เหตุผลที่ ‘ลาลีกา’ กำลังจะกลับมาแข่งได้ก่อน ‘พรีเมียร์ลีก’

18 May 2020
63 VIEWS

หลังการกลับมาของบุนเดสลีกา เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้โลกของฟุตบอลเริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้งในการจะกลับมา “รีสตาร์ท” กันอีกครั้ง

หนึ่งในลีกที่ตอนแรกดูมีความหวังน้อยที่สุดแต่ตอนนี้กลับมาเป็นลีกที่มีความหวังมากที่สุดที่จะกลับมาคือลาลีกา สเปน (และเซกุนดา ดิวิชัน หรือดิวิชั่น 2) หลังจากที่ทางด้านฮาเบียร์ เตบาส ประธานลาลีกาประกาศล่าสุดให้นักฟุตบอลกลับมาลงซ้อมกัน “แบบกลุ่ม” ได้แล้ว ซึ่งถือเป็นสเต็ปที่ 2 ของการกลับมา

โดยในสเต็ปแรกคือการที่อนุญาตให้กลับมาทำการซ้อมแบบเดี่ยวได้ โดยก่อนหน้านั้นก็มีกระบวนการตรวจหาเชื้อแบบปูพรมแล้ว และพบการติดเชื้อแค่ 5 รายเท่านั้น ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย อยู่ในเกณฑ์ที่รับมือได้และทำให้ไม่ต้องถึงขั้นใช้แผนการเตรียมทีมแบบเก็บตัวเข้าแคมป์ นักฟุตบอลยังพักที่บ้านตามเดิมเพิ่มเติมคือเดินทางมาสนามซ้อมเองคนเดียว

ในสเต็ปต่อจากนี้คือการซ้อมแบบ full-training ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ และหลังจากการซ้อมแบบเต็มทีมแล้วก็ถึงกำหนดการที่คาดหวังเอาไว้ว่าจะกลับมาลงแข่งขันให้ได้ในวันที่ 12 มิถุนายน

สำหรับแผนการแข่งขันนั้นยังอยู่ในระหว่างการหารือกัน แต่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่น่าสนใจออกมาดังนี้

• ลาลีกาจะทำการแข่ง “ทุกวัน” ไม่เว้นแม้แต่ในวันจันทร์ซึ่งเดิมถูกศาลสั่งให้งดการแข่งในนวันจันทร์เนื่องจากทางด้านสหพันธ์ฟุตบอลสเปน (RFEF) มองว่าเป็นการทำร้ายแฟนฟุตบอลมากกว่าจะเป็นผลดี
• ถึงจะมีการแข่งทุกวัน แต่การจัดโปรแกรมจะต้องเว้นระยะเวลาให้อย่างน้อย 72 ชั่วโมงสำหรับการลงสนามแต่ละนัดของแต่ละทีม พูดง่ายๆคือขั้นต่ำที่สุดที่ยอมรับได้คือการแข่งในทุก 3 วัน ไม่มีน้อยกว่านั้น
• ด้วยสภาพอากาศในช่วงฤดูร้อนทำให้เกมที่จะแข่งในภูมิภาคที่ร้อนกว่าอย่างทางตอนใต้อาจจะต้องเริ่มแข่งดึกในช่วง 5 ทุ่ม (23.00 น.) ส่วนเกมทางตอนเหนือจะแข่งในเวลา 2 ทุ่ม (20.00 น.) ซึ่งสำหรับคนสเปนจะเข้ากับวิถีชีวิตแบบเดิมมากกว่า (มื้อเย็นคนสเปนเริ่ม 3 ทุ่ม) หลังจากที่ลาลีกามีความพยายามปรับเปลี่ยนเวลาแข่งให้เร็วขึ้นเพื่อขยายฐานแฟนต่างประเทศ
• หากจัดการแข่งได้ตามนี้จริง ลาลีกาจะปิดฉากได้ภายในวันที่ 29 กรกฎาคม ทันเวลาก่อนที่รายการแข่งขันของ UEFA จะเริ่มต้นทั้งแชมเปียนส์ ลีก และยูโรปา ลีก ซึ่งจะกลับมาในวันที่ 2 สิงหาคม และนัดชิงจะจบภายใน 29 สิงหาคม

สิ่งที่น่าสนใจคือจริงๆแล้วในสเปนมีความขัดแย้งกันไม่น้อยโดยเฉพาะระหว่างสหพันธ์ฟุตบอลสเปนกับลาลีกา (กรณีของเกมในคืนวันจันทร์ก็เช่นกัน ถึงขั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาล) และก่อนหน้านี้ก็มีข่าวไม่ลงรอยกันในเรื่องของการจัดแข่งต่อ

แต่ทำไมถึงสามารถเดินหน้าทุกอย่างได้เร็วจนใกล้จะกลับมาก่อนพรีเมียร์ลีกที่คุยกันมาเป็นเดือนแล้วแต่ยังวนในอ่างไม่ถึงไหนเสียที

เรื่องนี้พอจะถอดรหัสได้ว่า
1) ความขัดแย้งต่างๆไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่จะต้องยกขึ้นมาในเวลานี้ การที่ RFEF และลาลีกาหันหน้ามาจับมือช่วยกันทำให้สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้นอย่างรวดเร็วมาก
2) ลาลีกามีผู้นำที่เข้มแข็งอย่างฮาเบียร์ เตบาส ซึ่งแม้จะไม่ได้ทำถูกทุกเรื่อง แต่อย่างน้อยก็มีพลังอำนาจพอที่จะขับเคลื่อนทุกอย่างได้ ในขณะที่ในอังกฤษองค์กรต่างๆไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีก เอฟเอ หรือ PFA ผู้นำอ่อนแอ ไม่สามารถตัดสินใจเด็ดขาดได้
3) การคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเอง กรณีของนักเตะบาร์ซาที่ยอมลดค่าเหนื่อยลง 70% (ทั้งๆที่ขัดแย้งกับบอร์ดบริหาร และโดนวางยาด้วยการปล่อยข่าวก่อน) เป็นหนึ่งในกรณีที่สะท้อนถึงเรื่องนี้ได้ดี ส่วนในพรีเมียร์ลีกมีทั้งสโมสรลอยแพลูกจ้าง (ก่อนจะโดนสังคมกดดัน), นักฟุตบอลปฏิเสธจะลดค่าเหนื่อยของตัวเอง, นักฟุตบอลปฏิเสธจะกลับมาทำการซ้อมเพราะกังวลความปลอดภัย, นักฟุตบอลปฏิเสธจะกลับมาแข่งเพราะรู้สึกว่ามันเร็วเกินไปที่จะแข่งทั้งๆที่มีเวลาเตรียมตัวน้อย

ในวิกฤติความร่วมมือร่วมใจนั้นสำคัญมาก