ร็อบ กร็องคาวสกี้ : เพราะยังรักจึงเลิกเล่น-เพราะเลิกเล่นจึงยังรัก

26 March 2019
683 VIEWS

ข่าวการเลิกเล่นในศึกอเมริกันฟุตบอล ด้วยวัยยังไม่ถึง 30 ปีของ ร็อบ กร็องคาวสกี้ ปีกในของทีมแชมป์ซูเปอร์ โบวล์ อย่าง นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ อาจจะสร้างความตกใจให้กับคนที่ไม่ได้ตามเอ็นเอฟแอลอย่างใกล้ชิด หรือ อาจจะเป็นคนแวดวงกีฬาที่ไม่ได้ให้ความสนใจวงการนี้มากนัก แต่กับแฟน ๆ แล้ว พวกเขาไม่ได้แปลกใจอะไรเลย

กร็องค์ ส่งสัญญาณเรื่องการเลิกเล่นมา 2-3 ฤดูกาลแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาเขาเลือกที่จะกัดฟันต่อ โดยเฉพาะฤดูกาลก่อน ที่พ่ายในซูเปอร์ โบวล์อย่างเจ็บปวดเขาจึงตัดสินใจกลับมา แต่เมื่อฤดูกาลนี้ ไร้ความค้างคา เวลานั้นก็มาถึงเสียที

ในฐานะปีกในซูเปอร์สตาร์ และผู้เล่นมากฝีมือผู้ใช้ชีวิตอย่างมีสีสัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากใครเคยได้ยินชื่อ หรือเคยรู้จักเขา และวันนี้ เราจะไปรู้จักเรื่องราวของเขาในอีกแง่มุม ซึ่งอาจจะถือว่า เนื่องในโอกาสในการอำลาวงการก็ได้…

Tight End…Not easy to be me.

ความโดดเด่นของปีกในที่ดี โดยพวกเขาจะมีบทบาทในการรับบอลด้วย

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะบรรยายความสุดยอดของ ร็อบ กร็องคาวสกี้ โดยไม่เข้าใจตำแหน่งที่เขาเล่น มันก็คงจะเหมือนบรรยายเรื่องราวของ ลิโอเนล เมสซี่ หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้คนที่ไม่เข้าใจฟุตบอลฟัง ดังนั้น เรามาทำความเข้าใจตำแหน่งของเขากันเสียก่อนสักหน่อย

ไทท์เอ็นด์ (Tight End) หรือ ปีกใน เป็นตำแหน่งคล้าย ๆ ตัวฟรีในวงการอเมริกันฟุตบอล เพราะมีบทบาทในเกมบุกโดยสามารถทำได้ทั้งการรับลูก และ ช่วยบล็อกคู่แข่ง ด้วยตำแหน่งการยืนที่ยืนต่อจากแท็กเกิ้ลและเกือบจะประชิดดีเฟ้นซีฟเอ็นด์ของคู่แข่ง จึงมาเป็นชื่อว่า ไทท์เอ็นด์ (ตัวชิดตำแหน่ง เอ็นด์) หรือ ปีกใน (เป็นปีกที่อยู่ข้างในไม่ได้อยู่ริม)

บทบาทของปีกใน จะทวีความสำคัญขึ้นมาก เมื่ออยู่ในเขตเรดโซน หรือ 20 หลาสุดท้าย เนื่องจากปีกในจะเป็นผู้เล่นตัวใหญ่ ทำให้ควอร์เตอร์เบ็คมองหาหรือปาบอลไปได้ง่าย และด้วยการที่ตัวใหญ่นี่เองทำให้มีความได้เปรียบด้านส่วนสูง การปาบอลไปให้ จั้มบอล (กระโดดแย่งกันรับ) ในพื้นที่อันตรายจะทำได้สะดวกและถือเป็นท่าไม้ตายของปีกในที่มีความสามารถในการรับบอลที่ดีด้วย

ดังนั้น การเล่นในตำแหน่งนี้ได้ จึงจำเป็นต้องมีทักษะทางร่างกายสูงมากถึงมากที่สุด โดยตามมาตรฐาน คือควรเป็นคนตัวใหญ่, รับบอลดี, วิ่งเร้าท์ดี, มีความเร็ว และ บล็อกคู่แข่งเป็น ซึ่งเป็นค่าทักษะความสามารถที่สูงมาก โดยในปัจจุบัน เอ็นเอฟแอล มีปีกในมากมาย แต่จะหาที่ครบเครื่องได้เหมือนเจ้า “กร็องค์” นั้นน้อยนัก เนื่องจากบางคนก็จะเน้นไปที่การรับลูก หรือ บล็อกอย่างเดียว ไม่สามารถทำได้ทั้ง 2 อย่างในคนคนเดียวกัน

จากที่ว่ามาจะเห็นได้ว่าปีกในไม่ใช่ “ใครก็ได้” ที่จะมาเล่นในตำแหน่งนี้ เพราะแบบนั้นในอดีตที่ผ่านมาจะปรากฏชื่อปีกในไม่กี่คนเท่านั้น ที่โดดเด่นในวงการเอ็นเอฟแอล แต่ ร็อบ กร็องคาวสกี้ คือหนึ่งในไม่กี่ชื่อเท่านั้น และสามารถครองสถิติได้มากมายทั้งที่เล่นมาเพียงไม่ถึง 10 ปีด้วยซ้ำ

ปรากฎการณ์ ปรากฏกร็องค์

Gronk Spike!

จะว่าไปแล้ว การเข้ามาในลีกอเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล ของ ร็อบ กร็องคาวสกี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเทรนด์บางอย่างของลีกนี้ก็ได้เหมือนกัน หลังเขาถูกดราฟต์เข้ามาโดยนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ ในปี 2010 รอบที่ 2 อันดับ 42 ซึ่งในปีนั้น “นักรบกู้ชาติ” ยังดราฟต์ปีกในอีกคนอย่าง แอรอน เฮอร์นานเดซ ผู้ล่วงลับ ในรอบที่ 4 อันดับ 113 ด้วย

การมาของ กร็องคาวสกี้ และ เฮอร์นานเดซ ทำให้เกิดแผนการเล่นระบบ ปีในคู่ (ดับเบิ้ลไทท์เอ็นด์) และยังปฏิวัติวงการเอ็นเอฟแอลในการใช้งานปีกใน ให้กลายมาเป็นตัวรับลูกมากขึ้น และหลังจากที่ เฮอร์นานเดซ โดนจับในข้อหาฆาตกรรม กร็องค์ ก็กลายมาเป็นปีกในตัวหลักของของ แพทริออต์ แต่เพียงผู้เดียว 

กร็องค์ เล่นในเอ็นเอฟแอลได้อย่างยอดเยี่ยม ในฐานะผู้ทำลายล้าง (The Dominate) เพราะเขาเป็นตัว มิสแมตซ์ (Miss Match) กับทุกตำแหน่งที่มาประกบ เนื่องจาก ถ้าเอาไลน์แบ็คเกอร์ มาประกบกร็องค์ เขาก็จะเร็วกว่า และวิ่งฉีกไปรับลูกได้ หรือถ้าเอาตำแหน่งที่มีความเร็วเทียบเท่าอย่างเชฟตี้มาประกบ เขาที่ตัวใหญ่กว่า ก็จะสามารถกระโดดรับบอลได้อยู่ดี ทำให้ กร็องค์ เป็นผู้เล่นที่ “โกง” ที่สุดคนหนึ่งในสายตาแฟน ๆ นั่นเอง

และเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่มันกลายเป็นภาพจำของ กร็องคาวสกี้ ไปแล้ว คือท่า “กร็องค์ สไปค์” ท่าดีใจหลังทำทัชดาวน์ ด้วยการกำลูกบอลไว้ในมือ และปาลงพื้นแบบสุดแรง ทำให้ใครหลาย ๆ คนในสหรัฐอเมริกา เลือกทำท่าดีใจในแบบนี้ตามเขา ไม่เว้นแต่เพื่อนร่วมทีมเจ้าตำนานอย่าง ทอม เบรดี้ ด้วย

แสงสี และ ความเจ็บปวด

กร็องคาวสกี้ ในพาเรดฉลองแชมป์ เขาจะปาร์ตี้เต็มคราบเสมอ

ร็อบ กร็องคาวสกี้ เกิดและเติบโตในครอบครัวนักกีฬา โดยปู่ทวดของเขาอย่าง อิกเนเตียส กร็องคาวสกี้ เป็นนักปั่นจักรยานระดับตัวโอลิมปิกของทีมชาติสหรัฐอเมริกา ส่วนพี่น้องของเขาอย่าง แดน, คริส และ เกล็น ล้วนแต่เล่นอเมริกันฟุตบอล และเคยอยู่ในเอ็นเอฟแอลทั้งสิ้น หากแต่ไม่มีใครประสบความสำเร็จ และยิ่งใหญ่เท่าเขา

จากพื้นเพนักกีฬา และการได้ย้ายมาเรียนใน มหาวิทยาลัยอาริโซน่า ตั้งแต่วัยรุ่น ซึ่งมีที่ตั้งใกล้กับลาส เวกัส ทำให้ เขาเป็นคนที่ชื่นชอบในการปาร์ตี้ สังสรรค์ และแสงสี ทว่าไม่เคยมีพฤติกรรมเสื่อมเสีย เช่นการเมาแล้วขับ หรือ เมาแล้วอาละวาด รวมไปถึงเมาแล้วก่อเรื่อง แถมการไปปาร์ตี้ของเขาก็ไม่ได้ทำให้ผลงานในสนามตกต่ำลงแต่อย่างใด ทำให้ไม่มีใครตำหนิเขาในเรื่องการปาร์ตี้ 

แต่การปาร์ตี้ของเขามันก็เป็นดาบสองคม เพราะในมุมตรงข้ามเมื่อเทียบกับคนรักสุขภาพอย่าง ทอม เบรดี้ ที่เปิดเผยว่า เลิกปาร์ตี้ และ ไม่แตะแอลกอฮอล์ แทบจะเด็ดขาด เป็นกุญแจให้เขาแทบจะไม่เจ็บหนัก ๆ เลยตลอดอาชีพ ทั้งยังมีร่างกายที่แข็งแกร่ง เล่นได้ยันอายุทะลุ 40 ปี…แต่ กร็องค์ กลับมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนมาตลอดอาชีพ และอาการเจ็บนั้นก็ไม่ใช่อะไรที่เบา ๆ แบบเคล็ดขัดยอกเสียด้วย

ตลอด 9 ฤดูกาล เขาเจ็บหนัก 16 ครั้ง นั่นรวมถึงอาการที่ต้องผ่าตัดใหญ่อย่าง เอ็นไขว้เข่าฉีกขาดทั้ง 2 เส้น, กระดูกสันหลังเคลื่อน, กระดูกแขนแตก และ ข้อศอกแตก ด้วย นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เขาไม่สนุกกับการเล่นเอ็นเอฟแอลอีกต่อไป และเริ่มพิจารณาการเลิกเล่นเมื่อ 2-3 ฤดูกาลก่อน ก่อนมาเลิกหลังอยู่ในจุดสูงสุดด้วยการได้แชมป์ ซูเปอร์โบวล์สมัยที่ 3 ในชีวิตในปีนี้

“เลิก” เมื่อยัง “รัก”

ร็อบ กร็องคาวกี้ กับการพานิวอิงลแนด์แพทริออตส์ คว้าแชมป์ซูเปอร์ โบวล์ได้ 3 สมัย

วัย 29 ปี ถือว่าเป็นวัยที่ยังหนุ่ม ไม่ใช่แค่สำหรับคนปกติ แต่ยังรวมถึงการเป็นนักกีฬาด้วย การที่กร็องค์ เลิกเล่นด้วยวัยเพียงแค่นี้ ต่างทำเอาใครหลาย ๆ คนในวงการเอ็นเอฟแอล เสียดายความสามารถของเขา เนื่องจากคิดว่าด้วยศักยภาพของเขาแล้ว การเล่นในลีกนี้อีก 4-5 ปีน่าจะเป็นเรื่องสบาย ๆ และนั่นอาจจะทำให้เขาครองสถิติอันดับ 1 ในหลาย ๆ เรื่องด้วย

แต่สำหรับกร็องคาวกี้ เขาคงเบื่อกับปัญหาอาการบาดเจ็บ, การหาหมอ, การผ่าตัด และการกายภาพบำบัดแล้ว ทางออกโดยการเลิกเล่น ไม่ได้ทำให้เขาหาเงินได้น้อยลงเลย ตรงข้าม มันอาจจะทำให้เขาหาเงินได้มากขึ้นด้วยซ้ำ หลังจากมีงานจากฮอลลี่วูด มารอต่อแถวขอคิวจากเขาจำนวนมาก และมันยังทำให้เสี่ยงต่อการเจ็บตัวน้อยลงด้วย

ผมต้องการเลิกบนจุดสูงสุด, ผมต้องการการเป็นตัวของตัวเอง ผมแค่ต้องการความสนุก” นี่คือเหตุผลที่เขากล่าวผ่านการให้สัมภาษณ์กับปีเตอร์ คิงส์ นักข่าวชื่อดัง

ในข้อความบนอินสตาแกรมของเขา มันยังแสดงว่าเขา ยังคงรักในอเมริกันฟุตบอล, รักในวงการนี้ และรวมถึงรักในทีมนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ อย่างสุดซึ้ง หากแต่เขาจำเป็นต้องไปทั้งยังรัก ไม่เช่นนั้น หาเขายื้อมันต่อไป เลือกที่จะเล่นต่อไป จากแค่ความไม่สนุกเพราะอาการบาดเจ็บในวันนี้ อาจจะกลายเป็นความเกลียดชังต่อทุกสิ่งเกี่ยวกับอเมริกันฟุตบอลก็ได้

ดังนั้น ในวันนี้ เขามีเหตุผลเพียงพอที่จะก้าวออกมา เหตุผลที่ว่า คือเพราะยัง “รัก”…อยู่นั่นเอง

อนาคตจะเป็นอย่างไร…ใครจะไปรู้?

ร็อบ กร็องคาวสกี้ กับ ทอม เบรดี้ เสาหลักของทีม นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

การติด ออลโปร 4 ครั้ง, โปรโบวล์ 5 ครั้ง ได้แชมป์ซูเปอร์โบวล์ 3 สมัย รับบอล 521 ครั้ง ได้ระยะ 7,861 หลา เป็น 79 ทัชดาวน์จาก 115 เกมตลอด 9 ปี ไม่ใช่สถิติที่ใครจะมาทำลายง่าย ๆ

ด้วยสถิติเหล่านั้น มันเกินพอที่จะทำให้เขาเข้าไปในทำเนียบ ฮอล ออฟ เฟม ในอีก 5 ปีข้างหน้า และจะทำให้เขาเป็นผู้เล่นอายุน้ายที่สุดอันดับที่ 2 ต่อจาก เกล เซเยอร์ส ที่ได้รับเกียรติทั้งที่อายุน้อยขนาดนี้ด้วย

เส้นทางของ กร็องค์ ที่ไม่มีเอ็นเอฟแอล เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนั้น จะเป็นอย่างไร? มันอาจจะเต็มไปด้วยแสงสี แบบที่เขาไขว่ฝัน, มีงานใน ฮอลี่วูด แบบที่เขาตั้งใจ หรืออาจจะไปจบที่ค่ายมวยปล้ำดังอย่าง ดับเบิ้ลยูดับเบิลยูอี ก็ได้ ไม่มีใครรู้

แต่อนาคตของเอ็นเอฟแอล จะหาปีกในครบเครื่องทั้งการรับลูกและบล็อกคู่แข่งแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่าย…

ทว่า ทุกอย่างก็ไม่แน่นอนหรอกครับ เพราะขนาด ดรูว์ โรเซนฮาวส์ เอเย่นส์ส่วนตัวของเขายังบอกเองเลยว่า ถ้าวันนึง แพทริออตส์ มีปัญหา แล้วขอให้เขากลับมาช่วยทีม มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าเขาเลือกจะกลับมา

เพราะอย่าลืมว่า เขาเลิกเล่นไปเพราะยังรักมันอยู่นั่นเอง…