‘มิไฮโลวิช’ กุนซือผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโรคร้าย

26 August 2019
100 VIEWS

ฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา เปิดฤดูกาล 2019-20 อย่างเป็นทางการแล้วในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากผลการแข่งขันแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่านำมาพูดถึง นั่นคือ เกมที่ สตาดิโอ มาร์ก อันโตนีโอ เบนเตโกดี้ ในคู่ระหว่าง เฮลลาส เวโร่า ดวลกับ โบโลญญ่า ปรากฏว่า ซินิซ่า มิไฮโลวิช กลับมาคุมทีมข้างสนาม แม้เขาจะถูกตรวจพบว่าป่วยเป็นลูคิเมีย ก็ตาม

สำหรับ กุนซือชาวเซิร์บวัย 50 ปี เพิ่งตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ “ลูคิเมีย” เมื่อ 6 สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งข่าวนี้สร้างความตกตะลึงไม่น้อยสำหรับวงการฟุตบอลอิตาลี และทำให้ มิไฮโลวิช ต้องเข้ารับการรักษามาตลอด 41 วันที่ผ่านมา ด้วยการทำเคมีบำบัด 

ในช่วง 41 วันที่ มิไฮโลวิช ต้องต่อสู้กับโรคร้าย เขาเฝ้าอัพเดทสถานการณ์ของสโมสร เฝ้าติดตามดูการฝึกซ้อมต่างๆ วางกลยุทธ์ต่างๆ ด้วยการดูวิดีโอการฝึกซ้อมของทีมที่แผนกรักษาโรงมะเร็งในโรงพยาบาลซานตอร์โซล่า เมืองโบโลญญ่า เรียกได้ว่า แม้จะป่วยหนัก แต่เขาก็ไม่ละทิ้งหน้าที่ และความรับผิดชอบ 

ที่จริงแล้ว หลายฝ่ายไม่มีใครคาดคิดว่า ซินิซ่า มิไฮโลวิช จะมาปรากฏตัวที่สนามแข่งขัน เพราะการป่วยเป็นลูคิเมียนั้นไม่ใช่อาการป่วยที่เป็นเรื่องเล่นๆ มันหนักหนาสาหัสเอาการ แต่ทว่า “อดีตเจ้าพ่อฟรีคิกยุค 90s ” ประกาศอย่างชัดเจนว่า เขาจะขอเอา “ชนะการต่อสู้”  กับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวครั้งนี้ ด้วยวิธีการทำเคมีบำบัดให้ได้

แม้สภาพร่างกายของ มิไฮโลวิช จะดูผ่ายผอม ซีดเซียว และเป็นที่ไม่คุ้นตาสำหรับแฟนบอล แต่เชื่อได้เลยว่า หัวใจของมิไฮโลวิชนั่นยิ่งใหญ่มากกับการมาปรากฏตัวที่ สตาดิโอ มาร์ก อันโตนีโอ เบนเตโกดี้

ที่จริงแล้ว การปรากฏตัวอย่างเป็นทางการของ มิไฮโลวิช ได้รับการประกาศในทวิตเตอร์ของสโมสรโบโลญญ่า หนึ่งชั่วโมงก่อนเวลาเริ่มเกม และเขาก็ได้รับกำลังใจอย่างล้นหลาม โดยมีข้อความโพสต์ให้กำลังใจเขามากมาย 

หนึ่งในนั้นมาจากสโมสรร่วมเซเรีย อา อย่าง นาโปลี  ที่ทวีตว่า “ฟอร์ซ่า ซินิซ่า มิไฮโลวิช” เพื่อเป็นการส่งกำลังใจให้อดีตกองหลังทีมชาติยูโกสลาเวีย โดยเขาเคยทำเรื่องเหลือเชื่อด้วยการซัดฟรีคิกแฮตทริกมาแล้วสมัยที่เขาค้าแข้งอยู่กับ ลาซิโอ ใส่ ซามพ์โดเรีย 

สำหรับผลการแข่งขันที่ เฮลลาส เวโรน่า เสมอกับ โบโลญญ่า 1-1 โดยที่เจ้าถิ่นเวโรน่าต้องเหลือ 10 คนตั้งแต่ต้นเกม ดูจะเป็นเรื่องรองๆ ลำดับความสำคัญน้อยกว่าการปรากฏตัวของมิไฮโลวิชไปเลย 

อย่างที่คำคมในโลกอินเตอร์เนทเคยว่าเอาไว้ “อุปสรรคใดๆ ในโลกที่มันฆ่าเราไม่ตาย มันจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น”  กับเคสของมิไฮโลวิชก็เช่นกัน แม้ช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงเวลาที่เขาต่อสู้กับโรคร้าย แต่การที่เขายังคงมุ่งมั่นทำหน้าของตัวเองอย่างต่อเนื่อง นั่นก็ได้แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่ง ซึ่งน่าเคารพนับถือ

นัดต่อไป โบโลญญ่า จะกลับไปเปิดบ้านของตัวเองพบกับ สปาล ในคืนวันศุกร์นี้ ซึ่งหาก ซินิซ่า มิไฮโลวิช ปรากฏตัวอีกครั้ง เขาย่อมได้รับแรงใจอย่างอุ่นหนาฝาคั่งอีกครั้งแน่นอน เพราะอย่างน้อยเขาคือสัญลักษณ์ของการไม่ยอมแพ้ต่อความเจ็บป่วย แม้มันจะบั่นทอนชีวิต  

และที่สำคัญ ซีซั่นที่แล้ว มิไฮโลวิช เข้ามาคุมทีมแทน ฟิลิโป้ อินซากี้ ในขณะที่ โบโลญญ่า ตกอยู่ในโซนท้ายตาราง แต่สุดท้าย ตอนจบฤดูกาล มิไฮโลวิช พาโบโลญญ่า จบถึงอันดับที่ 10 ได้ ดังนั้นเขาย่อมเป็นบุคคลสำคัญของสโมสรอย่างแน่นอน 

สำหรับ ซินิซ่า มิไฮโลวิช การปรากฏตัวในสนามของเขา จึงถือเป็นสัญลักษณ์ของการไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ