ชาก้า : แข้งปืนกลัววัตฟอร์ดกันหมด?

พรีเมียร์ลีกคู่ใหญ่ประจำคืนวันอาทิตย์ ผลการแข่งขันกลับกลายเป็นว่าเหนือความคาดหมายไปหมด ที่วัตฟอร์ดสามารถไล่ตีเสมออาร์เซน่อลได้ 2-2 

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว จบครึ่งแรกที่สนาม วิคาเรจ โร้ด ปืนใหญ่เป็นฝ่ายนำไปก่อนแท้ๆ 2-0 จากการเหมา 2 ประตูของปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง 

สถิติการลุ้นประตูของวัตฟอร์ด ภายใต้การคุมทีมนัดแรกของ กีเก้ ซานเชส ฟลอเรส มีโอกาส “จบสกอร์” ถึง 31 ครั้งตลอด 90 นาที และเป็นโอกาสลุ้นประตูในครึ่งหลังโดยเฉพาะถึง 23 ครั้ง 

“ตัวเลข” นี้ สะท้อนให้เห็นถึงการแก้เกมของ กีเก้ ซานเชส ฟลอเรส ที่เอามาแก้ทาง อูไน เอเมรี่ กุนซืออาร์เซน่อล และทุกอย่างที่วัตฟอร์ดปั้นมาอย่างดีก็ได้ผลลัพธ์คือ 2 ประตูในครึ่งหลัง 

และทั้ง 2 ประตูก็มาจากความผิดพลาดของคู่เซนเตอร์อาร์เซน่อล โดยประตูแรก เกิดจาก โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส โดนบีบจนจ่ายบอลพลาด ส่วนอีกประตูมาจาก ดาวิด ลุยซ์ ทำเสียจุดโทษ ซึ่ง ดาวิด ลุยซ์ แม้จะเพิ่งลงเล่นให้อาร์เซน่อลไป 4 นัด แต่ทว่า เขาทำ “ลั่น” เสียจุดโทษไปแล้ว 2 ประตู 

ผลเสมอนัดนี้ของ อาร์เซน่อล (แบบที่น่าจะชนะด้วย)   ส่งผลให้ อาร์เซนอล ล้มเหลวไม่ชนะในพรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรก ที่พวกเขาทำประตูออกนำอย่างน้อย 2 ลูก โดยครั้งสุดท้ายคือเกมเสมอ เวสต์แฮม 3-3 เมื่อเดือนเมษายน 2016 

ด้าน กรานิต ชาก้า กัปตันทีมอาร์เซน่อล ถึงกับออกมายอมรับว่า บรรดานักเตะของอาร์เซน่อล “กลัว” การบดบี้ ไล่กดดันของแท็กติกส์ของวัตฟอร์ดกันหมด จนกระทั่งต้องชวดเก็บชัยออกจากวิคาเรจ โร้ด 

“ไม่มีนักเตะอาร์เซน่อลคนไหน อยากได้บอล อยากครองบอลเลย! แต่เราก็ยังยินดีกับคะแนนที่ได้นะ” กรานิต ชาก้า กองกลางวัย 26 ปีสวิตเซอร์แลนด์ แสดงความคิดเห็น

“ตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงวินาทีสุดท้ายของครึ่งหลัง เราไม่ได้เล่นตามเกมของเราอีกต่อไป พวกเราตกอยู่ในความหวาดกลัว”

“เรารู้ว่าพวกเขาจะบุกเข้าใส่และกดดันเรามากกว่าครึ่งแรก แต่ในสถานการณ์แบบนั้นพวกเราควรจะแสดงคาแรคเตอร์นักสู้ของเราให้มากกว่านี้ เราต้องเล่นแบบไม่กลัว”

“เราไม่มีคาแรคเตอร์เหมือนในครึ่งแรก และในครึ่งหลังพวกเราก็กลัวกันหัวหดกันหมด… พวกเขากดดันเราหนักกว่าครึ่งแรก แต่คุณจะเล่นแบบครึ่งหลังนี้ไม่ได้”

ด้าน อูไน เอเมรี่ กุนซืออาร์เซน่อล กลับไม่เห็นด้วยกับไอเดียของ ชาก้า กัปตันทีม เพราะเอเมรี่ มองว่า อาการ “กลัว” ที่ชาก้าพูดถึงนั้น เป็นเพียงแค่ความรู้สึกของกองกลางชาวสวิตเซอร์แลนด์แค่คนเดียวเท่านั้น 

แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของอาร์เซน่อล เริ่มไม่สู้ดีแล้ว ทั้งที่พวกเขาออกสตาร์ตด้วยการเก็บชัย 2 นัดแรก เหนือนิวคาสเซิล และ เบิร์นลี่ย์  แต่หลังจากนั้น 3 แมตช์ ปืนใหญ่ไม่อาจเก็บชัยได้เลย ในการดวลกับลิเวอร์พูล, สเปอร์ส และล่าสุด ก็เสมอกับวัตฟอร์ดอย่างน่าเจ็บใจ 

“กับการที่เราออกนำก่อน 2-0 แต่ไม่อาจชนะได้ มันย่อมทำให้เราผิดหวัง ปกติแล้วเราสามารถคอนโทรลสกอร์ในครึ่งหลังได้มากกว่าการที่จะคอนโทรลไม่ได้”

“เราคุยกันในห้องแต่งตัวว่าครึ่งหลังมันจะเป็นงานยาก ปกติคู่แข่งจะเร่งมากกว่าเราเพื่อเอาคืน แผนของเรานั้นเหมือนเดิมตั้งแต่ต้น  ข้อสรุปของผมคือเราต้องทำงานหนักและปรับปรุงในโปรแกรมต่อๆไป”

ปัจจุบัน อาร์เซน่อล คือ สโมสรที่ถูก “ล้อเป้า” มากที่สุด เมื่อนับรวม 5 นัดในพรีเมียร์ลีกลีกซีซั่นนี้  โดย ทีมของ อูไน เอเมรี่ โดนคู่แข่ง ส่องยิงไป 96 ครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นทีมที่โดนมากที่สุดใน 5 ลีกหลักของยุโรป  โดยเป็นการตรงกรอบ 31 ครั้ง เสีย 8 ประตู

โปรแกรมต่อไป อาร์เซน่อล จะต้องไปเยือน แฟรงค์เฟิร์ต ที่เยอรมนี ในยูฟ่า ยูโรป้า ลีก วันพฤหัสบดีนี้ และจะได้กลับมาเปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พบกับ แอสตัน วิลล่า ในค่ำคืนวันอาทิตย์

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ผ่าน 2 นัดในสัปดาห์นี้ไป แข้งปืนใหญ่ จะหาย “ขาสั่น” กันหรือยัง ?


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Feature

5 เรื่องที่ควรรู้ก่อนเปิดฉาก F1 ซีซั่น 2019

SPORTDesk. Team

สุดสัปดาห์นี้ สุดยอดกีฬาความเร็วอย่าง รถสูตรหนึ่ง หรือฟอร์มูล่า วัน 2019 จะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ และรายการ ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ จะเป็นรายการแรกของฤดูกาลที่ยอดนักขับจะมาชิงชัยกัน

Talk

วาร์ดี้-เคฮิลล์ลาสิงโต : คลื่นลูกใหม่มาลูกเก่าก็ต้องไป

SPORTDesk. Team

ไม่ใช่เรื่องที่เหนือการคาดหมายใดๆมากนัก สำหรับการอำลาทีมชาติอังกฤษพร้อมๆกันของ เจมี่ วาร์ดี้ และ แกรี่ เคฮิลล์ 2 นักเตะทีมชาติอังกฤษในวัย 30+ เพราะข่าวนี้ดูแล้วน่าจะมีการพูดคุยกันสักระยะมาแล้ว นับตั้งแต่จบศึกฟุตบอลโลก 2018 และรอช่วงเวลาที่ “เหมาะสม” จึงเปิดเผยข่าวการประกาศอำลาของสองนักเตะทีมชาติในเวลาพร้อมเพรียงกัน.

Thought

แพ้ “เพรสซิ่ง + เคาน์เตอร์แอตแทค” ถึงลุงวัช โดนปลดกลางอากาศ

ไข่มุกดำ

เป็นความพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ไลน์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน: ช้างศึก 1- 4 อินเดีย จบครึ่งแรกด้วยเปอร์เซนต์การครองบอลของ “ช้างศึก” ไทยแลนด์ เหนือกว่าอินเดีย 66:34% และโอกาสยิง 8:6 ครั้งที่เด็ก ๆ ของ มิโลวาน ราเยวัช ยิงเข้ากรอบมากกว่าที่ 8:4 ครั้ง ความรู้สึกของผมคือ: