ซาร์รี่ คืนความสุขให้เชลซี

หนึ่งในเซอร์ไพรส์ช่วงต้นฤดูกาล ต้องยกให้การออกสตาร์ตของเชลซี ในยุคกุนซือใหม่ป้ายแดงอย่างเมาริซิโอ ซาร์รี่

แม้แต่เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ได้งัดข้อประลองฝีมือไปแล้วสองครั้่ง ยังยกนิ้วว่าแปลกใจที่โค้ชชาวอิตาเลียน เข้ามาพลิกโฉมสิงห์บลูส์แทบจำไม่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ทั้งที่นักเตะตัวจริงเกือบทั้งหมด ก็หน้าตาใกล้เคียงกับชุดเดียวกับปีก่อนภายใต้อันโตนิโอ คอนเต้

แต่ซาร์รี่ จัดการเปลี่ยนแบบยกเครื่อง ทั้งระบบการเล่นจากหลังสามมายืนแบ็กโฟร์ ทั้งสไตล์จากเคยเน้นรับในแดนตัวเอง หันมาต่อบอล และบีบสูงถึงฝั่งคู่แข่ง

เคยมีการวิเคราะห์กันว่าฟุตบอลแบบ “ซาร์รี่-บอล” กว่าที่เชลซี จะปรับตัวเล่นได้ คงใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจเป็นปี

นาทีนี้ แม้ซาร์รี่ ยอมรับว่าลูกทีมยังทำได้ไม่เพอร์เฟ็กต์ แต่เท่าที่เห็น หลายคนคงพูดเป็นเสียงเดียวว่าเชลซี มาไกลเกินความคาดหมาย

พร้อมกับความสงสัยว่ากุนซือรายนี้ ทำได้อย่างไร ในขณะที่คล็อปป์ ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะปั้นลิเวอร์พูล ให้เป็นตัว หรือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดทนถึงปีเต็มก่อนแมนฯ ซิตี้ กลายเป็นทีมอย่างที่เห็น

พอจะสรุปคำตอบด้วยคำสั้่นที่สุด นั่นคือ…”แฮปปี้”

ถ้าเปรียบเชลซี กับบ้านหลังหนึ่ง พวกเขาในยุคของคอนเต้ คงเหมือนบ้านหลังงาม อลังการจนน่าเรียกคฤหาสถ์ แต่บรรยากาศของสมาชิกในบ้าน กลับหารอยยิ้มได้ยาก หลายคนไม่มีความสุข รู้สึกอึดอัดสวนทางกับขนาดความใหญ่โต

ซาร์รี่ เข้ามาเปลี่ยนมู้ด แอนด์ โทน ตรงนั้น ยืมสโลแกนคสช. ด้วยการคืนความสุขให้คนอาศัย เมื่อทุกคนแฮปปี้ ตั้่งแต่เจ้าของและผู้บริหาร ยันนักเตะและแฟนบอล

อะไรที่ว่ายาก ก็แก้ง่ายกว่าพลิกฝ่ามือ

ฉะนั้น ต้องหาสาเหตุก่อนว่าอะไร และทำไม กุนซือคนก่อนอย่างคอนเต้ ถึงไปไม่รอด ทั้งที่พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ตามด้วยเอฟเอ คัพ ในระยะเวลาแค่สองปี

คำตอบพอจะได้คร่าว ๆ ว่า

  1. ขัดแย้งง่ายกับบอร์ดบริหาร
  2. วางกฏเข้ม ตึงเปรี๊ยะเกินไปกับลูกทีมจนรู้สึกอึดอัด
  3. ฟุตบอลในแบบคอนเต้ ไม่ถูกใจใครหลายคนที่อยากให้กล้าเล่นเกมรุกมากกว่านี้

นี่คือชนวนสามข้อหลัก ๆ ที่เคยทำให้บ้านหลังนี้ร้อนเป็นไฟ และซาร์รี่ คือคนที่หิ้วถังน้ำมาดับความรุ่มร้อนเหล่านี้ให้เย็นลง

หนึ่ง เขายืนอยู่เหนือความขัดแย้งกับผู้บริหาร ต่อให้ช่วงซัมเมอร์ได้นักเตะใหม่มาเสริมทัพแค่จอร์จินโญ่ กับมาเตโอ โควาซิช  ส่วนนายทวาร เคปา อาร์ริซาบาลาก้า ถือเป็นการทดแทนธีโบต์ กูร์กตัวส์

ซาร์รี่ ไม่ปริปากบ่นสักคำ แม้ในใจมีเป้าหมายบางคนที่อยากได้

ความสัมพันธ์ของซาร์รี่ กับอบราโมวิช เป็นไปด้วยดี รวมถึงติดต่อพูดคุยเป็นประจำทุกวันกับมาริน่า กรานอฟสกายา ไดเรคเตอร์คนสนิทของเสี่ยหมีระดับมองตาก็รู้ อืมนะ

ง่ายๆ ว่าได้ใจคนเบื้องบน ต่อให้ทำงานพลาดบ้างไรบ้าง ก็ยังติดไฟยากกว่าน้ำมันอย่างคอนเต้

ผ่านด่านแรกเรียบร้อย ก็เข้าสู่โหมดสองคือเอาหัวใจของลูกทีมกลับมา

ซาร์รี่ ทำการบ้านมาจนรู้ว่าในสมัยของคอนเต้ นักเตะเชลซี ไม่มีความสุข มีความรู้สึกอึดอัดเหมือนกลับไปเป็นเด็กในโรงเรียนประจำ ด้วยกฏเกณฑ์ เงื่อนไขหลายอย่างที่อดีตกุนซือตั้งขึ้น

มันส่งผลต่อความพยายามในสนาม การให้ใจของนักเตะกับกุนซือ  ทุกอย่างพังพินาศลงไม่เป็นท่า

ซาร์รี่ ทลายกำแพงอันน่าอึดอัดเหล่านี้ทิ้งเสีย เขาเปิดโอกาสให้นักเตะแบ่งปันมุมมองความเห็น เช่นเดียวกับสตาฟฟ์โค้ช ก่อนเป็นคนตัดสินใจในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดต่อทีม

ถ้าเป็นคอนเต้ มันคงเป็นคำพูดทำนอง “ผมคือเจ้านาย ผมตัดสินใจเอง”

แต่ซาร์รี่ จะเลือกพูดว่า “ผมคือเจ้านาย แต่ผมพร้อมจะคุยกับพวกคุณ”

ต่อมา ซาร์รี่ ทำให้ค็อบแฮม กลับมาเป็นบ้านที่ทุกคนมีความสุขที่จะมา  เขาถือคติว่าการทำงานต้องซีเรียส จริงจัง แต่เวลาเดียวกันก็ต้องมีความสุขที่จะทำ ไม่ใช่โดนบังคับ

บนโต๊ะอาหารกลับมาฟูลออปชั่นด้วยเครื่องปรุงอย่างซอสมะเขือเทศ เกลือ รวมถึงเนย อีกครั้ง หลังมันเคยสิ่งต้องห้ามในยุคคอนเต้

เชฟสามารถเสิร์ฟเค้ก หรือ “ไผ่ทอง ไอสครีม” (ของแท้ต้องส.เสือ)ให้นักเตะได้เอนจอยอีตติ้ง จากเมื่อก่อนมองเมนู มีแต่ถั่ว ธัญพืช เห็นนักบอลเป็นนกไปได้

แม้แต่ธรรมเนียมปฏิบัติที่มาก่อนคอนเต้ แล้วด้วยซ้ำ อย่างการรวมพลมานอนโรงแรมคืนก่อนแมตช์ในบ้าน ซาร์รี่ ก็ยืดหยุ่นว่ามันไม่จำเป็นอีกต่อไป

เขาเชื่อในความเป็นมืออาชีพของนักเตะว่าทุกคนจะเฝ้าบ้านไม่หนีเที่ยวในคืนก่อนลงสนาม นักบอลสามารถพักผ่อนอยู่กับครอบครัว แทนจะขลุกตัวในห้องสี่เหลี่ยม นับเวลารอว่าเมื่อไหร่จะเล่น กลายเป็นความเครียดไปเสียอีก

เท่านี้ ซาร์รี่ ได้ใจลูกทีมไปเต็มๆ ไม่น่าแปลกที่เชลซี กลับมาเล่นบอลแบบมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ดูสนุกสนานกับมันเหมือนย้อนวันวานในวัยกระเตาะ….



RELATED POSTS

Story

ปิเก้ลากระทิง : ถึงเวลาหรือว่ารอยร้าวยากประสาน

SPORTDesk. Team

เคราร์ด ปิเก้ กองหลังทีมชาติสเปน เป็นนักเตะระดับท็อปของโลกคนล่าสุดที่เลือกโบกมือลา หันหลังให้กับทีมชาติของตัวเอง ทั้งที่เขาเพิ่งอายุ 31 ปีเท่านั้น ซึ่งถ้าหากว่ากันตามหลักวิทยาศาสตร์และหลักสถิติตัวเลข ณ ปัจจุบัน นักเตะอย่าง  ปิเก้ ยังสามารถเล่นให้ “ลา โรฆา” ได้อีก 2-3 ปี

Story

ปิดฉากสุดท้ายชีวิตนักฟุตบอลของโจ โคล

SPORTDesk. Team

โจ โคล อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ เพิ่งจะฉลองวันเกิดครบรอบ 37 ปี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเขาห่างหายไปจากหน้าหนังสือพิมพ์กีฬามาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว แต่คราวนี้เขากลับมาครอบครองพื้นที่สื่ออีกครั้ง จากข่าวสารที่เขาเพิ่งประกาศออกมาว่ามันถึงเวลาแล้วที่้ต้องยุติเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ หลังจากตรากตรำขับเคี่ยวบนสมรภูมิสนามหญ้ามาเป็นเวลา 20 กว่าปี

Thought

“ความทรงจำครั้งใหม่” ที่บูกิต จาลิล

Dechruch

ในชีวิตของมนุษย์ที่“ปฏิทิน” กับ “นาฬิกา” ต่างพร้อมใจกันก้าวเดินไปข้างหน้า โดยไม่แยแสที่จะหันหลังกลับมามอง “วัน” และ “เวลา” ที่พวกมันเคยก้าวข้ามผ่านไปแล้ว  “ความทรงจำ” จึงทำหน้าที่เป็นเสมือน “ฮาร์ดดิสก์” หรือ “เมมโมรี่ การ์ด” ที่ช่วยเก็บรักษา “ภาพเหตุการณ์”หรือ “เรื่องราวสำคัญ” ในโลกของ“ฟุตบอล” ที่เราไม่อยากลืม ให้คงอยู่ในความคิดของเรา