกระหน่ำจนลงมาเหลือแค่ราวๆ 18 ล้านปอนด์เท่านั้น

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าตัวของ นาบิล เฟคีร์ ลดลงมาอย่างมหาศาล นั่นเป็นเพราะปัจจุบัน กองกลางวัย 26 ปี เหลือสัญญาผูกมัดกับ โอลิมปิก ลียง แค่ปีเดียว ทำให้ ลียง จำเป็นต้องรีบหั่นราคาขายลงไปให้กับ เรอัล เบติส โดยรายละเอียดคร่าวๆ คือ 20 ล้านยูโร บวกเงื่อนไขเพิ่มเติมอีก 10 ล้านยูโร ขณะที่ ลียง จะได้ 20 เปอร์เซ็นต์หากในอนาคต เรอัล เบติส ขายนักเตะออกจากทีม

สำหรับ นาบิล เฟคีร์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ฟอร์มร้อนแรงมากในช่วง 2 ฤดูกาลก่อน ระหว่าง 2017-18 เพราะเขาคือคนสำคัญของ โอลิมปิก ลียง และซัลโวไปถึง 18 ประตูในลีก เอิง จนมีชื่อเป็น 23 ขุนพลทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลก 2018 ด้วย 

เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ยอมให้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ เฟคีร์ ผ่านแล้วผ่านเลยไป ไม่ได้กลับไป “เสียดาย” อะไรอีกต่อไป และสุดท้าย ลิเวอร์พูล ก็ประสบความสำเร็จกับการเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 6 และจากการมีแชมป์การันตี ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า ลิเวอร์พูล จะไม่หันหลังมาใยดีกับ เฟคีร์ อีกแล้ว จึงเป็นผลให้ นับจากซัมเมอร์ที่แล้ว หงส์แดงไม่มีข่าวเชื่อมโยงกับเพลย์เมกเกอร์คนนี้อีกเลย

กอปรกับในซีซั่นที่ผ่านมา ฟอร์มอันร้อนแรงของ เฟคีร์ ตกลงไปเล็กน้อย เพราะเขาผลิตสกอร์ให้ โอลิมปิก ลียง ได้น้อยลง โดย ลียง จบอันดับ 3 ในลีก เอิง 

ส่วนในทีมชาติฝรั่งเศส ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เฟคีร์ มีโอกาสสอดแทรกลงเล่นให้ เลส์ เบลอส์ แค่นัดเดียวเท่านั้น ในเกมที่บุกชนะ มอลโดว่า 4-1 เมื่อ 22  มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่โปรแกรมทีมชาติฝรั่งเศส 3 เกมหลังสุด เฟคีร์ ไม่ได้ถูก ดิดิเยร์ เดส์ช็องป์ส เรียกตัวเข้าแคมป์เลย 

การย้ายจากฝรั่งเศส ไปสู่ดินแดนใหม่ในชีวิตการเป็นนักฟุตบอลอย่างประเทศสเปนของ เฟคีร์ น่าจะเป็นอีกหนึ่งดินแดนแห่งความหวังให้ กองกลางเพลย์เมกเกอร์วัย 26 ปี ได้มีโอกาสโชว์ฝีเท้า โชว์ของในเวทีที่กว้างขึ้น ได้เฉิดฉายและพิสูจน์สภาพร่างกายว่า เขายสามารถเล่นฟุตบอลได้ในระดับท็อป จนเป็นบันไดก้าวไปเล่นให้กับทีมชั้นแนวหน้าของยุโรปให้ได้ต่อไปในอนาคต