ใครดีใครได้…แชมป์ไทยลีก 2019

1 October 2019
327 VIEWS

หลังสิ้นเสียงนกหวีดเกมไทยลีก 2019 ที่ การท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้านถล่ม นครราชสีมา มาสด้า 3-0 เท่ากับว่า การลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดของไทยเพลานี้ ได้บรรจุม้าตีนปลาย 3 ตัวให้วัดแชมป์กันใน 3 เกมสุดท้าย 

ม้า 3 ตัวที่ว่า ได้แก่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (27 นัด 51 แต้ม), สิงห์ เชียงรายฯ (27 นัด 51 แต้ม) และ การท่าเรือ เอฟซี (27 นัด 49 แต้ม) 

ซึ่งเพิ่มมูลค่าให้การแย่งแชมป์ไทยลีกปีนี้สูงขึ้น เพราะได้ชื่อว่าเป็นการสู้กันเพื่อแย่งแชมป์ที่เข้มข้มที่สุดในรอบ 10 ปี

และนี่คือ เรื่องราวของใครดีใครได้ แชมป์ไทยลีก 2019

#บุรีรัมย์กับฤดูกาลที่ไร้ความสม่ำเสมอ

กลายเป็นเรื่องไม่ปกติทันที เมื่ออดีตแชมป์ไทยลีก 6 สมัย และแชมป์เก่าอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดต้องอยู่มาในสถานการณ์ลุ้นแชมป์ไทยลีก ที่พวกเขาเองไม่ได้กำหนดชะตาตัวเองเหมือนในอดีต

ประเด็นหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาพูดถึง นั่นคือ โมเดลการปลุกปั้นดาวรุ่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด “เจเนอเรชั่นใหม่” ขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลไทยอย่างต่อเนื่อง 

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันกับ 3 วันเดอร์คิดอย่าง “อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด, “เช็ค” สุภโชค สารชาติ และดาวรุ่งฟอร์มแรงอย่าง “แบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่ก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลัก “ช้างศึก” ทั้งชุดใหญ่ทั้งหมด

แง่หนึ่ง ”ปราสาทสายฟ้า” อาจดูมีโครงสร้างที่แข็งแรง แต่อีกแง่กลับเป็นเพียงแค่สีสันในปีนี้เท่านั้น 

เพราะการแข่งขันในระดับไทยลีก 2019 ที่มีเพียง 16 สโมสร ต่างฝ่ายต่างก็ทำทุกวิถีทางให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นเพื่อความอยู่รอด

โดยเฉพาะ ตำแหน่งตัวรุก ที่หลายสโมสรใช้บริการ กองหน้าต่างชาติแก้ปัญหาปืนฝืด กันอย่างได้ผลเป็นล่ำเป็นสัน

แตกต่างจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มาเปลี่ยนวิธีการทำทีมใหม่ ด้วยวิธีการให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งมากขึ้น

ในสถานการณ์ที่แต่ละทีมล้วนเล่นเพื่อความอยู่รอด ปรากฎการณ์ #บุรีรัมย์กับฤดูกาลที่ไร้ความสม่ำเสมอ จึงเกิดขึ้น 

จากเกมที่เหมือนจะเชื่อขนมกินได้ กลายเป็นหืดจับ เจอเกมหินกลับตาลปัตรให้แพ้ชัวร์

โดยในวันที่ 2 ตุลาคมนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องบุกไปเยือน นครราชสีมา มาสด้า

ถ้าเป็นอดีต แทบจะพยากรณ์ผลการแข่งขันว่า บุรีรัมย์ จะมีชัย แต่เกมนี้บอกได้คำเดียวลุ้นเหนื่อยแน่นอน เพราะ โคราช ก็ต้องการแต้มเพื่อหนีตกชั้นเช่นกัน

#สิงห์เชียงรายฯตัวแทนความมุ่งมั่นจากแดนเหนือ

ปี 2019 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ยังเต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าคุณภาพเต็มทีม

พวกเขาเดินหน้าคว้าแชมป์นับตั้งแต่ปี 2017 ทั้งแชมป์โตโยต้า ลีกคัพ, ช้าง เอฟเอคัพ

ในเมื่อ #สิงห์เชียงราย ที่เปรียบเสมือนตัวแทนความมุ่งมั่นจากแดนเหนือ จึงไม่แปลกที่สโมสรสีส้มแห่งนี้
จะมีทุกอย่างที่เสกความสำเร็จให้แฟนบอลได้เฮ

โดยเฉพาะนักเตะไทยระดับ ดีกรีทีมชาติ อย่าง พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, ศิวกรณ์ เตียตระกูล, ชัยวัฒน์ บุราญ และ เอกนิษฐ์ ปัญญา ต่างก็พาเหรดทำผลงานดีเป็นกำลังสำคัญชนิดที่ทีมขาดไม่ได้ 

รวมถึงผู้เล่นไทยล้นประสบการณ์อย่าง พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์, ธนะศักดิ์ ศรีใส, ปิยพล ผานิชกุล และ อัครวินทร์ สวัสดี 

อีกทั้ง นักเตะต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น อี ยอง แร อดีตกองกลางดีกรีทีมชาติเกาหลีใต้ ซึ่งเปรียบเสมือน ฟันเฟือง ชิ้นสำคัญ เพราะตลอดการค้าแข้งที่สนามสิงห์สเตเดี้ยม กองกลางวัย 32 พาทีมคว้าแชมป์ไปถึง 3 ถ้วยแล้ว 
ร่วมด้วย บิลล์ โรซิมาร์ ศูนย์หน้าร่างใหญ่ชาวบราซิล เจ้าของส่วนสูง 185 ซม. และ วิลเลียม เอ็นริเก้ ที่มีทั้งความเร็วและอันตรายในการทำประตู ซึ่งทั้งสองคนยิงร่วมกันในลีกปีนี้ก็ปาเข้า 19 ประตูเลยทีเดียว ซึ่งเป็นทีเด็ดของ สิงห์ เชียงราย

โดยในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ สิงห์ เชียงราย ต้องบุกไปเยือน พีทีที ระยอง ที่ยังต้องการแต้มเพื่ออยู่รอดแบบชัวร์ๆ จึงต้องไปลุ้นกันว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร?

#การท่าเรือแรงมาเพื่อแชมป์

จะว่ามี โชค (โค้ชโชค) ช่วย หรืออะไรก็ตาม การท่าเรือ เอฟซี ในยุคของ โชคทวี พรหมรัตน์ ลงสนามต่อเนื่อง 10 เกมด้วยผลงาน ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1 

หนึ่งในนั้นคือ การนำสโมสรดังย่านคลองเตย ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ช้าง เอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี  

แถมเกมไทยลีกนัดล่าสุด ท่าเรือ เปิดบ้านถล่ม นครราชสีมา มาสด้า ที่กำลังหนีตกชั้น ไปแบบเบิร์ดๆ ทำให้เก็บ 49 แต้มจาก 27 นัด ตาม บุรีรัมย์ และ เชียงราย แค่ 2 แต้ม 

และเป็นไปตามที่ ”บิ๊กฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช ประธานที่ปรึกษา สิงห์ เชียงราย มองว่า การท่าเรือ คือตัวแปรต่อสถานการณ์ลุ้นแชมป์ 

โดยในวันที่ 2 ตุลาคมนี้ การท่าเรือ เอฟซี มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ชัยนาท ฮอร์นบิล ที่กำลังดินรนหนีตายสุดชีวิต

สรุปแล้ว เกมกลางสัปดาห์นี้ ไม่ใช่งานง่ายของม้าทั้ง 3 ตัว

#กฎการจัดอันดับเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล1. คะแนนรวม, 2. ผลเฮด-ทู-เฮด/มินิลีก, 3. ผลต่างประตูได้-เสีย, 4. ประตูที่ทำได้, 5. คะแนนแฟร์เพลย์, 6. เพลย์ออฟไม่ต่อเวลาพิเศษ ดวลจุดโทษทันทีถ้าเสมอ

#ผลเฮดทูเฮดเวลานี้-เชียงราย ดีกว่า บุรีรัมย์ (เหย้า 4-0, เยือน 0-0)-เชียงราย ดีกว่า การท่าเรือ (เหย้า 0-0, เยือน 4-1)-บุรีรัมย์ ดีกว่า การท่าเรือ (เยือน 3-1)

#บิ๊กแชมป์ Content Creator SPORTDesk.