ราชันชุดขาวกลายเป็นราชันชุดขาด

13 December 2018
537 VIEWS

ซานติอาโก้ โซลารี่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ คงต้องรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้อันน่าอับอายของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ที่ปราชัยคาบ้านอย่างหมดรูป ต่อซีเอสเคเอ มอสโก 0-3 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม

แม้หลายฝ่ายอาจจะมองแบบ “เผื่อใจเอาไว้เจ็บ” เอาไว้ว่า เพราะก่อนแข่งเรอัล มาดริดก็สามารถการันตีการเข้ารอบน็อกเอาท์ไปแล้ว ดังนั้นผลการแข่งขันนัดนี้ ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ก็ไม่ได้มี ‘นัยยะ’ ใด ๆ ต่อการเข้ารอบแล้ว

อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ของการวางหมากของโซลารี่กลับกลายเป็นว่ายิ่งบั่นทอนจิตใจแฟนบอลราชันชุดขาวอย่างยิ่ง กับความพ่ายแพ้คาบ้านในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ยับเยินที่สุดในประวัติสโมสร, นอกจากนี้ยังเป็นการแพ้ในบ้าน ในรอบแบ่งกลุ่ม UCL ในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่แพ้ เอซี มิลาน เป็นทีมสุดท้าย เมื่อตุลาคม 2009 อีกด้วย

11 ตัวจริงของเรอัล มาดริดนัดนี้ เป็นชุดผสมผสานตัวจริงกับตัวสำรอง โดยมีแกนหลักค้ำอยู่ อาทิ ธิโบต์ กูร์กตัวส์, มาร์เซโล่, อิสโก้ และ คาริม เบนเซม่า แต่ผลการแข่งขันกลับกลายเป็นว่าแฟนบอลในซานติอาโก้ เบอนาเบว ตั้งความหวังอะไรไม่ได้เลย กับรูปเกมที่เกิดขึ้น

จาก ราชันชุดขาว กลายเป็น ราชันชุดขาด เพราะโดนซีเอสเคเอ มอสโก เรียงหน้ายิง จากเฟเดอร์ ชาลอฟ นาที 37, กอร์กี เชนนิคอฟ นาที 43 และ อาร์นอร์ ซิกเกิร์ดสัน นาที 74, และนั่นทำให้ ซีเอสเคเอ มอสโก เป็นทีมแรกที่ชนะเรอัล มาดริด ได้ทั้งเกมเหย้าและเกมเยือนในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นับตั้งแต่ยูเวนตุสเคยทำได้เป็นทีมสุดท้ายในฤดูกาล 2008-09

“ผมเสียใจจริงๆ เพราะเราผ่านเข้ารอบไปแล้วและอยากจะจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยค่ำคืนที่ดี แต่สิ่งที่ออกมา มันไม่เป็นแบบนั้น” ซานติอาโก้ โซลารี่ กุนซือเรอัล มาดริดก้มหน้ายอมรับความผิดในความพ่ายแพ้

“ผมเสียใจกับผลการแข่งขัน เราเล่นแบบเสี่ยงและผลการแข่งขันไม่น่าออกมาแบบนี้ บ่อยครั้งที่ฟุตบอลนั้นมันขึ้นกับความเด็ดขาดและวันนี้เราไม่เด็ดขาดเลย

“เกมนี้มันเป็นโอกาสให้ผู้เล่นบางคนได้ลงเล่น ทั้งเพราะพวกเขาไม่ได้ลงเล่นมากนัก และเพราะบางคนในทีมก็เพิ่งหายบาดเจ็บ ทีมของเราจัดทีมแบบเสี่ยง และผมก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมด…”

ปัจจุบัน โซลารี่ เข้ามาคุมทีมเป็นการถาวรแทนที่ฆูเลน โลเปเตกี เป็นจำนวน 10 นัดแล้ว แม้จะสามารถคว้าชัยไปทั้งสิ้น 8 นัด แต่ 2 นัดที่เหลือ เรอัล มาดริดต้องพบกับความพ่ายแพ้ชนิดที่เรียกได้ว่ายับเยิน จากการบุกไปแพ้ เออิบาร์ 3-0 และ ล่าสุดก็มาเปิดบ้านแพ้ซีเอสเคเอ มอสโก อีกด้วยสกอร์เดียวกัน

สำหรับ ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของซีเอสเคเอ มอสโก ถือว่ามาดีเมื่อสาย เพราะแม้จะชนะเรอัล มาดริดได้ แต่อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน วิคตอเรีย เพลเซ่น ก็สามารถเปิดบ้านชนะโรม่า 2-1 , ทำให้บทสรุปของกลุ่มนี้ เรอัล มาดริดเข้าตำแหน่งแชมป์กลุ่ม (แบบเจ็บๆ), โรม่า ตามเข้าอันดับ 2, วิคตอเรีย เพลเซ่นและซีเอสเคเอ มอสโก มี 7 คะแนนเท่ากัน แต่ วิคตอเรีย เพลเซ่น ได้สิทธิ์ไปเล่นยูโรป้า ลีก เพราะผลงานเฮดทูเฮดในการเจอกับตัวแทนจากรัสเซียนั้น วิคตอเรีย เพลเซ่นดีกว่า…

ส่วนเรอัล มาดริด, โซลารี่ คงต้องรีบกู้หัวใจอันห้าวหาญให้กลับมาโดยเร็ว และคงต้องถล่มราโยให้ได้ในลาลีกาในวันเสาร์นี้เท่านั้น…หากทำไม่ได้ อาจจะมีอาการทรง ๆ ทรุด ๆ ต่ออีก