ซานโช่ : ดาวรุ่งที่ไม่มีใครหยุดได้…

12 October 2018
304 VIEWS

ค่ำคืน 12 ตุลาคม 2018 ทีมชาติอังกฤษ มีโปรแกรมยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก A กลุ่ม 4 ด้วยการบุกไปเยือนโครเอเชีย รองแชมป์โลกที่กำลังหาฟอร์มเก่งไม่เจอ ประเด็นที่น่าสนใจของเกมนี้ก็คือ ชื่อของดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษอย่าง จาดอน ซานโช่ แนวรุกวัย 18 ปี จากสโมสรดอร์ทมุนด์ในเวทีบุนเดสลีกา ที่น่าจะได้ประเดิมทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เป็นเกมแรก หากไม่มีอะไรพลิกโผ

ช่วงชีวิตในวัยเด็กและครอบครัวของจาดอน ซานโช่นั้น เขาเติบโตที่อังกฤษทางตอนใต้ในกรุงลอนดอน ก่อนที่จะเข้ามาเป็นเด็กในอคาเดมี่ของสโมสรวัตฟอร์ด ในวัย 7 ปี จากนั้นเขาก็ฝึกฝนฝีเท้ากับวัตฟอร์ดจนกระทั่งถึงอายุ 15

ณ เข็มนาฬิกาตอนที่ซานโช่ อายุ 13 ปี เขาเดินไปบอกกับ หลุยส์ แซนคาสเตอร์ โค้ชผู้ดูแลอคาเดมี่วัตฟอร์ดว่า เขาอยากจะประสบความสำเร็จในอาชีพนักฟุตบอล “ตอนนั้นผมถามจาดอนว่า ‘ความฝันของนายคืออะไร’ เขามองตาผม และเขาก็บอกว่า เขาอยากจะเล่นในสโมสรระดับท็อปของยุโรป อยากจะติดทีมชาติและทำให้ครอบครัวภาคภูมิใจ” หลุยส์ แซนคาสเตอร์ ทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับจาดอน ซานโช่ ในอดีต…

“ตอนที่ผมเจอกับจาดอน ซานโช่ ตอนนั้นเขาอายุ 14 ปีแล้ว แต่ที่วัตฟอร์ดนั้น เขาถูกดันให้ขึ้นไปเล่นกับเด็กอายุ 15 …ต้องบอกว่าเขาเป็นดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์สูงมาก แม้ในอดีตเขาจะตัวเล็กไปสักนิดก็ตาม การเล่นแบบแบกอายุตอนนั้นทำให้เขาพัฒนาด้านเทคนิคไปไวมาก เพราะเขาเองก็ต้องเอาตัวรอดจากเด็กโตกว่าไปให้ได้”

จากพื้นเพดั้งเดิม จาดอน ซานโช่ มีทักษะแบบสตรีทฟุตบอลสูงมาก ซึ่งนั่นคือพื้นฐานที่ดีที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เด็ก “จาดอน ซานโช่ เป็นนักฟุตบอลที่จำเป็นต้องมีการท้าทายเข้ามาในชีวิต เด็กๆบางคนกลัวในการเล่นที่ต้องแบกอายุขึ้นไปเล่นกับพวกที่กระดูกอายุแก่กว่า แต่กับซานโช่นั้นไม่เลย…เขาชอบความท้าทายแบบนี้ และนี่คือเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาก้าวไปได้ไกลมากๆ” หลุยส์ แซนคาสเตอร์ อดีตโค้ชที่เคยดูแลซานโช่ให้ความเห็น

เมื่อซานโช่ อายุครบ 15 ปี เขาย้ายสู่อ้อมกอด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2015 ซึ่งที่นี่เองที่เขาเริ่มกลายเป็นจับตามอง ก่อนสร้างชื่อในฤดูกาลถัดมา 2016/17 ด้วยการทำ 12 ประตูและ 4 แอสซิสต์จาก 14 เกมในทีมเยาวชน ยิ่งกว่านั้น ซานโช่ยังกด 2 ประตูในศึกยูฟ่า ยูธ ลีก ซึ่งเป็นเสมือนยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในเวอร์ชั่นเด็ก

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่มีโอกาสดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของเรือใบสีฟ้า เขาจึงตัดสินใจย้ายไปหาประสบการณ์ต่างแดนกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในปี 2017 ซึ่งคาดว่าซึ่งคาดว่าค่าตัวอยู่ที่ราวๆ 8 ล้านปอนด์ ซึ่งการย้ายออกจากรังเอติฮัด สเตเดี้ยมของซานโช่ไม่ใช่ว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของเรือใบจะไม่เสียดายอะไรเลย แต่เพราะเป๊ปไม่สามารถ “รับปาก” กับซานโช่ ถึงโอกาสลงสนามและโอกาสแจ้งเกิดในเวทีพรีเมียร์ลีกได้ ทำให้ เด็กน้อยในวันนั้นต้องเดินหันหลังจากมา

กับดอร์ทมุนด์ ต้นสังกัดปัจจุบัน ฤดูกาลนี้คือฤดูกาลที่สองของจาดอน ซานโช่แล้ว และถือว่าเป็นโอกาสที่ทำให้เขาแจ้งเกิดในโลกลูกหนังอย่างเต็มตัว จากการผลักดันของโค้ชลูเซียง ฟาฟร์ โดย ซานโช่ สามารถเบิกสกอร์แรกบนแผ่นดินเยอรมนีได้แล้ว ในเกมที่ดอร์ทมุนด์ถล่มเลเวอร์คูเซ่น 4-0 ตั้งแต่ฤดูกาลก่อน , แต่ฤดูกาลนี้ เขามีบทบาทกับทีมมากขึ้นตามลำดับและสามารถพังประตูได้แล้วเช่นกัน ในเกมที่ดอร์ทมุนด์ ถล่ม เนิร์นแบร์ก 7-0 แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือสถิติการทำแอสซิสต์ ซึ่งตอนนี้ เจ้าหนูวัย 18 ปี จ่ายให้เพื่อนทำประตูไปแล้ว 5 แอสซิสต์ และทั้ง 5 ครั้ง เกิดขึ้นจากการลงสนามเพียงแค่ 124 นาทีเท่านั้น

“ต้องยอมรับว่าที่ผมทำผลงานได้ดี เพราะผมลงเป็นตัวสำรอง และมีแรงวิ่งดีกว่าคนอื่นลงสนาม แต่พูดตามตรง ผมไม่อยากเป็นตัวสำรอง แต่ผมยอมรับในการตัดสินใจของโค้ชลูเซียง ฟาฟร์ เขาเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทีม และผมจะทำงานหนักต่อไปเพื่อคว้าตำแหน่งตัวจริงมาให้ได้” จาดอน ซานโช่ กล่าว

ตอนนี้ ดอร์ทมุนด์ เพิ่งจับ ซานโชต่อสัญญาออกไปถึงปี 2022 และไม่ได้ระบุค่าฉีกสัญญาของนักเตะเอาไว้ แต่จากแทบลอยด์ต่างประเทศต่างระบุไปในทางเดียวกันว่ามูลค่าอาจจะสูง สูงจนประเมินค่าไม่ได้แล้ว ณ เวลานี้

“เขาได้รับความสนใจจากทั้งบาเยิร์นและเรอัล มาดริด แต่เหตุผลที่เขาเลือกเราก็เพราะถ้ามองย้อนไปตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เราเป็นทีมที่มีแผนการชัดเจนในการให้โอกาสเยาวชนลงสนาม เราเชื่อใจพวกเขา และให้โอกาสในการลงสนามอย่างเต็มที่ ทำให้นักเตะเหล่านี้พัฒนาขึ้นเรื่อย” มิชาเอล ซอร์ค ผู้บริหารของดอร์ทมุนด์เปิดเผย

จากนี้ไป ทั่วโลกคงจะจับตามองฝีเท้าของจาดอน ซานโช่ มากขึ้น และค่ำคืนนี้ปฐมบทของเขากับทีมชาติอังกฤษ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น…