ปลดปล่อย “ช้างศึก”

“เราต้องเล่นแบบถ่อมตน คือ ถ้าเราไปแลกมันก็จะเหนื่อย แต่เราไม่ได้รับ เราต้องเล่นแบบรัดกุมสำหรับเกมที่เหลือ 2 นัดที่อยากให้เห็นพัฒนาการที่ดี ทำให้ดีที่สุด อาจจะมีเซอร์ไพรส์ก็ได้ เพื่อให้คนไทยได้มีความสุขกับการเล่นของน้อง ๆ”
– โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย

เครดิตภาพ : FA Thailand

ผมหยิบบทสัมภาษณ์ของโค้ชทีมชาติไทยล่าสุด “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ซึ่งเตรียมทำหน้าที่ร่วมกับรุ่นน้อง โชคทวี พรหมรัตน์ เริ่มจาก 10 ม.ค.กับบาห์เรน มาฝากประเดิมคอลัมน์ในวันนี้

เหตุผลแรกเพราะ ตลอดช่วงเวลา 1 ปี 8 เดือน “สื่อบอลไทย” และแฟนบอลชาวไทยแทบไม่มีโอกาสได้ “ปฏิสัมพันธ์” ผ่านการพูดคุย หรือสัมภาษณ์ง่าย ๆ กับ “ลุงวัช” มิโลวาน ราเยวัช กันเลย

อาจจะเป็นเพราะ “สไตล์” ของกุนซือเซอร์เบีย หรืออุปสรรคด้านภาษาต้องใช้ “ล่าม” 2-3 ทอดก็สุดแล้วแต่

ทว่า นี่คือ “บรรยากาศ” แบบไทย ๆ ที่ขาดหายไป

เหตุผลที่สอง โค้ชโต่ย อยู่กับทีมมานาน ร่วมทุกข์ ร่วมสุข มาแต่แรกในฐานะผู้ช่วย ราเยวัช นับจากกลางปี 2560 ดังนั้นเรื่องตื้นลึกหนาบาง ประกอบกับเป็น “คนไทย” เหมือนกันจะทำให้ความเข้าอกเข้าใจกันมีมากกว่า

ทั้ง 2 ข้อนี้น่าจะได้เห็นการ “เชื่อมต่อ” ไร้รอยตะเข็บมากกว่าเดิมครับ

เครดิตภาพ : FA Thailand

ส่วนตัวผมได้ “พูดคุย” กับโค้ชระดับไทยลีก 3 ท่าน และพรรคพวก เพื่อนฝูง และกระแสข่าวถาโถมตลอดทั้งวันจันทร์ที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมาถึงการปลด “ลุงวัช”

ผมจะไม่โทษใครใด ๆ แต่จะมองว่าเป็นสิ่ง “เรียนรู้” ร่วมกันครับว่า บทสรุปที่เกิดขึ้นมีดังนี้:

1.ยังมีโค้ชที่ “ยึดติด” กับความเป็นตัวของตัวเองแม้ว่าโลกฟุตบอลจะปรับแค่ไหนอยู่บนโลกใบนี้ และล่าสุดอย่างน้อย ๆ 2 คน “ล้มเหลว” โดยที่ 1 ในนั้นคือ โจเซ่ มูรินโญ่

2.มีโค้ชที่ยังนิยม “ตัดสูท” แบบที่ตัวเองต้องการ เช่น Fit พอดีตัว โดยไม่เคยคิดสนใจรูปร่าง บุคลิกผู้ใส่ ไม่ต่างอะไรกับการจัดตัว หรือสลับตำแหน่งต่าง ๆ จน “แมวมอง” ยังงง ทำหน้าที่รับงานใหญ่อยู่บนโลกใบนี้

3.จากข้อ 1 และ 2 ยังหมายถึง “สไตล์” การเล่นที่ไม่ได้สนใจอะไรใด ๆ นอกจากรูปแบบวิธีที่ตัวเองถนัด และเคยใช้มาประสบความสำเร็จนำมา “ยัด” หรือประยุกต์ให้กับฟุตบอลทีมต่าง ๆ ที่ไปคุม

4.การเลือก “แคนดิเดท” มาเป็นโค้ชครั้งต่อไปของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยจึงควรศึกษาให้ถ่องแท้ถึง “ตัวตน”, ผลงาน, มุมมอง, วิธีคิด, วิสัยทัศน์ หรือแม้กระทั่ง “ภาษา” หากเป็นต่างชาติภาษาอังกฤษต้องสื่อสารได้ให้ละเอียดรอบคอบ

5.จากคำว่า “อาย” ครั้งแรกที่แพ้ญี่ปุ่น 0-4 อันเป็นที่มาของปลดโค้ช ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กระทั่งครั้งนี้แพ้อินเดีย 1-4 แล้วปลด “ลุงวัช”

ทั้ง 2 เกมฉายภาพชัดเจนว่า บอลไทย และนักบอลไทย (ส่วนใหญ่) ในระบบลีกบ้านเรามีปัญหากับการ anti-pressing หรือแกะเพรสซิ่งไม่ออก และแก้ไขสถานการณ์ถูกกดดันไม่ได้

ทั้ง 5 ข้อคือ “ภาพรวม” ในมุมกว้าง มิได้ใส่ “รายละเอียด” ที่ผมคิดว่า เราได้ “เรียนรู้” นับตั้งแต่แพ้ญี่ปุ่น กระทั่งพ่ายอินเดีย นะครับ

เครดิตภาพ : FA Thailand

กับอีก 2 นัดที่เหลือมองในมุมหนึ่งแล้ว “โค้ชโต่ย” และ “โค้ชโชค” โชคดีมาก

ทีมช้างศึก จะเล่นได้ “แย่กว่า” แมตช์ปะทะอินเดียไม่ได้อีกแล้ว เพราะนั่นคือจุด “ต่ำสุด” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อะไร ๆ นับจากนี้ คือ คำว่า “ดีขึ้น” หรือ “พัฒนาการ” อย่างแน่นอน ยิ่งได้เห็น ได้สัมผัสบรรยากาศจากแคมป์ฝึกซ้อมโดย “บิ๊กแชมป์” ธิติพงศ์ อ่อนไสว คอลัมนิสต์พิเศษ SPORTDesk. เล่าให้ฟังยิ่งทำให้รู้สึกเช่นนั้น

แน่นอนครับ มีความ “นัว ๆ” อยู่บ้างเพราะการจากไปของลุงวัชที่ก็ “มืออาชีพ” รอจับไม้จับมือขอบคุณนักเตะที่พอได้เห็นแล้วก็ “สงสาร” และหายโกรธไปแล้วสำหรับผม หรือคนไทยแบบเรา ๆ ที่พร้อมจะ “ลืม” อะไรง่าย ๆ

เขียนถึงตรงนี้ ผมก็เห็นด้วยกับ “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น เฮดโค้ชพีทีที ระยอง นะครับว่า สถานการณ์ทีมชาติไทยทำให้นึกถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุคมูรินโญ่

นั่นจึงทำให้ผมเชื่อว่า “โค้ชโต่ย”ก็เหมือน โอเล กุนนาร์ โซลชา คือ รู้จักนักเตะ และวัฒนธรรมฟุตบอลไทยเพียงพอจะทำให้อย่างน้อยเด็ก ๆ มี “ความสุข” กับการเล่นมากขึ้น

อันนำมาซึ่ง “ความสุข” ที่จะกลับมาของแฟนบอลชาวไทย

ครับ “ช้างศึก” เชือกนี้ได้ถูก “ปลดปล่อย” จากพันธการใด ๆ แล้ว…



RELATED POSTS

Story

WC2018 Day 32: Result & Stats

SPORTDesk. Team

จบลงแล้ว สำหรับฟุตบอลโลก SPORTDesk ต้องขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตาม หลังจากนี้ เราสัญญาว่าเราจะผลิตคอนเทนต์ดี ๆ มาให้อ่านกันอย่างสม่ำเสมอแน่นอน

Thought

สไตล์ v ชัยชนะ

มาริโน่

ดูจะเชยไปแล้วถ้าบอกว่าคำถาม “ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน” เป็นคำถามโลกแตก เพราะวิทยาศาสตร์ยุค 4.0 ฟันธงว่าเยื่อหุ้มเปลือกไข่ต้องถูกผลิตโดยแม่ไก่เท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่ไข่จะเกิดก่อนโดยไม่มีแม่ไก่

Story

เมื่อเสือเหลืองเสียความบริสุทธิ์แพ้นัดแรก…

SPORTDesk. Team

ผู้ที่พิชิตดอร์ทมุนด์ในบุนเดสลีกาทีมแรกในฤดูกาลนี้ หาใช่บาเยิร์น…หาใช่ชาลเก้ 04…คู่แค้นแห่งแคว้นรูห์…หาใช่แฟรงค์เฟิร์ต เทพถ้วยยูโรป้าลีก…หาใช่ แอร์เบ ไลป์ซิก…แต่กลับกลายเป็นฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ ทีมอันดับ 3 จากท้ายตาราง ที่เป็นผู้ปราบซ่า เสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ได้เป็นทีมแรก จากค่ำคืนที่ผ่านมา