เหตุผลที่ต้องแยกทาง

6 เม.ย. 2018 อาร์แซน เวนเกอร์ มั่นใจว่าอนาคตของ อารอน แรมซีย์ อยู่ที่ อาร์เซนอล

12 ก.ค. 2018 อูไน เอเมรี ย้ำ อารอน แรมซีย์ มีส่วนสำคัญในแผนการของเขาที่ อาร์เซนอล

24 ส.ค. 2018 อูไน เอเมรี ขอให้ อารอน แรมซีย์ ให้ความสำคัญกับการทำผลงานในสนามมากกว่าเรื่องของสัญญาฉบับใหม่

27 ก.ย. 2018 ข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่ของ อารอน แรมซีย์ ถูกอาร์เซนอลยกเลิก 

12 ต.ค. 2018 อารอน แรมซีย์ เคยคิดว่าเขาตกลงสัญญาใหม่กับอาร์เซนอลได้แล้ว

26 ต.ค. 2018 อารอน แรมซีย์ ยังไม่เข้าใจว่าทำไมอาร์เซนอล จึงตัดสินใจถอนข้อเสนอ

และ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา อารอน แรมซีย์ บรรลุข้อตกลงในการย้ายไปร่วมทีมยูเวนตุส แบบไม่มีค่าตัว โดยจะรับเงินมหาศาลในฐานะนักเตะฟรีเอเยนต์สัปดาห์ละ 140,000 ปอนด์ หรือ 7.2 ล้านปอนด์ต่อปี หรือรวมตลอดสัญญาแล้วกว่า 36 ล้านปอนด์ เป็นรองเพียงแค่ คริสเตียโน่​ โรนัลโด้, เปาโล ดิบาล่า และ ดักลาส คอสต้า เท่านั้น

ด้านบนนั้นผมพยายามไล่เรียงไทม์ไลน์ให้มองเห็นภาพครับว่าการย้ายทีมที่น่าเสียดายมากที่สุดอีกครั้งของทีม “กันเนอร์ส”​ เกิดขึ้นได้อย่างไร

ทำไมนักเตะที่อยู่กับสโมสรมาอย่างยาวนานถึง 11 ปี จึงไม่ได้ในที่ที่เขารักต่อไป

เรื่องนี้มีความจริงเพียงหนึ่งเดียว และมีเพียง 2 ฝ่ายเท่านั้นที่รู้ชัด คืออาร์เซนอล และตัวของแรมซีย์ เองว่าเหตุใดพวกเขาจึงตกลงที่จะใช้วันเวลาร่วมกันต่อไปไม่ได้

แต่ถ้าเอาเรื่องที่เคยได้ยินมา แม้จะไม่ได้อยู่ในฐานะกูนเนอร์ส เสียงลือเสียงเล่าอ้างแว่วมาตามลมว่าระหว่างแรมซีย์ กับอาร์เซนอล ไม่สามารถตกลงกันได้เพราะข้อเสนอที่ทีมให้กับเขานั้นมันไม่สะท้อนถึงความสำคัญที่เขามีต่อทีมเท่าไหร่

ในขณะที่อาร์เซนอล ยอมจ่ายเงินมากมายมหาศาลเพื่อรักษา เมซุต โอซิล เอาไว้ ด้วยข้อเสนอที่มากกว่า 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่กับแรมซีย์ พวกเขาให้น้อยกว่านั้นมาก

ทั้งๆที่นี่คือนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรในฤดูกาลที่แล้ว เคยพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้ถึง 3 สมัย เป็นผู้รับใช้สโมสรที่ซื่อสัตย์ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา และถูกคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมอย่างเต็มตัวในอนาคตอันใกล้

ตามเสียงที่ลอยลมมา เล่าว่าที่ผ่านมาอาร์เซนอล กระเป๋าแทบฉีกเพราะจ่ายหนักกับค่าเหนื่อยของ โอซิล รวมถึงสตาร์อย่าง ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยัง (ซึ่งมีค่าตัวอีก 60 ล้านปอนด์) และ เฮนริค มิคิทาเรียน

3 คนนี้ รวมถึงสตาร์คนอื่น ๆ ทำให้เพดานค่าเหนื่อยของกันเนอร์ส สูงเกือบที่สุดในพรีเมียร์ลีก โดยแต่ละปีจะต้องจ่ายค่าเหนื่อยมากกว่า 200 ล้านปอนด์

มันทำให้พวกเขาตัดสินใจ “ถอย” และ “ถอน” ข้อเสนอของพวกเขา ไม่ยอมสู้ต่อเพื่อรักษานักเตะที่กำลังจะเข้าสู่วัยท็อปพีคของชีวิตอย่างแรมซีย์

และมันก็สะท้อนได้ดีนะครับว่าสิ่งที่ผมและอีกหลายคนมองนั้นไม่น่าผิด อาร์เซนอลไม่ได้ให้ความสำคัญกับแรมซี่ย์เหมือนที่หยอดคำหวานกัน

ว่ากันว่า อูไน เอเมรี่ ไม่ได้ติดขัดอะไรหากจำต้องปล่อยตัวเขาออกจากทีม เพราะในเวลานี้สโมสรก็มีกองกลางฝีเท้าดีอยู่หลายคน รวมถึง มัตเตโอ เกวนดูซี ไอ้หนูหัวฟูที่มีความพิเศษบางอย่างที่โดดเด่นออกมาแม้ในเวลานี้จะดูเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บ้างก็ตาม

เอเมรี่ ยังต้องการจะ “ยกเครื่อง” อาร์เซนอล ด้วยนักเตะที่ดีกว่าเก่าและคุ้มค่าเหนื่อยมากกว่า

อย่างไรก็ดีอีกส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะตัวของ แรมซีย์ เองก็ไม่ได้พิสูจน์มากพอว่าเขาคือคนที่จะอยู่ “แถวหน้า” ของสโมสรด้วยเช่นกัน

สตาร์ชาวเวลส์ยังขาดบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็นสำหรับการยืนอยู่แถวหน้า

ฝีเท้าและพรสวรรค์นั้นไม่มีข้อถกเถียง 

แต่ความสม่ำเสมอ? สภาพร่างกาย? สภาพจิตใจ? หลายคนมองว่าถึงวันนี้ แรมซีย์ มาได้ไม่ไกลเท่าที่เราเคยคาดหวังในตัวเขาเมื่อ 11 ปีก่อน ในวันที่ย้ายจาก คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ มา

เขายังไปได้ไม่ถึงในระดับเดียวกับที่ เซสก์ ฟาเบรกาส เคยทำไว้ด้วยซ้ำ โดยไม่ต้องพูดถึงในระดับของ ปาทริก วิเอร่าเลย

ดังนั้นถึงจะมีความรู้สึกว่า แรมซีย์ กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นและอาจจะไปถึงในจุดที่แฟนบอลคาดหวัง

แต่ “เวลา” นั้นหมดแล้ว ทำให้ไม่มี “ทาง” ที่จะไปกันต่อ

สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่ายคือใช้เวลาที่เหลือให้ดีที่สุด

เพื่อจะได้บอกลาจากกันด้วยดี 



RELATED POSTS

Thought

มอง “มิไฮโล” แล้วย้อนดู “มิโลวาน”

Dechruch

“กุนซือ” คือคำฮิตติดหูที่มีความหมายและความสำคัญมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในอดีตมันมักถูกใช้ในทางการศึกสงคราม โดยถูกนิยามและให้ความสำคัญว่าเป็นตำแหน่งของที่ปรึกษาผู้มีความคิดเฉลียวฉลาด วางแผนกลวิธีการรบต่าง ๆ ให้แก่กองทัพของตนนำไปใช้เพื่อพิชิตชัยข้าศึกศัตรู แตกต่างจากในปัจจุบันที่มันมักถูกใช้ในวงการฟุตบอล โดยถูกนิยามและให้ความสำคัญว่าเป็นตำแหน่งของ  “ผู้จัดการทีม” หรือ “โค้ช” ผู้ทำหน้าที่วางแผนกลวิธีการซ้อม รูปแบบการเล่น  ให้กับทีมตัวเองเพื่อพิชิตชัยคู่แข่งฝ่ายตรงข้าม

Story

โมดริช : ปลดแอกบัลลงดอร์หลุดจาก ‘กองหน้าคอนเทสต์’

SPORTDesk. Team

ไม่กี่ปีก่อน ฟิลิปป์ ลาห์ม อดีตกองหลังกัปตันทีมชาติเยอรมนี ชุดแชมป์โลก 2014 เคยบอกไว้ว่า รางวัล บัลลงดอร์ มันก็แค่รางวัล ‘กองหน้าคอนเทสต์’ เท่านั้น เพราะช่วง 10 ปีมานี้ ผู้ที่ครอบครองรางวัลมีแค่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลีโอเนล เมสซี่ เท่านั้น

Story

World Cup Diary: เรื่องราวที่คุณไม่ควรพลาดใน Day 28

SPORTDesk. Team

สวัสดีวันพฤหัสบดี และยินดีกับ โครเอเชีย ที่เป็นทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่พลิกนรกมาเข้าชิงได้สำเร็จ จากการถูกนำไปก่อน