การเผชิญหน้ากันอีกครั้งของ อัล ฮิลาล และ อุราวะ เรดส์ ในนัดชิงเจ้าสโมสรเอเชีย

หลังต่อสู้ห่ำหั่นกันบนพื้นหญ้ามากว่าขวบปีเต็ม ในที่สุดศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชียใบใหญ่สุดอย่าง “เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก” ประจำฤดูกาล 2019 ก็เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว

โดยคู่ชิงชนะเลิศในปีนี้เป็นการพบกันระหว่าง อัล ฮิลาล ยอดทีมจากซาอุดิอาระเบีย กับ อุราวะ เรดส์ ไดมอนด์ ยอดทีมจากญี่ปุ่น ที่ในรอบแบ่งกลุ่มเอาชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดได้แบบไปกลับเหย้า-เยือน

ทั้ง 2 ทีมจะลงแข่งขันกันแบบเหย้า-เยือน โดยวันเสาร์นี้ อัล ฮิลาล จะได้โอกาสลงเล่นใน คิง ซาอุด ยูนิเวอร์ซิตี้ สเตเดี้ยม รังเหย้าของตัวเองก่อน ส่วน อุราวะ เรดส์ ไดมอนด์ จะได้กลับไปเล่นที่ ไซตามะ สเตเดี้ยม บ้านของตัวเองในวันเสาร์หน้า

แม้จะไม่ได้รับความสนใจจากแฟนบอลชาวไทยเท่าที่ควร เพราะตัวแทนหนึ่งเดียวอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีอันต้องกระเด็นออกจากการแข่งขันไปตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ทว่าก็ยากที่จะปฏิเสธครับว่าเกมนัดชิงชนะเลิศคู่นี้เต็มไปด้วยความน่าสนใจ และน่าติดตาม

เนื่องจากตำแหน่งแชมป์ดังกล่าวเต็มเปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรีที่ไม่ต่างอะไรจากแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของทวีปยุโรป หรือแชมป์โคปา ลิเบอร์ตาโดเรส คัพของทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งทีมชนะเลิศจะได้ขึ้นชื่อเป็นเจ้าสโมสรของเอเชีย และมีชื่อติดทำเนียบแชมป์เป็นเกียรติยศของสโมสรต่อไป

นอกจากศักดิ์ศรีแล้ว เงินรางวัลที่แตกต่างกันเท่าตัวก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกมนัดนี้มีความสำคัญจนยากเกินกว่าจะเป็นการแข่งขันฟุตบอลนัดธรรมดาทั่วไป

ทีมแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก จะได้เงินรางวัล 4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 120 ล้านบาท ในขณะที่รองแชมป์จะได้รับ 2 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 60 ล้านบาท

ด้วยศักดิ์ศรีและเงินรางวัลดังกล่าวทั้ง อัล ฮิลาล และ อุราวะ เรดส์ ไดมอนด์ คงไม่อาจละสายตามองจากแชมป์รายการนี้ไปได้ และจะต้องขับเคี่ยวกันอย่างเต็มที่เพื่อก้าวขึ้นเถลิงบัลลังก์เจ้าสโมสรเอเชีย

อย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียงแค่ศักดิศรี เกียรติยศ และเงินรางวัลเท่านั้นที่จะเป็นแรงผลักดันให้กับทั้ง 2 ทีมต่อสู้ห่ำหั่นกันอย่างเต็มที่ เพราะในใจลึกๆแล้วทั้ง 2 ทีมต่างมีอดีตความหลัง ทั้งรอยยิ้มจากความสุข และคราบน้ำตาจากความเศร้าที่ยังคงฝังใจอยู่ด้วยกันทั้งคู่ จากการเผชิญหน้ากันในเกมรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2017

ย้อนหลังกลับไปในช่วงเวลาประมาณเดียวกันนี้คือเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2017 อัล ฮิลาล และ อุราวะ เรดส์ ไดมอนด์ ได้เผชิญหน้ากันในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ณ ตอนนั้น อัล ฮิลาล มาด้วยความมุ่งมั่นในฐานะทีมที่เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรายการนี้ได้มากที่สุด และเป็นแชมป์รายการนี้ถึง 2 สมัย และตั้งใจที่จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมที่ 2 ที่ได้ครองบัลลังก์เจ้าสโมสรเอเชียถึง 3 สมัย ต่อจาก โปฮัง สตีลเลอร์ ยอดทีมของเกาหลีใต้

ส่วน อุราวะ เรดส์ ไดมอนด์ มาในฐานะแชมป์ 1 สมัย และตั้งใจจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกจากญี่ปุ่นที่ได้แชมป์รายการนี้ 2 สมัย

หลังต่อสู้ขับเคี่ยวกันอย่างสูสีในแบบเหย้า-เยือน ผลสุดท้ายเป็น อุราวะ เรดส์ ไดมอนด์ ที่ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ครอบครองเป็นสมัยที่ 2 และเป็นทีมแรกจากญี่ปุ่นที่ได้ครองบัลลังก์เจ้าสโมสรเอเชียถึง 2 สมัย ส่วน อัล ฮิลาล ต้องช้ำใจในรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่พวกเขาต้องชอกช้ำได้เพียงแค่รองแชมป์

ไม่มีใครคาดคิด เวลาเพียงแค่ 713 วันทั้ง 2 ทีมได้โคจรกลับมาพบกันในรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง โดยที่ขุมกำลังผู้เล่นของทั้ง 2 ทีมจากเมื่อ ณ ตอนนั้น แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย ณ ตอนนี้

อับดุลลา อัล มายูฟ , ซัลมาน อัล ฟาราจ , ซาเลม อัล ดอลซารี ยังคงเป็นขุมกำลังหลักของ อัล ฮิลัล เพิ่มเติมด้วยตัวต่างชาติชั้นดีอย่าง เซบาสเตียน โจวิงโก้ และบาเฟติมบี้ โกมิส

ขณะที่ อุราวะ เรดส์ ไดมอนด์ ยังคงมี ชูซาคุ นิชิกาวะ , โทโมอากิ มากิโนะ , ยูซุเกะ คาชิวะกิ และชินโซ โคโรกิ เป็นขุมกำลังหลักเช่นเดิม

การได้โอกาสมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งจึงเป็นโอกาสดีที่พลพรรคนักเตะ อัล ฮิลาล จะได้ลบล้างความเจ็บช้ำจากความพ่ายแพ้ในครั้งก่อน และสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมที่ 2 ที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้มากที่สุด 3 สมัย

เฉกเช่นเดียวกันกับที่พลพรรคนักเตะของ อุราวะ เรดส์ ไดมอนด์ ที่จะได้โอกาสย้ำแค้นคู่ต่อกรของพวกเขาอีกครา รวมทั้งสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์รายการนี้ได้มากที่สุด 3 สมัยเช่นกัน

นอกจากนั้นการเผชิญหน้ากันครั้งนี้ยังเป็นโอกาสในการต่อสู้แย่งตำแหน่งดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนท์ของดาวยิงทั้ง 2 ทีมด้วย โดยตอนนี้ บาเฟติมบี้ โกมิส ดาวยิงชาวฝรั่งเศสของ อัล ฮิลาล นำเป็นดาวซัลโวที่ 10 ประตู ส่วน ชินโซ โคโรกิ ดาวยิงตัวเก๋าของอุราวะ เรดส์ ไดมอนด์ ตามมาในอันดับ 3 ที่ 8 ประตู

น่าติดตามครับว่าในท้ายที่สุดแล้วการเผชิญหน้ากันอีกครั้งของ อัล ฮิลาล และ อุราวะ เรดส์ ไดมอนด์ ในนัดชิงชนะเลิศเจ้าสโมสรเอเชียจะจบลงอย่างไร? จะเป็นยอดทีมจากดินแดนเศรษฐีน้ำมันที่สามารถล้างแค้นได้สำเร็จ หรือเป็นยอดทีมจากแดนอาทิตย์อุทัยที่สามารถย้ำแค้นได้อีกครั้ง

เราจะได้ติดตามไปพร้อมๆ กันครับ


MOST POPULAR

Thought

หงส์สุกงอม ?

อ่าน 23,230 ครั้ง

Thought

หงส์สุกงอม (2) ?

อ่าน 15,877 ครั้ง

Thought

หงส์แดงชนะเพราะ?

อ่าน 14,059 ครั้ง

RELATED POSTS

Story

ทีมชาติเอฟเฟ็กต์ : เนย์มาร์-เอ็มบัปเป้นัดกันเจ็บ

SPORTDesk. Team

นักเตะสโมสรต้องมาบาดเจ็บจากเกมทีมชาติ เป็นปัญหาของที่ดูจะกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานานสำหรับผู้จัดการทีมในระดับสโมสรที่ต้องปวดหัวตลอด…หากย้อนหลังกลับไป 10 ปีก่อน อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตผู้จัดการทีมอาร์เซน่อลเป็นต้องแสดงอาการฉุนขาด หัวฟัดหัวเหวี่ยงทุกครั้งที่มีนักเตะแข้งปืนใหญ่ไปบาดเจ็บมาจากเกมทีมชาติ

Story

เป๊ป : แชมป์คงต้องวัดกันจนหยดสุดท้าย

SPORTDesk. Team

ค่ำคืนนี้ พรีเมียร์ลีก อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบัลลังก์จ่าฝูง เพราะว่า แมนฯซิตี้ อันดับ 2 มีโปรแกรมเตะนัดที่ 26 ก่อนชาวบ้าน โดยจะไปเยือนกูดิสัน ปาร์คของ เอฟเวอร์ตัน

Thought

3 แต้มตามเป้า! ไม่ต้องคิดมาก

ไข่มุกดำ

จัดเป็น 90นาทีของเกมการแข่งขันที่ออสเตรเลียทำดีที่สุดแล้ว “ตามเป้า” ในหน้าที่ในสนาม แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นตามเป้าเพราะชายคนนี้ พอล ป๊อกบา กับประตูที่สร้าง “เฮดไลน์” ในทางที่ดี ณ จุดเริ่มต้นบอลโลก 2018ให้กับเค้า และทีมชาติน้ำหอม ฝรั่งเศส