การหวนคืนสู่วงการอีกครั้งของบิ๊กฟิล

หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ หรือ แฟนบอลชาวไทยเราเรียกสั้นๆว่า “บิ๊กฟิล” เคยมีจุดสูงสุดของชีวิตการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล นั่นคือพาทีมชาติบราซิล ก้าวเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 5 ในแบบฉบับฟุตบอลโลกเวอร์ชั่นเอเชียญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เมื่อ 2002 หรือ 16 ปีก่อน

ย้อนความทรงจำในวันนั้น บิ๊กฟิล ผสมผสานทีมชาติบราซิลอย่างลงตัว ด้วยการจับ 3 ประสานแนวรุก 3R ลงเล่นเคียงข้างกัน ทั้งโรนัลโด้,ริวัลโด้และโรนัลดินโญ่ (หากจะบวกอีกหนึ่ง R อย่างโรแบร์โต้ คาร์ลอส เข้าไปด้วยก็ได้) จนกระทั่งกรุยทางสู่แชมป์โลกได้ในท้ายที่สุด

นับจากนั้น ชื่อของบิ๊กฟิล ป้วนเปี้ยนอยู่กับทีมบิ๊กเนม อาทิ คุมทีมชาติโปรตุเกสในยูโร 2004 และปิดจ็อบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ยูโรอย่างน่าเสียดายเป็นที่สุด ก่อนที่จะหันมาจับงานในสโมสรใหญ่ในอังกฤษ อย่างเชลซี เมื่อปี 2008 แต่เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะแค่ 8 เดือนที่รับงาน ต่างก็ต้องทางใครทางมันกับสโมสรแล้ว

ชื่อของ บิ๊กฟิล กลับมาอยู่ในสายตาแฟนบอลทั้งโลกอีกครั้งก็เมื่อ 4 ปีก่อน เมื่อเขาต้องเอาสองบ่าแบกความกดดันคุมทีมชาติบราซิลลุยฟุตบอลโลก 2014 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ

แต่ภาพจำของคนทั้งโลกกลับเป็นภาพนัดรองชนะเลิศที่โดนเยอรมันอัดยับเยิน 7-1 , ต่อด้วยนัดชิงที่ 3 ที่ขุนพลเซเลเซาโดนเนเธอร์แลนด์ของหลุยส์ ฟาน กัล บวกความชอกช้ำเข้าไปอีก 3-0

แต่ด้วยบารมี การ “เคย” พาบราซิลมาแล้วหนึ่งครั้ง ทำให้ส่วนหนึ่งก็ช่วยลดทอนกระแสโจมตีทีมชาติในเวลานั้น ได้ไม่น้อย
จากนั้นเขาจับงานคุมเกรมิโอ สโมสรในบ้านเกิด 1 ฤดูกาล เมื่อปี 2014-2015 แต่ชีพจรของบิ๊กฟิลก็ลงเท้าอีกครั้ง เมื่อมารับงานคุมทีมยักษ์ใหญ่ลีกจีน อย่าง กว่างโจว เอฟเวอร์แกรนด์ และสามารถพาทีมไปไกลสุดความฝันถึงตำแหน่งแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 2015 ด้วย

หลังจากจบฤดูกาล 2017 หากลงลึกวันที่แบบชัดๆ คือคุมทีมนัดสุดท้าย เมื่อ 9 พฤศจิกายน 2017 บิ๊กฟิลเลือกที่จะขอไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัดแดนมังกร นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ที่บิ๊กฟิลว่างเว้นจากกลิ่นสาบหญ้าในสนามฟุตบอล เอาเลขกลมๆคือ 9 เดือนที่เขาว่างงาน

แต่วันนี้ ชื่อของบิ๊กฟิล ปรากฏในหน้าสื่อกีฬาออนไลน์อีกครั้ง จากการที่เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผู้จัดการทีม “พาไมรัส” เป็นรอบที่ 3

โดยครั้งแรกคุมทีมระหว่างปี 1997-2000 และพกพาแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ อย่างถ้วยโคปา ลิเบอร์ตาโดเรส ปี 1999 พ่วงมาด้วย , ส่วนคำรบที่ 2 คือปี 2010-2012 นั่นคือช่วงที่เขาหลบเลียแผล จากผลงานอันเจ็บช้ำกับเชลซีในช่วงเวลาก่อนหน้า และกลับมารอบที่ 3 ณ ปัจจุบันนี้

ตัวเลข 3 รอบ กับการทีมสโมสรเดิม นั่นแปลง่ายๆ ว่า เขาย่อมรู้ตื้นลึกหนาบางของทีมทีมนี้เป็นอย่างดี

บนวัย 69 ปีของหลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ นี่คือปีที่ 36 ในเส้นทางการเป็นผู้จัดการทีมทั้งสโมสร และ ทีมชาติ มาทั่วโลก นี่อาจจะเป็นงานลำดับท้ายๆ ในชีวิตของบิ๊กฟิลแล้ว

แต่อย่างน้อยการได้เห็น ชายชรา คนนี้ ในมาดคุณลุงผู้มากบารมี นักเตะบราซิเลี่ยน ต่างให้ความเคารพ

แหละนี่คือชายคนคนล่าสุด ที่พาบราซิลเป็นแชมป์โลก (แม้มันจะนานมากๆแล้วก็ตาม)

อย่างน้อยๆ ก็เป็นภาพที่สวยงามของฟุตบอล ณ ปี 2018…



RELATED POSTS

Thought

4 แต้ม มากแต่น้อย หรือ น้อยแต่มาก

มาริโน่

หลังศึก If You Want Blood (You’ve Got It) ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม จบด้วยชัยชนะของแชมป์เก่า แมนฯ ซิตี้ 2-1 ช่องว่างห่างจ่าฝูงบนตารางอย่างลิเวอร์พูล ถูกบีบจาก 7 ลงมาเหลือตาม 4 คะแนน

Feature

10 ประเด็นเก็บตกพรีเมียร์ลีก-ลาลีกา สัปดาห์วันเด็ก

SPORTDesk. Team

พรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้ ลิเวอร์พูลยังคงยึดจ่าฝูงไว้ได้อย่างแม่นมั่น อย่างน้อยๆก็ยังทำคะแนนหนีแมนฯซิตี้ รองจ่าฝูงที่กำลังจะลงสนามค่ำคืนวันจันทร์, ขณะที่บิ๊กแมตช์ แมนฯยูไนเต็ด บุกชนะ สเปอร์ส ชนิดที่ต้องยกความดีความชอบให้กับดาบิด เด เคอา ไปเต็มๆที่เซฟอุตลุด , ขณะที่ ลาลีกา ลีโอเนล เมสซี่ ทำสถิติยิงประตูในเกมลีกทะลุ 400 ประตูเข้าให้แล้ว และยังมีอีกหลากหลายประเด็นให้ได้เก็บตกกัน

Story

เอเมรี่กังวลปืนลุ้นที่ 4 ยาก หลังหยุดสถิติไม่แพ้ 22 นัด

SPORTDesk. Team

โดยเกมที่เซนต์ แมรี่ เซาแธมป์ตัน ที่ได้กุนซือใหม่อย่าง ราล์ฟ ฮาเซนฮุสเทิล คุมทีมในรังเป็นเกมแรก หลังจากนัดที่แล้วเจอเกมพ่ายแพ้ในเกมนอกบ้านมา คราวนี้นักเตะเซาแธมป์ตันรวบรวมพลังและศักยภาพทั้งหมดออกมา จนกระทั่งปราบทีมในกลุ่มหัวตารางอย่างอาร์เซน่อลได้ 3-2 และนี่คือ 3 คะแนนแรกของกุนซือชาวออสเตรียน