งานเลี้ยงอำลาของรูนี่ย์

16 November 2018
155 VIEWS

ค่ำคืนสุดท้ายของเวย์น รูนี่ย์ กับการสวมยูนิฟอร์มเครื่องแบบทีมชาติอังกฤษได้ผ่านพ้นไปแล้ว และนับเป็นประสบการณ์อันหอมหวานชวนฝันของรูนี่ย์ เพราะทีมชาติอังกฤษเปิดเวมบลี่ย์เอาถล่มคู่แข่งสหรัฐอเมริกาขาดลอย 3-0 โดยเวย์น รูนี่ย์ พระเอกของงานนี้ได้มีโอกาสสัมผัสค่ำคืนแห่งการจากลาราว ๆ 33 นาทีในช่วงท้ายเกม

ความจริงแล้ว พิธีอำลาการรับใช้ชาติ มีพิธีการเล็ก ๆ น้อย ๆ ตั้งแต่ต้นเกม โดยเกร็ก คลาร์ก ประธานเอฟเอ และแฮรี่ เคน ได้มามอบโลห่เกียรติยศให้รูนี่ย์ ซึ่งกองหน้าวัย 33 ปีจาก ดีซี ยูไนเต็ด เปิดเผยในภายหลังว่าเขาจงใจเลือกให้แฮรี่ เคน มาเป็นคนมอบโลห์เกียรติยศแก่เขา เพราะเขาเชื่อว่าต่อไปในอนาคตจะเป็นคนทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดในทีมชาติอังกฤษของเขาอย่างแน่นอน

ช่วงวินาทีที่ เวย์น รูนี่ย์ ได้รับโอกาสลงเล่นให้ในนามทีมชาติอังกฤษ นัดที่ 120 แฟน ๆ สิงโตคำรามต่างลุกขึ้นสแตนดิ้ง โอเวชั่นให้กับกัปตันทีมชาติ เจ้าของเสื้อหมายเลข 10 ด้วยความให้เกียรติและเคารพในสิ่งที่กองหน้าวัย 33 ปีทำให้กับทีมชาติมาเสมอ และแม้นัดนี้รูนี่ย์จะเบิกสกอร์ส่งท้ายการติดทีมชาติไม่ได้ แต่เขาก็ยังครองสถิติเป็นดาวยิงสูงสุดของทีมชาติอังกฤษตลอดกาลด้วยจำนวน 53 ประตู จากการเล่นตลอดรับใช้ชาติ 16 ปี นับตั้งแต่ 2003-2018

โดยตลอดช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา รูนี่ย์ ต้องมาใช้ชีวิตร่วมแคมป์ทีมชาติกับรุ่นน้องไฟแรง และรูนี่ย์ รู้ดีว่าทีมชาติอังกฤษมีอนาคตที่สดใสรออยู่ แม้ว่ารุ่นพี่อย่างเขาจะได้อำลาทีมชาติอย่างเป็นทางการไปแล้วก็ตาม

“ความเห็นส่วนตัวของผมนะ…สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดในสัปดาห์นี้ ผมว่าทีมอยู่ในการดูแลที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการซ้อม และการตอบสนองของนักเตะน้อง ๆ ก็ยอดเยี่ยมมาก ๆ

“น้อง ๆ เป็นกลุ่มนักเตะดาวรุ่งที่มีอนาคตสดใสรออยู่ และพวกเขาจะค่อยๆเข้าใกล้กับการเป็นทีมที่จะนำถ้วยแชมป์กลับมาที่อังกฤษ ผมหวังว่าพวกเขาจะทำได้ ผมจะคอยเป็นแฟนบอลและคอยเชียร์พวกเขา

“ค่ำคืนนี้ มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากในการจบเส้นทางการรับใช้ชาติของผม…ผมว่าน้องๆเพื่อนร่วมทีมเล่นได้ยอดเยี่ยม โชคไม่ดีนิดนึงที่ผมยิงไม่ได้ แต่เกมนี้จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน…” รูนี่ย์ เปิดใจกับค่ำคืนแห่งการอำลา

สำหรับค่ำคืนงานเลี้ยงอำลาของรูนี่ย์นั้น แกเร็ธ เซาธ์เกตยังคงแนวทางชัดเจนว่าอยากจะผลักดันนักเตะดาวรุ่งให้มารับใช้ชาติ และเขาต้องการถ่ายสายเลือดใหม่ ต่อจากยุคโกลเด้น เจเนอเรชั่นของรูนี่ย์ โดย 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงโชว์ลีลาในเกมนี้ มีประสบการณ์ติดทีมชาติอังกฤษ รวมกันทั้งหมดได้แค่ 94 นัดเท่านั้น

โดยถือว่านัดนี้ เป็นนัดที่นักเตะตัวจริงทีมชาติอังกฤษติดทีมชาติอังกฤษ รวมกันน้อยที่สุด นับตั้งแต่ พฤษภาคม 1980 หรือในรอบ 38 ปี โดยในอดีตกาลนั้น 11 ตัวจริงทีมชาติอังกฤษในวันที่ดวลกับออสเตรเลีย เมื่อเกือบๆ 4 ทศวรรษก่อน มีประสบการณ์การติดทีมชาติรวมกันแค่ 46 ครั้งเท่านั้น

ขณะที่ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษผู้เปิดโอกาสให้รูนี่ย์ได้สั่งลาแฟนๆที่เวมบลี่ย์ ได้เปิดใจเขาชื่นชมอดีตกองหน้าแมนฯยูไนเต็ดที่เป็นคนอ่อนน้อม และเป็นที่ยอมรับของรุ่นน้องในทีมสิงโตคำราม

“จากวิสัยทัศน์ของเรา เรากำลังพูดถึงกันเยอะเกี่ยวกับการเล่นเพื่อทีมชาติอังกฤษมีความหมายมากแค่ไหน การได้สวมเสื้อทีมชาติมีค่ามาก ๆ และควรให้ความยอมรับนับถือในตัวนักเตะคนนั้น ๆ

“ผมคิดว่านักเตะทุกคนต่างทำหน้าที่ได้ดีในสัปดาห์นี้ เราให้เวย์น รูนี่ย์ ได้เล่นสั่งลาอย่างที่เขาสมควรจะได้รับเกียรติยศนั้นจริง ๆ คุณคงเห็นบางโมเมนต์ที่เป็นการเล่นคุณภาพจริง ๆ จากตัวเขาในเกมนี้

“เวย์น รูนี่ย์ได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่เขามีในเกมนัดนี้แล้ว เขาฝึกซ้อมเหมือนๆกับทุกคน เขาไม่เคยร้องขอสิทธิพิเศษใดๆเหนือคนอื่น และเขามุ่งมั่นในชัยชนะทุกๆเกมที่เขาเกี่ยวข้องในทีมชาติ” เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษ เปิดใจถึงรูนี่ย์

สำหรับ นัดงานเลี้ยงอำลาของรูนี่ย์นั้น มีสถิติใหม่ๆกับทีมชาติมากมาย โดยชัยชนะ 3-0 เป็นชัยชนะที่อังกฤษเอาชนะคู่แข่งได้ขาดลอยที่สุดในเวมบลี่ย์ นับตั้งแต่อังกฤษชนะสกอตแลนด์ 3-0 เมื่อ พ.ย. 2016, เจ้าหนู คาลัม วิลสัน กลายเป็นนักเตะสโมสรบอร์นมัธคนแรกที่ยิงประตูให้ทีมชาติอังกฤษได้ และเขาก็เป็นนักเตะที่ติดทีมชาติอังกฤษนัดแรกแล้วยิงได้เลย นับตั้งแต่คนสุดท้ายก็คือมาร์คัส แรชฟอร์มที่ทำได้เมื่อปี 2016

นอกจากนี้ เทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กลายเป็นนักเตะลิเวอร์พูลที่อายุน้อยที่สุดที่พังประตูให้ทีมชาติอังกฤษได้ ด้วยวัย 20 ปี 39 วัน นับตั้งแต่ไมเคิล โอเว่น ยิงใส่ลักแซมเบิร์ก เมื่อ ก.ย. 1999 โดยตอนนั้นโอเว่น อายุ 19 ปี 264 วัน

นี่คือเรื่องราวดี ๆ ของทีมชาติอังกฤษ ในงานเลี้ยงอำลาของรูนี่ย์…