ฟุตบอลฉบับ Samurai Blue

19 June 2018
54 VIEWS

ยอมรับว่า แอบ “น้ำตาซึม” มิใช่น้อยไปกับชัยชนะของทัพ “ซามูไร บลู” ญี่ปุ่นเหนือโคลัมเบีย 2-1

ครับ นี่คือ ชัยชนะแมตช์แรกในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของทีมจาก “เอเชีย” เหนือ “อเมริกาใต้”

คงไม่ต้องพูดอะไรมากครับกับ “ภาพรวม” ในเกมที่แม้ยอดทีมละตินจะเสียตัว “คุมเกม” แดนกลาง คาร์ลอส ซานเชส อย่างเร็วจาก “ใบแดง” และจุดโทษ ที่ไปแฮนด์บอลตั้งแต่นาทีที่ 3

ทว่า ญี่ปุ่นได้ “ถ่ายทอด” วัฒนธรรมลูกหนัง และ “ลายเซ็น” การเล่นฟุตบอลของตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์แบบชัดแจ้งโดยเฉพาะใน “ครึ่งหลัง” นอกเหนือจากการเก็บ 3 คะแนน

“เราจะโฟกัสไปยังสิ่งที่นักเตะญี่ปุ่นทำได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้ นั่นคือสร้าง ทีมเวิร์ค และการเชื่อมต่อเกมอย่างแม่นยำ” กุนซือ อคิร่า นิชิโนะ ได้กล่าวเอาไว้

คำพูดนี้ คือ ประเด็นหลัก “สะท้อน” การจากไปกระทันหันของ วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช เหมือนกัน

กุนซือบอสเนีย ต้องการเติมความไดเร็คต์, ความเร็ว และดุดัน เข้าสู่เกมทีมชาติแดนอาทิตย์อุทัย และให้ความสำคัญกับดาวเตะต่างแดน “บิ๊กเนม” น้อยไม่ว่าจะเป็น ฮอนดะ, คางาวะ และโอกาซากิ

ทว่า อดีตผู้อำนวยการเทคนิคทีมชาติ นิชิโนะ ไม่เป็นเช่นนั้นนับตั้งแต่มารับงานใน เม.ย.ที่ผ่านมานี้เอง

ดังจะเห็นได้จาก “จังหวะ” ทั้ง Rhythm & Tempo การเล่นในครึ่งหลังที่แฟนบอลไทยคงจะ “ชินตา” มากขึ้นผ่าน “เจ ลีก”

ญี่ปุ่นเล่นฟุตบอลได้ “ละเอียด” และ “ละเมียดละไม” อย่างมาก

คือ มัน “ช้า” แต่หากพิจารณาดี ๆ จะสัมผัสได้ว่า มันเกิดจากการ “กรั่นกรอง” ช็อตการเล่นต่าง ๆ แบบลึกซึ้ง

สิ่งนี้เกิดจาก tactical awareness ที่สูงส่งของตัวผู้เล่นที่กว่าครึ่งทีมชุดนี้มาจากสโมสรยุโรป

อย่างไรก็ดีครับ ในจังหวะที่ต้องเร่งเกม เช่น ในกรอบเขตโทษ ญี่ปุ่นก็จะมีการ “เปลี่ยนสปีด” ได้เหมือนกัน และทำได้เร็วทีเดียวโดยเฉพาะฝั่งขวา ฮิโรกิ ซาไก

ยิ่งโคลัมเบีย มีตัวผู้เล่นน้อยกว่า ญี่ปุ่นยิ่งใช้ความ “ได้เปรียบ” ในส่วนนี้ได้ดี โดยจะนวด ๆ ก่อนเอาชนะไปในที่สุด

ถึงบรรทัดนี้ ขอ “ปรบมือ” ให้จากใจจริง

ญี่ปุ่นไม่เพียงชนะ แต่ยังได้ประทับ “ลายเซ็น” การเล่นฉบับ “ซามูไร บลู” ให้โลกได้เห็นอีกด้วยครับ