5 เรื่องที่ต้องรู้ “เรือใบ” ซัด “ไก่” (ภาคสุดท้าย)

แมนฯซิตี้ และ สเปอร์ส เพิ่งจะมีเรื่องราวดราม่า ราวกับภาพยนตร์ออสการ์ เจ้าของรางวัล ‘บทหนังยอดเยี่ยม’ จากการดวลกันในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มา

สุดสัปดาห์นี้ ทั้ง 2 ทีมต้องโคจรมาพบกันอีกแล้ว ในเวอร์ชั่นของพรีเมียร์ลีกกันบ้าง และความสำคัญก็ยังมีดีกรีเข้มข้นไม่แพ้จากเกมยุโรปเลย

และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าจับตามองของเกม แมนฯซิตี้ ดวล สเปอร์ส 

1.สำหรับเกมที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 20 เมษายนนี้ ในเวลา 18.30 น ถือเป็นเกมที่ 3 ในรอบ 12 วันที่คู่นี้ต้องโคจรมาพบกัน ซึ่งอย่างที่ทุกคนทราบกันดี ใน UCL สเปอร์ส เปิดรังชนะได้ 1-0 และ แมนฯซิตี้ ชนะ 4-3 แต่ลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องเป็นฝ่ายตกรอบเพราะกฏประตูทีมเยือน

ส่วนเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อช่วงต้นฤดูกาล เตะกันที่เวมบลี่ย์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2018 ผลจบลงคือแมนฯซิตี้บุกชนะ 1-0 จากประตูโทนต้นเกมของ ริยาด มาห์เรซ 

2.สถานการณ์ในลีกปัจจุบัน ก่อนแข่ง แมนฯซิตี้ รั้งรองจ่าฝูง จากการลงสนาม 33 นัด มี 83 คะแนน ตามหลังลิเวอร์พูล 2 คะแนน แต่ทว่าเรือใบสีฟ้าลงเล่นน้อยกว่า 1 นัด ดังนั้นสำหรับเกมนี้ 3 คะแนนยังมีความหมายของทั้ง 2 ทีมเป็นอย่างมากเช่นเดิม

โดยฝั่ง แมนฯซิตี้ ที่สัปดาห์นี้เตะก่อน ลิเวอร์พูล หากแมนฯซิตี้ ชนะสเปอร์สได้ ก็จะทำให้พวกเขากลับไปเป็นจ่าฝูงได้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนเกมลิเวอร์พูลเตะในวันอาทิตย์

ขณะที่ฟาก สเปอร์ส ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ รั้งอันดับ 3 ของตาราง แต่สถานการณ์ก็วางใจไม่ได้เลย ในการลุ้นไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เนื่องจากสเปอร์ส มี 67 คะแนน จากการเล่น 33 นัด ขณะที่ อันดับ 4 อาร์เซน่อล และอันดับ 5 เชลซี ตามหลังแค่ 1 แต้ม ส่วน แมนฯยูไนเต็ด อันดับ 6 ก็ตามหลังไก่เดือยทองแค่ 3 คะแนน ดังนั้นในช่วง 5 นัดสุดท้าย ยังมีโอกาสพลิกผัน กลับตาลปัตรได้ทุกเมื่อเชื่อวัน 

3.อัพเดทเรื่องตัวผู้เล่น ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ค่อนข้างฟูลทีม เพราะตัวหลักๆ กลับมาจากอาการบาดเจ็บได้กันหมดแล้ว โดยเฉพาะแบ็กซ้ายตัวยืนอย่าง เบนจามิน เมนดี้ ก็สมบูรณ์แล้ว ขณะที่แนวรุก เซร์คิโอ อเกวโร่ จะเป็นตัวเป้านัมเบอร์วันของทีม และมี ราฮีม สเตอร์ลิ่งที่ฟอร์มร้อนแรงสนับสนุน ขณะที่ เควิน เดอ บรอยน์ กำลังเรียกความมั่นใจกลับมาได้เรื่อยๆ 

ด้าน สเปอร์ส ดูจะมีปัญหาอยู่พอสมควร เพราะคนที่ลงไม่ได้แน่ๆ คือ แฮร์รี่ เคน และมีตัวเจ็บเพิ่มเติมขึ้นมาคือ มุสซ่า ซิสโซโก้ ขณะที่ 2 “เอริค” ดายเออร์&ลาเมล่า ก็ยังไม่สมบูรณ์ แต่ โปเช็ตติโน่ มีจุดขายอยู่ที่ทีมเวิร์คอยู่แล้ว และแนวรุกยังมีจอมขยัน วิ่งไม่มีหมด อย่าง ซอง เฮือง มิน ค้ำอยู่ 

4.ว่ากันที่เรื่องสถิติที่น่าสนใจ คู่นี้เจอกันนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก ซัดกันมา 43 ครั้ง สเปอร์ส เหนือกว่า ชนะ 23 แมนฯซิตี้ ชนะ 14 เสมอ 6 ส่วนตัวเลขสกอร์ที่ยิงกันได้สุดสูสี เพราะ แมนฯซิตี้ ยิงไป 62 ประตู สเปอร์สซัดได้ 61 ประตู 

อย่างไรก็ตาม head to head เวลาที่คู่นี้เจอกันในบ้านของแมนฯซิตี้ เป็นทางฝั่งแมนฯซิตี้ ที่ดูดีกว่าในช่วงหลัง เพราะเรือใบชนะ 8 จาก 10 นัดหลังที่เตะกันที่เอติฮัด สเตเดี้ยม 

นอกจากนี้ ฟอร์มในพรีเมียร์ลีก แมนฯซิตี้ ก็ร้อนแรงมากๆ เพราะชนะมา 9 นัดซ้อนแล้ว ส่วนฝั่ง ลูกทีมของ ‘พอช’ ก็ไม่ดีเลย เวลาที่ออกนอกบ้านช่วงหลัง เพราะแพ้ 4 นัดซ้อนแล้ว (แพ้ต่อ เบิร์นลี่ย์, เชลซี, เซาแธมป์ตัน และ ลิเวอร์พูล)

5.สถิติต่อสถิติ

ยิงประตู :  เซร์คิโอ อเกวโร่ ของแมนฯซิตี้ คือดาวซัลโวร่วมของลีกตอนนี้ ด้วยจำนวน 19 ประตู ขณะที่ สเปอร์ส มี แฮร์รี่ เคน ที่ซัดไป 17 ประตู แต่เกมนี้หอกทีมชาติอังกฤษลงไม่ได้แน่ๆ ส่วนคนที่ยิงได้รองลงมาคือ ซอง เฮือง มิน ที่ซัดไปแล้ว 12 ประตู 

แอสซิสต์ : คริสเตียน เอริคเซ่น คือคนที่ทำแอสซิสต์สูงสุดในลีก ที่จำนวน 12 ครั้ง (เท่ากับ เอเด็น อาซาร์ และ ไรอัน ฟราเซอร์) ขณะที่ฝั่งแมนฯซิตี้ มีจอมจ่ายที่ผลงานดีสูสีกันมา คือ เลรอย ซาเน่ แอสซิสต์ไป 10 ประตู, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง จ่ายไป 9 ประตู 

การป้องกันประตู : หากเทียบฟอร์มผู้รักษาประตูทั้งสองคน อย่าง ฮูโก้ ยอริส และ เอเดอร์สัน ถือว่าฝีไม้ลายมือดีทั้งคู่ โดย ยอริส เซฟไปแล้ว 82 ครั้ง ส่วน เอเดอร์สัน เซฟไป 50 ครั้ง แต่เอเดอร์สัน เก็บคลีนชีทไม่เสียประตูเลย ถึง 16 เกม ขณะที่ ยอริส เก็บคลีนชีทไป 11 เกม


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

หงส์ทิ้งยุโรป +เรือสละพรีเมียร์ =?

มาริโน่

ก่อนแชมเปี้ยนส์ ลีก ตัดริบบิ้นเปิดงานรอบแบ่งกลุ่ม มีทฤษฎีสมคบคิดว่าสองตัวแทนจากฝั่งอังกฤษ อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับลิเวอร์พูล น่าจะแบ่งเค้กกันให้ลงตัว เพื่อโอกาส “วิน-วิน” ทั้่งคู่

Thought

ปีทองหงส์ (แต่ยังไม่ได้แชมป์)

มาริโน่

ลิเวอร์พูล เริ่มต้นปี 2018 ในคืนฉลองศักราชใหม่ ด้วยการบุกชนะเบิร์นลี่ย์ 2-1 ที่เทิร์ฟ มัวร์ เข็มนาฬิกาขยับเข้าสู่นาทีสุดท้ายของช่วงทดเจ็บ ทีมเยือนเพิ่งถูกตีเสมอหมาด ๆ ไม่กี่อึดใจ หลังโดนบอมบ์ด้วยลูกครอสส์ด้านข้าง รักนาร์ คลาวาน แพ้ดวลโหม่งกับแซม โวคส์ ก่อนโยฮันน์ กุดมุนด์สสัน พุ่งมาโหม่งซ้ำที่เสาสอง

Story

หัวใจที่ยิ่งใหญ่จนเอาชนะมะเร็งของวิอัลลี่

SPORTDesk. Team

หากคุณรู้ตัวว่าป่วยเป็นมะเร็ง คุณจะมีสภาพจิตใจเช่นไร?…หากคุณคือคนที่อยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิต ล่วงเข้าสู่วัย 70-80 ปี และที่ผ่านมาใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าแล้ว คุณอาจจะไม่รู้สึกตกอกตกใจอะไร และพร้อมที่จะเผชิญกับความตายที่รออยู่…แต่หากคุณตรวจพบโรคร้ายในวัยที่คุณยังมีไฟฝันอยู่ มันอาจจะเป็น ‘อุปสรรค’ กำแพงชีวิตที่สูงชัน ที่ทำให้คุณต้องทดท้อ สิ้นหวัง ความฝันมลายหายสิ้นไปชั่วพริบตา