ผ่าฝีผีฝ่าวิกฤติ

14 November 2018
601 VIEWS

ระหว่างดูศึกผ่าเมืองแมนเชสเตอร์ โดยที่ “ซิตี้” ไล่กด “ยูไนเต็ด” เหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็กน้อย ผมมีคำถามหลายข้อที่คงไม่ต่างจากความสงสัยของเหล่าแฟนผี

“อะไรทำให้สองทีมห่างชั้นกันได้ขนาดนั้น ไม่ใช่ห่างธรรมดา แต่ห่างเป็นมหาสมุทรทั้งห้ามาเรียงต่อกัน

“ลำพังเปลี่ยนกุนซือ หรือซื้อกองหลังใหม่อย่างที่โชเซ่ มูรินโญ่ พยายามโฆษณาชวนเชื่อ จะช่วยตอบโจทย์ปัญหาให้ผีแดงได้จริงหรือ

“แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องทำอย่างไรเพื่อกลับมาเป็นเบอร์หนึ่งอีกครั้ง”

คำถาม 2-3 ข้อนี้ จะว่าไปคือเชื่อมโยงถึงกัน ถ้ารู้สาเหตุแท้จริง ย่อมแก้ไขได้ตรงจุด เรียกว่าเกาถูกที่คัน แต่ที่ผ่านมา ดูเหมือนยูไนเต็ด ยังสะเปะสะปะ คลำไม่เจอต้นตอ

พอผลงานไม่ดีนับตั้งแต่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ล้างมือในอ่างทองคำ ก็ไปลงที่โค้ช โทษนักเตะ เดวิด มอยส์ ถูกหาว่ามือไม่ถึง แค่เป็นคนที่เฟอร์กี้เลือก แต่ความล้มเหลวของเซียนเก๋าอย่างหลุยส์ ฟาน กัล หรือกระทั่งมูรินโญ่ ที่การันตีความสำเร็จแบบเข้าร้านสะดวกซื้อ แต่กลับนับวันยิ่งถูกทิ้งไว้ข้างหลัง พอจะบอกได้หรือไม่ว่าปัญหาจริงๆ แล้ว ไม่ใช่แค่คนทำทีม

นักเตะคนแล้วคนเล่า ทำไมหัวทิ่มหน้าคว่ำที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่ดันเล่นดีให้ทีมอื่น ไม่ว่าก่อนหรือหลังสวมเครื่องแบบปีศาจแดง

บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ราดาเมล ฟัลเกา, อังเคล ดิ มาเรีย, เมมฟิส เดอปาย, ดาลี่ย์ บลินด์, เฮนริค มคิตาร์ยาน, ปอล ป็อกบา, โรเมลู ลูกากู รวมไปถึงอเล็กซิส ซานเชซ และเนมันย่า มาติช เหล่านี้แค่ตัวอย่าง

อาจนับรวมฆวน มาต้า และอันเดร เอร์เรร่า ที่พูดไม่ได้เต็มปากว่ากราฟชีวิตในถิ่นผี ดีขึ้่นกว่าก่อนหน้า

เพราะต้นตอปัญหาของแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ใช่เรื่องระดับผิว แค่แกะสิวแต้มยาก็หายได้

แต่อาจถึงขั้นต้องขุดรากถอนโคน รื้อกันใหม่ในระดับโครงสร้าง

แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนองค์กรขนาดใหญ่ที่เคยรุ่งเรืองมาเป็นสิบๆ ปีภายใต้กุนซืออย่างเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในช่วงเวลาระหว่างนั้น ถามว่าปัญหามีมั้ย-มี แต่มันไม่ผุดจนบานปลายเป็นเรื่องใหญ่  เพราะเฟอร์กี้ เอาอยู่ จัดการได้หมด ตัดไฟแต่ต้นลม

บารมีของกุนซือชาวสกอตต์ ทำให้ทุกคนต้องเคารพ เกรงใจ และเชื่อฟัง มันคืออำนาจที่มาในมิติเดียว จากคนๆ เดียว ต่อให้แมนฯ ยูไนเต็ด มีตำแหน่งอื่น โน่นนั่นนี่ แต่ก็เป็นแค่หัวโขน

เมื่อความเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้น คือเฟอร์กี้ วางมือนั่นแหละ ปัญหาที่ถูกสะสมกองมาเป็นสิบปีจึงทะลักออกมาเหมือนภูเขาไฟระเบิด

องค์กรขนาดใหญ่มักขยับตัวช้า ปรับตัวยาก เสพติดความเคยชินแบบเดิม แถมมีอีโก้สูง  ผิดกับทีมไซส์เล็ก มีความทะเยอทะยาน แพสชั่นล้นปรี่ที่ต้องการก้าวมาเป็นเบอร์หนึ่ง ไม่น่าแปลกที่ทิศทางของทั้่งคู่จึงพุ่งสวนกันอย่างรวดเร็ว

เร็วจนไม่อยากเชื่อจากหลักฐานคาตาในดาร์บี้ แมตช์ เมื่อวันอาทิตย์

เฟอร์กี้ เพิ่งปลดระวางไปห้าปี แต่ยูไนเต็ด โดนซิตี้ ไล่โขยกโขกสับเหมือนดูทีมพรีเมียร์ ลีก เล่นกับพวกนอกลีก และถ้าน้ำไม่ท่วมโลกภายใน 6 เดือนข้างหน้า ผีแดงจะจบฤดูกาลด้วยอันดับต่ำกว่าเรือใบเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน

ถามว่าแล้วจะทำอย่างไร ที่แน่ๆ คือปลดมู อีกสิบรอบก็ช่วยไม่ได้หรอก ต่อให้จ้างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า มาคุม แต่ทุกอย่างเหมือนเดิม ก็กู้ไททานิกลำนี้ไม่ได้เหมือนกัน

แกรี่ เนวิลล์ พูดไว้น่าสนใจว่าหลังหมดยุคเฟอร์กี้ เสียงดังในสโมสร กระจัดกระจายสะเปะสะปะ

โดยเฉพาะแนวทางฟุตบอล สไตล์การเล่น ที่จะมีบทบาทกำหนดนโยบายการซื้อนักเตะมาร่วมทีม

ในทีมแมนฯ ซิตี้ เวลานี้ สามคนที่มีพาวเวอร์ ก็คือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า, เฟร์ราน โซเรียโน่ ในตำแหน่งซีอีโอ และซิกิ เบกิริสไตน์ ผู้อำนวยด้านฟุตบอลของสโมสร

ทั้่งสามแชร์มุมมองต่อฟุตบอลไปในทิศทางเดียวกัน เพราะทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ที่บาร์เซโลน่า แถมเป๊ป กับเบกิริสไตน์ ยังเคยเล่นด้วยกันในทีมของโยฮัน ครัฟฟ์

เอเย่นต์นักบอลบางคนที่เคยดีลกับซิตี้ และยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ ออกมาเปิดเผยว่ากลยุทธ์การนำเสนอของทีมเรือใบว่าทำไมถึงอยากได้นักเตะไปร่วมทีม มีความดึงดูด น่าเชื่อถือ มีวิสัยทัศน์ น่าสนใจล้ำหน้าปีศาจแดงแบบเทียบไม่ติด

เพราะทีมงานของมูรินโญ่ มีใครบ้าง นอกจากกุนซือโปรตุกีส

หนึ่งคือจิม ลอว์เลอร์ หัวหน้าแมวมองมาตั้งแต่สมัยเฟอร์กี้

มาร์เซล เบ้าท์ นั่งเก้าอี้ Head of Global Scouting คุมทีมเสาะหานักบอลทั่วโลก เข้ามาในยุคของฟาน กัล

จอห์น เมอร์ทัฟ รายนี้มีตำแหน่งHead of Development ดูแลหน่วยพัฒนาขีดความสามารถนักเตะ และถูกแต่งตั้่งโดยเดวิด มอยส์

ส่วนมูรินโญ่ มีสิทธิ์ออกเสียงว่าอยากได้ใคร ตำแหน่งไหนมาเสริมทีม

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดขึ้นกับรองประธานบริหารอย่างเอ็ด วู้ดเวิร์ด เป็นคนตัดสินใจ

เนวิลล์ ใช้คำว่า “โคตรพ่อโคตรแม่มั่วซั่ว”

เราจึงเห็นฟุตบอลของแมนฯ ยูไนเต็ด ในค.ศ.นี้ ขาดอัตลักษณ์ ไม่มีตัวตนชัดเจน ว่าจะเอาแบบไหน

มีทั้งตัวเร็วเป็นปรอทอย่างแรชฟอร์ด, มาร์กซิยาล, ลินการ์ด

มีทั้งเป้าใหญ่อย่างลูกากู และเฟลไลนี่

มีทั้งเล็กพริกขี้หนูอย่างอเล็กซิส กับมาต้า

แถมบางครั้ง แทบทั้งหมดอยู่ในสนามโดยพร้อมเพรียงกัน

ถ้าแมนฯ ยูไนเต็ด จะเปลี่ยนอะไรเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น คำตอบคงไม่ใช่แค่ไล่กุนซือ หรือกว้านซื้อนักเตะ เพราะนั่นเพียงแก้ปัญหาระดับสิว

แต่ต้องรื้อโครงสร้าง นับหนึ่งเริ่มต้นกันใหม่….