10 เรื่องที่ควรรู้ 4 ลีกใหญ่ทิ้งท้าย เม.ย.

26 April 2019
275 VIEWS

เดือนที่ร้อนที่สุดของประเทศไทยกำลังจะผ่านพ้นไป พร้อมๆ กับสถานการณ์การลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก และบุนเดสลีกา ที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน และสัปดาห์นี้ ทั้ง 2 ลีกยังมีโอกาสพลิกผันได้เสมอ 

ส่วนในลีกอิตาลี แม้ ยูเวนตุส จะได้แชมป์ไปแล้ว แต่การลุ้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกก็ยังเข้มข้น ขณะที่ สเปน บาร์เซโลน่า ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์มากเข้าไปทุกขณะ 

พรีเมียร์ลีก

1.ลิเวอร์พูลรองจ่าฝูง ลงเล่นตั้งแต่คืนวันศุกร์ โดยจะเปิดบ้านพบกับฮัดเดอร์สฟิลด์ ซึ่งแม้ ลิเวอร์พูล ดูดีกว่าทุกด้าน แต่พวกเขาก็ ‘มีห่วง’ ในเกมกลางสัปดาห์ที่จะไปเจอกับบาร์เซโลน่า ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 

สำหรับคู่นี้ สถิติเฮดทูเฮด ลิเวอร์พูลเหนือกว่า เพราะหงส์แดงไม่แพ้ฮัดเดอร์สฟิลด์ 13 เกมติดต่อกันแล้ว (ชนะ 10 เสมอ 3 ) ครั้งสุดท้ายที่หงส์แดงแพ้ต้องย้อนเวลาไปไกลถึง 60 ปีที่แล้ว 

หากลิเวอร์พูลชนะได้ตั้งแต่คืนวันศุกร์ พวกเขาจะกลับไปเป็นจ่าฝูงเป็นการชั่วคราว อย่างน้อยก็ก่อนที่แมนฯซิตี้จะแข่งในวันอาทิตย์ 

2.ฝั่งแมนฯซิตี้ จ่าฝูง จะไปเยือนเบิร์นลี่ย์ ในวันอาทิตย์ ซึ่งเกมนี้ แมนฯซิตี้ อาจจะหมดสิทธิ์ใช้งานเควิน เดอ บรอยด์ ส่วนอิลคาย กุนโดกัน และ เฟร์นันดินโญ่ อาจจะต้องลุ้นเรื่องสภาพร่างกาย 

สำหรับลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เก็บชัยในลีกมา 11 นัดติดต่อกันแล้ว ส่วนการเจอกันของคู่นี้ 7 นัดหลังสุด เรือใบสีฟ้าชนะได้ถึง 6 นัด 

3.สเปอร์ส อันดับ 3 จะเปิดบ้าน ‘ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สเตเดี้ยม’ พบกับ เวสต์แฮม ซึ่ง ณ สนามแห่งนี้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ พาลูกทีมเก็บชัย 4 นัดรวดในทุกรายการและยังไม่เสียประตูเลย ขณะที่ แฮรี่ เคน ปิดเทอมไปแล้ว แต่ ซอน เฮือง มิน และ ลูคัส มูร่า ก็เป็นตัวปิดสกอร์ที่สามารถพอจะทดแทนได้ ส่วนฝั่งเวสต์แฮม เล่นเกมเยือนไม่ดี เพราะ ออกจากบ้าน 8 นัดหลังสุด แพ้ถึง 7 เกม

4.เชลซี จะไปเยือน แมนฯยูไนเต็ด ซึ่งเป็นบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์นี้ และถือเป็นการชิงเหลี่ยมแย่งพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 

สำหรับ แมนฯยูไนเต็ด กำลังประสบปัญหาเคราะห์กรรม แพ้ 5 จาก 6 นัดหลังสุดในทุกรายการ ขณะที่ฝั่งเชลซี ของเมาริซิโอ ซาร์รี่  อาจจะต้องขาด คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอยที่เจ็บยาวไปแล้ว ส่วน อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ก็บาดเจ็บ ขณะที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ มาร์กกอส อลอนโซ่  

อย่างไรก็ตาม สถิติเก่าๆ เวลาที่คู่นี้เจอกันที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด  แมนฯยูไนเต็ด ไม่แพ้ เชลซี  9 จาก 10 เกมหลังสุด 

5.อาร์เซน่อล ต้องไปเยือนเลสเตอร์ ซึ่งเกมนี้ อูไน เอเมรี่ มีปัญหานักเตะบาดเจ็บเพียบ อาทิ อาร่อน แรมซี่ย์ ขณะที่ ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง ก็สภาพไม่สมบูรณ์ ส่วน เลสเตอร์ ต้องขาด ดาเนียล อมาร์ตี้ ที่เจ็บ 

สถิติเฮดทูเฮดในการเจอกันของคู่นี้ อาร์เซน่อลไม่แพ้ต่อเลสเตอร์ 16 จาก 17 เกมหลังสุดที่เจอกัน 

บุนเดสลีกา

6.สถานการณ์การลุ้นแชมป์ระหว่าง บาเยิร์น และ ดอร์ทมุนด์ ยังคาดเดาไม่ได้ว่าถาดแชมป์จะไปอยู่ที่ใคร  โดยดอร์ทมุนด์ รองจ่าฝูงได้ลงเล่นก่อนในวันเสาร์ จะพบกับ ชาลเก้ 04 ซึ่งถือเป็นเกมดาร์บี้แมตช์แห่งแคว้นรูห์  โดยดอร์ทมุนด์ อาจจะมีปัญหาในตำแหน่งแบ็กขวาที่พาเหรดกันเจ็บหมดเลย ทั้งลูคัส ปิสซ์แซค และ อาชาม ฮาคิมี่  ดังนั้น ลูเซียง ฟาฟร์ อาจจะโยกมาริอุส โวล์ฟมาช่วยงานจุดนี้

สำหรับ คู่นี้แม้จะเป็นเกมดาร์บี้แมตช์ แต่ 5 นัดหลังสุดที่คู่นี้ดวลกันที่ซินัล อิดูน่า ปาร์ค บ้านของดอร์ทมุนด์  เป็นฝ่ายเสือเหลืองที่ไม่แพ้เลย 5 เกมหลังสุด 

7.บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูงลงเล่นในวันอาทิตย์ จะไปเยือนเนิร์นแบร์ก ทีมในกลุ่มท้ายตาราง 

สำหรับ บาเยิร์น ชนะมา 5 นัดติดต่อกันในทุกรายการ แต่เกมนี้ ก็ยังขาด มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูที่บาดเจ็บ, ฟรองค์ ริเบรี่ และ อาร์เยน ร็อบเบน 2 ตัวเก๋าก็ยังไม่ฟิต แต่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ตอนนี้นำเป็นดาวซัลโวลีกเมืองเบียร์ยังไว้ใจได้ เพราะยิงไปแล้ว 21 ประตู 

กัลโช่ เซเรีย อา

8.ยูเวนตุส แม้จะได้แชมป์ไปแล้ว แต่สุดสัปดาห์นี้ต้องทำศึก ดาร์บี้แมตช์ ดิ อิตาเลีย โดยต้องไปเยือนอินเตอร์ มิลาน ในคืนวันเสาร์ ซึ่งเกมนี้ ยูเว่ มีตัวเจ็บจำนวนมาก อาทิ ดักลาส คอสต้า, มาริโอ มานด์ซูคิช, เปาโล ดีบาล่า, ซามี เคห์ดิร่า ขณะที่ฝั่งอินเตอร์ มิลาน แทบจะฟูลทีม และช่วงหลังๆ เมาโร่ อิคาร์ดี้ กลับมามีส่วนรวมกับทัพงูใหญ่มากขึ้นด้วย

ด้าน เอซี มิลาน กำลังขับเคี่ยวแย่งอันดับ 4 อย่างหนัก กับ อตาลันต้า และ โรม่า โดยสุดสัปดาห์นี้ เอซี มิลาน ต้องไปเยือนโตริโน่ โดยลูกทีมของเจนาโร่ กัตตูโซ่ มีเพียงแกนหลักอย่างเจียโคโม่ โบนาเวนตูร่าที่บาดเจ็บ ขณะที่ฝั่ง โตริโน่ มี 2 แกนหลักที่ติดโทษแบน อาทิ ซิโมเน่ ซาซ่า และ ดาเนียเล่ บาเซลลี่ 

ลาลีกา

9.บาร์เซโลน่า เตรียมฉลองแชมป์เลย ถ้าหากชนะเลบันเต้ ในเกมคืนวันเสาร์นี้  เพราะลาลีกาจะเหลือโปรแกรม 3 นัด และ บาร์ซ่า จะทิ้งห่างแอต.มาดริด 9 คะแนนทันที (ซึ่งบาร์ซ่าก็มีเฮดทูเฮดที่ดีกว่าแอต.มาดริด)

สำหรับ นัดนี้ เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ อาจจะพักแกนหลักหลายคน เพื่อให้พร้อมฟัดกับหงส์แดง ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก โดยนัดนี้อาจจะได้เห็น เคลม็องต์ ลองเลต์, ซามูเอล อุมติตี้, เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง และ มัลคอม เป็นตัวจริง

เฮดทูเฮด ของคู่นี้ เวลาเจอกันที่คัมป์ นู  บาร์ซ่าเก็บชัยได้รวด 13 นัดที่เจอกันล่าสุด

10.ด้านแอต.มาดริด จะเปิดบ้านพบกับเรอัล บายาโดลิด ที่กำลังหนีตายสุดชีวิต แน่นอนว่าตราหมีจะไม่มีดีเอโก้ คอสต้าที่ติดโทษแบน, ลูคัส แฟร์นันเดซ และ โฆเซ่ ฆิมิเนซ บาดเจ็บ แต่ฝั่งบายาโดลิด วิกฤตกว่าเยอะ เพราะมีตัวหลักที่เจ็บ 7 คน ขณะที่ กิโก โอลิบาส ก็ติดโทษแบน

อย่างไรก็ตาม แอต.มาดริด มีสถิติการเล่นในบ้านที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะไม่แพ้ใครในลีก 36 จาก 38 นัดหลังสุด 

ด้าน เรอัล มาดริด ของ ซีเนอดีน ซีดาน จะไปเยือน ราโย ที่อยู่อันดับบ๊วย และกำลังจะตกชั้นอย่างเป็นทางการ

แม้เกมนี้จะเป็นดาร์บี้แมตช์เมืองมาดริด เวอร์ชั่นจิ๋ว แต่ เรอัล  มาดริด เหนือกว่าทุกประการ และ คาริม เบนเซม่า กองหน้าที่ซัดไปแล้ว 21 ประตูในลีกกำลังมั่นใจสุดๆ และพวกเขาจำเป็นต้องเก็บชัยไปจนสิ้นสุดฤดูกาล และเฮดทูเฮด 6 นัดหลังสุด ราชันชุดขาวเป็นฝ่ายเก็บชัยได้ทั้งหมด