รานิเอรี่ : ภารกิจที่หนักหนากับการพาเจ้าสัวให้อยู่รอด

15 November 2018
171 VIEWS

ย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว “ย็อกก้า” สลาวิซ่า โยคาโนวิช คือนักเตะวัย 32 ปีชาวยูโกสลาฟ ที่เคลาดิโอ รานิเอรี่ เจ้าของฉายา “ทิงเกอร์แมน” ไปดึงตัวเขามาจากเดปอติโบ ลา คอรุนญ่า ให้มาร่วมทีมเชลซี บนถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อปี 2000…

18 ปีต่อมา สองคนนี้มีเรื่องราวกลับมาเกี่ยวข้องกันอีกครั้งแบบโชคชะตาฟ้าลิขิต เพราะล่าสุด “ย็อกก้า” เพิ่งถูกสโมสรฟูแล่มปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม และคนที่เขามาเสียบแทนในตำแหน่งนั้นคืออดีตเจ้านายเก่าอย่างเคลาดิโอ รานิเอรี่ นั่นเอง ซึ่งนับเป็นความสมพงศ์คล้องจ้องซึ่งมาเกี่ยวข้องกันอย่างประหลาด

เรื่องการปลดย็อกก้าออกจากหัวเรือใหญ่บนถิ่นคราเวน ค็อตเทจนั้น ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะปัจจุบันเจ้าสัวน้อยรั้งอันดับสุดท้ายของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก แพ้ไป 9 จาก 12 นัด, ซ้ำร้ายไปกว่านั้น 7 นัดหลังสุดในทุกรายการฟูแล่มพุ่งชนความพ่ายแพ้ทุกนัด

โดยฟางเส้นสุดท้ายก็คือการแพ้ลิเวอร์พูล 2-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่าน แม้ความพ่ายแพ้จะเป็นไปตามคาดหมาย และแม้เหตุผลมันจะ ‘เบา’ เพียงใดมันก็เกินทนทานแล้ว…สถานการณ์มันหนักเกินจะอดทนต่อไปแล้ว จึงเป็นเหตุใดฟูแล่มต้องตั้ง เคลาดิโอ รานิเอรี่ มาเป็นผู้นำคนใหม่

คุณงามความดีที่ ‘ย็อกก้า’ เคยนำพาฟูแล่มขึ้นชั้นมาจากลีก แชมเปี้ยน ชิพ มาสู่พรีเมียร์ลีกได้นั้น ณ เวลานี้มันเป็นเรื่องที่ต้องปิดตาเอาไว้ แล้วเลือกในสิ่งที่ดีกว่า…และการปลด ‘ย็อกก้า’ คนนี้ ทำให้กุนซือชาวเซิร์บกลายเป็นกุนซือในพรีเมียร์ลีกคนแรกที่โดนปลดระหว่างแข่งขันในซีซั่นนี้ด้วย.

ส่วน เคลาดิโอ รานิเอรี่ ยังวนเวียนอยู่ในยุทธจักรลูกหนังมาตลอด หลังจากเขาพาทีมเลสเตอร์เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบปาฏฺิหาริย์เหนือโลก เมื่อ 2015-16 จากนั้นเขาแยกทางกับจิ้งจอกน้ำเงินเมื่อ ก.พ. 2017 จากนั้น ฤดูกาลก่อนเขาไปรับงานคุมทีมน็องต์ในฝรั่งเศส 1 ฤดูกาล แล้วแยกทางกันเมื่อครบสัญญา และล่าสุดเขาก็มาตกปากรับคำกลับมาคุมทีมในเมืองผู้ดีอีกครั้งกับฟูแล่ม…

“ผมหวังว่าฟูแล่มจะอยู่รอดปลอดภัยในฤดูกาลนี้…จากนั้นเราจะทำงานตามแนวทางของท่านประธานสโมสรที่ต้องการจะให้ทีมเติบโตต่อไป…

“ผมคิดว่าในอดีตนั้น…โยคาโนวิชเป็นนักเตะที่ดี และเขาก็เป็นผู้จัดการทีมที่ดีเช่นกัน เขาเริ่มต้นอาชีพการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลได้ดี ดังนั้นผมจึงแทบไม่เชื่อในสิ่งทีเกิดขึ้นกับเขาในฤดูกาลนี้เลย…”รานิเอรี่ เปิดใจถึงย็อกก้าอดีตลูกน้องของเขาเมื่อ 18 ปีก่อน

“ในฐานะที่ผมเป็นกุนซือสไตล์อิตาเลี่ยน การเล่นเกมรับเป็นหนทางที่ดีที่สุดของเรา มันเป็นเรื่องสำคัญมากๆที่เรต้องมีเกมรับที่แข็งแกร่ง มีวิสัยทัศน์ที่ดีในเกมรับ ไม่ใช่แค่แผงแบ็กโฟร์และผู้รักษาประตูนะ แต่ต้องคิดถึงเกมรับกันทั้งทีม

“สำหรับผมแล้ว ทีมสปิริตเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผมก็รู้นะว่าฟูแล่มมีกลุ่มนักเตะที่ดี มีวิญญาณของความเป็นนักสู้ ผมคิดว่าแฟนๆจะหนุนหลังเรา และเราจะไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ” รานิเอรี่ ให้คำมั่นหลังจากเข้ามาคุมทีมฟูแล่มอย่างเป็นทางการ

แม้ไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า รานิเอรี่ รับสัญญาคุมทีมบนถิ่นคราเวน ค็อตเทจนานแค่ไหน แต่อย่างน้อย ๆ สื่อคาดการณ์กันว่า ‘ทิงเกอร์แมน’ จะได้สัญญามากกว่า 1 ปี

สำหรับ รานิเอรี่ จะประเดิมคุมทีมฟูแล่ม นัดแรกอย่างเป็นทางการคือเกมเปิดบ้านพบเซาแธมป์ตัน วันเสาร์ที่ 22 พ.ย แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือใน 2 นัดถัดไป รานิเอรี่ ต้องนำทีมฟูแล่ม เจอกับทีมเก่าของเขา อย่างการบุกไปเยือนเชลซี ในวันที่ 2 ธ.ค. และเปิดบ้านพบกับเลสเตอร์ ในวันที่ 5 ธ.ค.

แค่ 3 นัดแรกที่รอรานิเอรี่อยู่นั้น…คงต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘ไม่ง่ายเลย’

แต่สำหรับเป้าหมายงานในระยะยาว ที่ฟูแล่มจะต้อง ‘รอด’ นั้น ทิงเกอร์แมน ยังมีเวลาให้สู้อีกหลายเดือน ยังมีเวลาให้รานิเอรี่สร้างทีม แต่จะรอดหรือไม่…คงต้องติดตามดูกันยาวๆ

Fact files : ประวัติคุมทีมของเคลาดิโอ รานิเอรี่

1986-87 วิกอร์ ลาเมเซีย
1987-88 ปูเตโอบาน่า
1988-91 กายารี่
1991-93 นาโปลี
1993-97 ฟิออเรนติน่า
1997-99 บาเลนเซีย
1999-00 แอต.มาดริด
2000-04 เชลซี
2004-05 บาเลนเซีย
2007 ปาร์ม่า
2007-09 ยูเวนตุส
2009-11 โรม่า
2011-12 อินเตอร์ มิลาน
2012-14 โมนาโก
2014 ทีมชาติกรีซ
2015-17 เลสเตอร์
2017-18 น็องต์
2018-ปัจจุบัน ฟูแล่ม