งานช้าง(ศึก)ที่ค้างคาของ “อากิระ นิชิโนะ”

20 November 2019
100 VIEWS

2 นัด 1 คะแนน ในเกมเยือนเพื่อนบ้าน มาเลเซีย และ เวียดนาม ของ “ช้างศึก” ภายใต้การคุมทีมของ “อากิระ นิชิโนะ” ต้องถือว่า “น่าผิดหวัง” และ “เสียหาย” กับสถานการณ์ ณ เวลานี้

แม้ว่าฟอร์มล่าสุดจะดูดีขึ้นมานิด หลังจาก “นิชิโนะซัง” ปรับแนวรับแก้ตัวจากนัดที่แล้ว 4 จุด โดย กวินทร์ เฝ้าเสาแทน ศิวลักษณ์ ที่น่าจะบาดเจ็บ และ อุ้ม-ธีราธร พ้นโทษแบนกลับมาประจำตำแหน่งแบ็คซ้าย ส่วน นฤบดินทร์ ได้ลงยืนแบ็คขวาแทน โด ขณะที่ ธนบูรณ์ เล่นเซ็นเตอร์แทน เอเลียส

แต่หลายคนก็ยังตั้งคำถาม ทำไม? นิติพงษ์ ถึงไม่ได้รับโอกาส แม้กระทั่งตัวสำรอง ทั้งที่เล่นกับ ยูเออี ได้ดีมากจนได้รับเสียงชื่นชมดังไปทั่ว

นอกนั้น “นิชิโนะซัง” ใช้ชุดเดิมหมด ไล่ตั้งแต่คู่กลาง สารัช กับ พิธิวัตต์ ส่วนสามแนวรุกมี เจ-ชนาธิป, เอกนิษฐ์, สุภโชค โดยมี มุ้ย-ธีรศิลป์ ยืนหน้าเป้า

รูปเกมโดยรวม ถึงแม้ ไทย จะครองบอลมากกว่า แต่ความยากคือ เวียดนามไล่เพรสซิ่งถึงตัวทุกคน ทำให้เกมรุกของ ไทย เจองานยาก ซึ่งเป็นการบ้านที่ “นิชิโนะซัง” ต้องรีบนำกลับไปแก้

และแน่นอนว่า แฟนบอลไทยทุกคนเสียดายกับจุดโทษของ “อุ้ม” แต่ถือว่าเล็กน้อยมากหากเทียบกับสิ่งที่เจ้าตัวทำตลอด 90 นาที ทั้งความมุ่งมั่นและทุ่มเทในทุกจังหวะที่ต้องขึ้นเติมเกมรุกหรือลงมาช่วยเกมรับ

2 นัด 1 คะแนน จึงทำให้สถานการณ์ของทัพ “ช้างศึก” ไม่สู้ดีนัก เมื่อดูจากตารางคะแนน กลุ่มจี

1.เวียดนาม 5 นัด 11 คะแนน
2.มาเลเซีย 5 นัด 9 คะแนน
3.ไทย 5 นัด 8 คะแนน
4.ยูเออี 4 นัด 6 คะแนน
5.อินโดนีเซีย 5 นัด 0 คะแนน

ทั้งนี้ ทีมแชมป์กลุ่ม จะเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายอัตโนมัติ + อันดับ 2 ดีที่สุดอีก 4 ทีมจาก 8 กลุ่ม

เมื่อไปดูโปรแกรมที่เหลือของ 4 ทีมที่มีลุ้นเข้ารอบ

ไทย​​​
26 มี.ค. (เหย้า) อินโดนีเซีย
4 มิ.ย. (เยือน) ยูเออี​
9 มิ.ย. (เหย้า) มาเลเซีย

เวียดนาม
31 มี.ค. (เยือน) มาเลเซีย
4 มิ.ย. (เหย้า) อินโดนีเซีย
9 มิ.ย. (เยือน) ยูเออี

มาเลเซีย
26 มี.ค. (เยือน) ยูเออี
31 มี.ค. (เหย้า) เวียดนาม
9 มิ.ย. (เยือน) ไทย

ยูเออี
26 มี.ค. (เหย้า) มาเลเซีย
31 มี.ค. (เยือน) อินโดนีเซีย
4 มิ.ย. (เหย้า) ไทย
9 มิ.ย. (เหย้า) เวียดนาม

ถ้าไม่คิดอะไรมาก ไทย คว้า 9 คะแนนเต็มจาก 3 นัดที่เหลือ ก็จะการันตีเข้ารอบแน่นอน แต่คงไม่ง่ายอย่างที่เราคิด เพราะทุกทีมก็ต่างหวังคว้าชัยชนะเช่นกัน

เส้นทางข้างหน้า จึงเป็นอะไรที่ต้องลุ้นแบบนัดต่อนัด

กับงานที่เหลืออยู่อีก 3 นัด ต้องมาดูว่า “นิชิโนะซัง” จะงัดกึ๋นโชวเก๋า ปรับจูนและแก้ไขข้อผิดพลาด เพื่อปลุก “ช้างศึก” ให้กลับมาคึกคักอย่างไร?

เพราะตอนนี้แผนการเล่นของไทยแทบไม่มีแท็คติกอะไรแปลกใหม่ โดยเฉพาะเกมรุกง่ายต่อการจับทางจากคู่ต่อสู้ ส่วนเกมรับก็พร้อมจะเสียประตูได้ทุกเมื่อ

ยังไม่นับ ”นิชิโนะซัง” ต้องพา ”ช้างศึกซีเกมส์” ไปป้องกันแชมป์ที่ฟิลิปปินส์ปลายเดือนนี้ ต่อเนื่องศึกชิงแชมป์เอเชีย U23 ในช่วงต้นปีหน้า

กึ๋น และ ประสบการณ์ ของกุนซือเลือดซามูไร จะเพียงพอนำพา ”ช้างศึก” อีก 2 ชุด สร้างความสุขให้แฟนบอลไทยต่อเนื่องได้หรือไม่?

เพราะหากล้มเหลวใน “ซีเกมส์” และ “U23” ก็ไม่รู้ว่าอนาคตของ ”นิชิโนะซัง” จะเป็นอย่างไร?

แต่ที่แน่ๆ เราในฐานะแฟนบอล คงต้องให้กำลังใจและเชียร์ทีมชาติไทยกันต่อไป

“ยิ่งแพ้ ยิ่งต้องเชียร์”