การมาถูกที่แต่ไม่ถูกเวลาของ ‘ราล์ฟ รังนิค’ | by SPORTDesk. Team

8 July 2020
394 VIEWS

ไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังการยืนยันของการเข้ามารับงานเป็นผู้จัดการทีม เอซี มิลาน ของ ราล์ฟ รังนิค กุนซือชาวเยอรมันวัย 62 ปี ทัพ ‘ปีศาจแดงดำ’ ก็ทำสิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้มาเกือบ 4 ปี อย่างการชนะ ยุเวนตุส ได้สำเร็จ และเป็นการชนะชนิดที่เรียกได้ว่า ‘ถล่ม’ หลังรัว 4 ประตู แซงชนะ 4-2 ทั้งที่โดนนำไปก่อน 0-2 ซึ่งเป็นชัยชนะเหนือ ‘ม้าลาย’ ครั้งแรกตั้งแต่ 22 ตุลาคม 2016 และเป็นการยิงใส่ยูเว่ ถึง 4 ประตูครั้งแรกนับตั้งแต่ เดือนมีนาคม 1989 หรือกว่า 31 ปีมาแล้ว!

‘รอสโซเนรี’ ไม่ได้เพิ่งมาฟอร์มดีแค่นัดนี้ เพราะ 5 นัดหลังพวกเขาเก็บชัยชนะได้ถึง 4 นัด เสมอ 1 และยังไม่แพ้ใครตั้งแต่ กัลโช เซเรีย อา กลับมาลงสนามกันอีกครั้งหลังโควิด-19 ซึ่ง 3 จาก 4 นัดที่พวกเขาคว้าชัยได้ เป็นการเก็บชัยทีมแนวหน้าอย่าง อาแอส โรมา, ลาซิโอ และ ยูเวนตุส แถมเกมที่พวกเขาเสมอ สปาล นั้น พวกเขาโดนนำไปก่อน 0-2 แต่ก็โกงตายกลับมาได้ ทำให้ตอนนี้อันดับของพวกเขาพุ่งขึ้นมารั้งอันดับ 5 และอยู่ในพื้นที่โควตา ยูโรปา ลีก เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ในช่วงต้นฤดูกาล พวกเขาเคยกองอยู่ราวอันดับ 16-17 ของตารางด้วยซ้ำ

ฤดูกาลนี้ของ มิลาน เป็นฤดูกาลแห่งความเปลี่ยนแปลงแบบยากจะปฏิเสธ พวกเขาต้องเจอกับปัญหามากมายไล่ตั้งแต่การขอลาออกของ เจนนาโร กัตตูโซ ก่อนเปิดฤดูกาล ตามมาด้วยการลาออกของ เลโอนาร์โด ในถานะผู้อำนวยการกีฬาในเวลาไล่เลียกัน นำมาสู่การแต่งตั้ง เปาโล มัลดินี และ ซโวนิเมียร์ โบบัน เข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยการสโมสร และทั้งคู่ก็เลือก มาร์โก จามเปาโล เข้ามานั่งแท่นกุนซือแทนที่ว่าของ ‘ริโน’ ที่ลาสโมสรไป

หลังจากการได้กุนซือใหม่เพียง 2 สัปดาห์ มิลานก็ต้องมาเจอกับการตัดสิทธิ์ในการไปเล่นยูโรปา ลีก จากการละเมิดกฎไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ ที่เกิดขึ้นสมัยที่ หลี่ หยงหง เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรใหม่ ๆ แต่แฟนบอลของทีมก็ยังมองในแง่ดีที่ให้ทีมได้โฟกัสกับการเล่นในลีกอย่างเดียว แต่ผลงานของสโมสรก็น่าผิดหวังเมื่อฤดูกาลเปิดขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไปเพียง 3 เดือน จามเปาโล ก็หลุดจากตำแหน่ง และแทนที่ด้วยการเข้ามาของ สเตฟาโน ปิโอลี

สถานการณ์ของ ปิโอลี ในระยะแรกก็ลุ่ม ๆ ดอน ๆ แม้โดยรวมจะดีกว่า จามเปาโล พอสมควร แต่สถานการณ์ในฝ่ายบริหารดูระหองระแหง ในที่สุดวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา สโมสรก็แยกทางกับ โบบัน และเปิดตัว อีวาน กาซิดิส อดีตผู้บริหารของ อาร์เซนอล เข้ามาเป็นซีอีโอ คนใหม่ของทีม ซึ่งการเข้ามาของเขาก็ดูเหมือนจะยังมีอะไรไม่ลงตัวอีกหลายอย่างที่รอการแก้ไข และหนึ่งในสิ่งที่เขาตัดสินใจทำคือการดึงตัว ราล์ฟ รังนิค มาเป็นกุนซือคนใหม่ของทีมในฤดูกาลหน้า

แน่นอนว่าชื่อชั้นของ รังนิค การันตีคุณภาพได้พอสมควร โดยเฉพาะผลงานที่เขาฝากไว้กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในระยะหลัง แต่การเปิดตัวของเขาในช่วงที่ ปิโอลี กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ดูจะไม่ถูกเวร่ำเวลานัก เนื่องจากผลงานในระยะหลังของกุนซืออิตาเลียนรายนี้ ทำให้แฟนบอลของทีมยอมรับในตัวเขาได้ไปแล้ว และถึงแม้จะบอกว่ารังนิค จะมารับงานในฤดูกาลหน้าก็จริง แต่ช่วงเวลาในการเตรียมงาน และ ส่งมอบงานระหว่างฤดูกาลก็สั้นเหลือเกิน เรียกได้ว่า การเดินหมากครั้งนี้ของ กาซิดิส ไม่ค่อยถูกเวลาสักเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม นันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่จะต้องเกิดขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ ปิโอลี จะน่าสงสารอยู่บ้างที่อาจจะต้องออกไปแบบไม่ได้ทำอะไรผิด แถมยังทำผลงานดีอีกด้วย แต่ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คงได้แต่ยอมรับความเป็นจริงกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป และถ้า รังนิค ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ ปิโอลี ทำไว้ในช่วงนี้แล้วล่ะก็ กระแสตีกลับมาสู่ตัวรังนิค และ กาซิดิส ก็จะแรงกว่าปกติเป็นเท่าตัว เพราะเรื่องของช่วงเวลาที่แฟน ๆ กำลัง ‘อิน’ นั่นเอง

การมายังมิลานเนลโล่ของ รังนิคแม้จะดูไม่ค่อยถูกเวร่ำเวลา แต่ก็ยังพอจะมีข่าวดีอยู่บ้าง เพราะสโมสรเชื่อมั่นในชื่อชั้นของเขาพอสมควร และอนุมัติงบประมาณ 75 ล้านยูโร หรือราว 2,650 ล้านบาท เป็นงบในการซื้อตัวนักเตะในตลาดซัมเมอร์นี้แก่เขาด้วย ซึ่งต้องรอดูในซัมเมอร์นี้ว่า เขาจะใช้งบประมาณก้อนนี้ไปในทิศทางไหน และมิลานจะได้ใครมาเสริมทัพบ้าง

การมาของ รังนิค ยังมีเรื่องน่ากังวลอีกอย่างนอกสนาม เพราะ การเลือกรังนิคให้มาทำงานในฤดูกาลหน้า เป็นการเลือกคนมาแทนคนของเปาโล มัลดินี จากทาง กาซิดิส ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจจะทำให้ทั้งคู่มีปัญหาภายในเพราะเป็นการข้ามหน้าข้ามตากัน แน่นอนว่า กาซิดิส มีอำนาจที่จะทำได้เพราะตำแหน่งของเขาใหญ่กว่า แต่นั่นจะดูเป็นการไม่ให้เกียรติกันหรือเปล่า?

อย่างไรก็ดี ทันทีที่มีข่าวการดึงตัวกุนซือชาวเยอรมันเข้ามา อดีตผู้บริหารทีม “ปืนใหญ่” ก็รีบเอาน้ำเย็นเข้าลูบใส่ ‘น้ามัล’ ทันที โดยการให้สัมภาษณ์ว่า เขามั่นใจในการทำงานของตำนานหมายเลข 3 แห่งสโมสรนี้ และหวังว่า ทั้ง รังนิค และ มัลดินี จะทำงานด้วยกันได้ดีต่อไป

แน่นอนว่าตอนนี้มัลดินี ยังเก็บตัวเงียบและไม่มีการให้สัมภาษณ์ใด ๆ ทว่าคนดูบอลอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ล้วนรู้กันดีว่า กีฬาลูกกลม ๆ ชนิดนี้ จะผิด จะถูกนั้นตัดสินกันที่ผลงานในสนาม และจนกว่าจะถึงตอนนั้นก็ยังไม่ม่มีใครสามารถตัดสินอะไรได้อย่างแท้จริง และทั้งหมดคงได้แต่รอดูกันต่อไปในฤดูกาลที่จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนนี้…